| Market Insight - บล.ยูไนเต็ด |
|
|
|
| Thursday, 21 April 2011 11:12 | |||
|
Market Highlight
- วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าจะหนุนให้ SETI เดินหน้าบวกต่อได้ ทั้งนี้ ด้วยโมเมนตัมที่เป็นบวก เรายังมองว่ามีโอกาสลุ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,120 และ 1,150 จุด ตามลำดับ - ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำให้ “สู้ต่อ” และให้เพิ่มความเข้มของระบบจำกัดความเสี่ยงขึ้นอีก ดังนี้ SETI>1,075 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,065 <หรือ= SETI <หรือ= 1,075 จุด=สัญญาณลุ้นระยะสั้น (“buy & see”)+สัญญาณหยุดระยะกลาง (“wait & see”), SETI < 1,065 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”) - ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ AH, AOT, BAY, LPN, PTT, SVI, THCOM และหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION) คือ KSL, SSI, TVO หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BAY (27.-/29.-), LPN (10.1/10.8), SVI (4.12/4.48) *
เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
วันนี้:
- TMB18CA SP ตั้งแต่วันที่ 21-26 เม.ย.54 - BGH13CA DW เข้าซื้อขายจำนวน 19.50 ล้านหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 10 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 47.00 บาท - CPF13CA DW เข้าซื้อขายจำนวน 21.60 ล้านหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 5 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 22.50 บาท - DTAC13CA DW เข้าซื้อขายจำนวน 27.60 ล้านหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 10 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 45.00 บาท
วันพรุ่งนี้:
- SYMC XD @ 0.53 บาท - BAY13CB BAY13CB DW เข้าซื้อขายจำนวน 23.30 ล้านหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 5 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 22.00 บาท - STA13CB DW เข้าซื้อขายจำนวน 22.40 ล้านหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 5 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 32.00 บาท - THAI13CA DW เข้าซื้อขายจำนวน 21.60 ล้านหน่วย อัตราการใช้สิทธิ 10 DW : 1หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิ 30.00 บาท - ลูกหุ้นเข้า SCB 1.31 แสนหุ้น, VIBHA 4.72 ล้านหุ้น
ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
- 20 เม.ย.54: กนง.กำหนดทิศทางดอกเบี้ย ครั้งที่ 3/2554 - 22 เม.ย.54:Good Friday (Australia, Hong Kong, Indonesia, Philippine, Singapore) - 22 เม.ย.54: Easter (UK) - 23 เม.ย.54 : The day following good friday - 25 เม.ย.54: Easter Monday ( Australia, UK. ,Hong Kong ) - 25 เม.ย.54: Good Friday (US) - 27 เม.ย.54: ประชุม กพช.เพื่อทบทวนการตรึงราคาดีเซล 30 บาท - 29 เม.ย.54: ธปท.ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย มี.ค.54 - 2 พ.ค.54 : ชดเชยวันแรงงาน - 2 พ.ค.54 : The day following labour day (Hong Kong) - 3 พ.ค.54: นายกรัฐมนตรีวางคิวยุบสภา - 5 พ.ค.54 : วันฉัตรมงคล - 12-15 พ.ค.54: งานมหกรรมการเงิน มันนี่ เอ็กซ์โป กรุงเทพฯ ครั้งที่ 11 - 30 พ.ค.54 : Memorial Day (US.) - 26 มิ.ย.54: นายกรัฐมนตรีกำหนดวันเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.
Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
แนวโน้มระยะสั้น: เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยเดินหน้าบวกต่อตามตลาดภูมิภาค โดย SETI +11.48 จุด (+1.05%) ปิดที่ 1,107.36 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่หนาแน่น 43,957 ลบ. ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้: - ตลาดหุ้นโลก: DJIA 12,453.54 จุด (+1.52%), S&P 1,330.36 จุด (+1.35%), NASDAQ 2,802.51 จุด (+2.10%), Nikkei 9,655 จุด (+0.5%), AOI 4,971 จุด (+0.64%), KOSPI 2,185 จุด (+0.73%) - กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติ และบล. ซื้อสุทธิ +1,520 และ +1,105 ลบ. ตามลำดับ ในขณะที่สถาบันและรายย่อยขายสุทธิ -430 และ -2,195 ลบ. ตามลำดับ - สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $111.36 (+2.97%), BDI 1,262 จุด (-0.7%), GRM $5.79 (-48.0%), ทองคำ $1,504.59 (+0.4%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ - ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงิน ฿ แข็งค่า โดยซื้อขายที่ 29.89-29.94 บาท/ดอลลาร์ - เศรษฐกิจ: ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนมี.ค., กนง.มีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาที่ 2.75% ตามคาด, ยอดส่งออกของไทยเดือนมี.ค.โต 30.9%, คาดทั้งปี 54 เพิ่มขึ้น12% - การเมือง: ครม.เห็นชอบขยายเวลาใช้ พรบ.มั่นคงใน 7 เขต กทม.ไปถึง 24 พ.ค.นี้, นายกฯ สั่ง รมต.เร่งสางงานก่อนประกาศยุบสภาใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า - เทคนิค: โมเมนตัมสั้นและกลางยังเป็นบวก ถ้า SETI >หรือ= 1,085 และ 1,075 จุด ตามลำดับ วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่ คาดว่าจะหนุนให้ SETI เดินหน้าบวกต่อได้ ทั้งนี้ ด้วยโมเมนตัมที่เป็นบวก เรายังมองว่ามีโอกาสลุ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 1,120 และ 1,150 จุด ตามลำดับ ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน วันนี้ ออกมาในเชิงบวก ทั้งนี้ เห็นได้จาก ... - ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้น Wall Street - ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทน US10Y ปรับตัวขึ้น ล่าสุด=3.4171% [ความหมาย: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง (risk-free asset)+นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก] - ค่าเงินดอลลาร์: อ่อนค่า ล่าสุด=74.116~74.402 จุด [ความหมาย: ดัชนี US$=แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ซื้อขายในสกุล US$ (non-US$ denominated assets)] - สินค้าโภคภัณฑ์: ปรับตัวขึ้น น้ำมัน, BDI และทองคำ [ความหมาย: น้ำมัน+BDI= “สินทรัพย์เสี่ยง”, ทองคำ=“สินทรัพย์ปลอดภัย”] ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำ “สู้ต่อ” และเพิ่มความเข้มในระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,085 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,075 <หรือ= SETI <หรือ= 1,085 จุด=สัญญาณลุ้นระยะสั้น (“buy & see”)+สัญญาณหยุดระยะกลาง (“wait & see”) และ SETI < 1,075 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”) ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ AH, AOT, BAY, LPN, PTT, SVI, THCOM และมีหุ้นที่สัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION) คือ KSL, SSI, TVO
แนวโน้มระยะกลาง:
มองย้อนไปในปี 52-53 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวม (total return) ที่สูงมาก ดังนี้ แต่ในช่วงเวลานั้น คนส่วนใหญ่ยังถูกกดดันด้วย “ความกลัว” (fear=false evidence about realities=“ทิฏฐิวิปลาส”) หลายๆ ประการ ได้แก่ ... - วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจต้องฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี - การฟื้นของตลาดอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มลง (“bear market rally”) - แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W” - สังคมไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก - ศาลปกครองได้สั่งระงับการดำเนินการของโครงการในมาบตาพุดตั้งแต่ปลายปี 52 อย่างไรก็ตาม เราได้แนะนำให้ “ลุ้นทางบวก” ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลดังนี้ ... - เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดเข้าสู่ระบบจะเริ่มเห็นผล โดยคาดเศรษฐกิจโลกจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นใน 2H52+ไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” (“great depression”) - หุ้นเกี่ยวเนื่องกับสินค้าโภคภัณฑ์ (ซึ่งมีน้ำหนักสูงใน ตลท.) มีโอกาสฟื้นก่อนกลุ่มอื่นๆ - คาดว่าเม็ดเงินจะยังไหลมาเอเชีย เพราะไม่ประสบปัญหาเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป สำหรับปี 54 เรายังคงมีมุมมอง “เชิงบวก” ต่อการลงทุนในตลาดหุ้น จากประเด็นต่อไปนี้... - เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้วตั้งแต่ปี 52 และกำลังฟื้นตัวตามรูปแบบตัว “U” - โครงการในมาบตาพุดที่หยุดชะงักไป จะกลับมาผลิตเชิงพาณิชย์อีกครั้งตั้งแต่ 4Q53/1Q54 - Fed, ECB, BOJ ยังต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (quantitative easing) ส่งผลให้เม็ดเงินยังคงไหลเข้าสู่ตลาดเอเชีย+ดันค่าเงินเอเชียแข็งขึ้น - นรม. ประกาศชัดเจนว่าจะยุบสภา+จัดเลือกตั้งใหม่ปี 54 (สถิติชี้ว่าตลาดหุ้นมักขึ้นก่อนเลือกตั้ง (pre-election rally) 3 เดือน โดย SETI ปรับขึ้นเฉลี่ย +10%) - แม้ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ การแบ่งขั้วที่ลดลง+การจัดการเลือกตั้งใหม่ น่าจะช่วยให้ไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลอย่างปี 53-54 อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มี “ปัจจัยเสี่ยง” ที่มีผลกระทบกดดันอยู่หลายๆ ประเด็นเช่นกัน คือ ... - PBOC ได้คุมเข้มทางการเงินมากขึ้นจากการขยายตัวอย่างร้อนแรงของจีน [ผลกระทบ: อาจส่งผลทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ของโลกกลับอ่อนตัวลง] - การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ [ผลกระทบ: อาจโยกย้ายเม็ดเงินออกจากตลาดเกิดใหม่] - สถานการณ์ที่ผันผวนสูงมากในขณะนี้ทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะ “กลัวความเสี่ยง” (risk aversion) และหันมาถือ US$ มากขึ้น [ผลกระทบ: มีผลกดดันให้ค่าเงิน ฿ อ่อนลง] - เหตุจลาจลในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น [ผลกระทบ: หากสถานการณ์ลุกลาม อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกฟุบลงอีกครั้ง] - เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่ญี่ปุ่น อาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงอีกครั้ง [ผลกระทบ: เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย] แม้เรายังคงเป้าหมายของ SETI ที่ 1,200 จุด แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเข้าลงทุน เพราะ... - แม้ราคาหุ้นช่วงนี้ “ไม่แพง” แต่ถือว่า “ไม่ถูก” จึงต้องเน้นที่ “การเลือกหุ้น” ค่อนข้างมาก - มีปัจจัยลบกดดันไม่ให้ปรับตัวขึ้นทุกกลุ่ม [ข้อสมมติสำคัญที่ใช้ประเมินเป้าหมาย SETI คือ ราคาหุ้นทุกตัวใน coverage วิ่งเข้าหาราคาเป้าหมาย (พื้นฐาน)] - คาดว่าการพักฐานของตลาดจะหยุดเมื่อ 1) มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง (มี.ค.?); 2) มีการคาดการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับผลประกอบการ 1Q54 (เม.ย.)
Futures Focus (พิเชฐ #536)
SET 50 Index Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “ขึ้นต่อ”
- SET 50 Index เมื่อวาน: ปิดบวก 9.30 จุด อยู่ที่ 784.34 จุด, ขณะที่ S50M11 ปิดบวก 10.9 จุด อยู่ที่ 785.6 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติและรายย่อยซื้อสุทธิ +547 และ +3,232 สัญญา ตามลำดับในขณะที่นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ -3,779 สัญญา และมีค่า Basis (SET 50-S50M11) แคบลงมาอยู่ที่ -1.26 จุด - มุมมองต่อ SET 50 Index วันนี้: คาดว่า SET50 Index มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและภูมิภาค รวมทั้ง แรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินบาท, แรงซื้อต่างชาติ, การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ รวมทั้ง ตัวเลขการส่งออกของไทยที่ยังสดใส - แนวโน้มทางเทคนิค SET50: โมเมนตัมยังเป็นบวก SET50 Index มีโอกาสลุ้นปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 800 และ 850 จุด - แนวรับ - แนวต้าน: ปิด แนวรับ 1,2 แนวต้าน 1,2 จุดหยุดขาดทุน S50M11 785.6 775 / 780 790 / 795 770 S50U11 784.5 774 / 779 789 / 794 769 - กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) ต่อ
Gold Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “แกว่งตัวในกรอบแคบๆ”
- ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ค: ปิดบวก $3.80 อยู่ที่ 1,498.90$/Oz (หรือ 21,302 บาท) และทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้ ในขณะที่นักลงทุนซื้อทองเพื่อทำประกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ และราคาทองได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้างด้วย เช้านี้ราคาทองคำ (Spot Gold: RTXGL) อยู่ที่ 1,503.62$/Oz หรือ 21,370 บาท - กองทุน SPDR: กองทุน SPDR (กองทุน ETF รายใหญ่ที่สุดในโลก) รายงานการถือครองทองคำ ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 1,230.25 ตัน เมื่อวานนี้ - มุมมองด้านพื้นฐานต่อราคาทองคำ: ระยะกลางยังมีแนวโน้มเป็นบวกจากแรงหนุนความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากความวิตกเรื่องภาวะเงินเฟ้อ, ปัญหาหนี้สินในยูโรโซน และความไม่สงบในโลกอาหรับ - แนวโน้มทางเทคนิค: โมเมนตัมยังเป็นบวก ถ้ายืนเหนือ 1,480$/Oz ได้อย่างมั่นคง มีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1,520 และ 1,550$/Oz - แนวรับ-แนวต้าน ปิด แนวรับ 1,2 แนวต้าน 1,2 GFJ11 21,370 21,130 / 21,270 21,450 / 21,650 GFM11 21,390 21,180 / 21,320 21,500 / 21,700 - กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อราคาอ่อนตัว
Trader’s Digest
BAY (แนวรับ=27.-, แนวต้าน=29.-)
- 1Q54 คาดกำไรถึง 2,452 ลบ. +18%yoy จากสินเชื่อ, NIM และการ cross selling ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังตั้งสำรอง LLR ลดลงเหลือ 1.7% ต่ำกว่าปีก่อนที่ 1.95% ของสินเชื่อรวม - เราปรับประมาณกำไร FY54 ขึ้น +8.4% เป็น 11,078 ลบ. EPS 1.82 บ. +23%yoy ตามเป้าสินเชื่อสูงขึ้น +6% เป็น +8%, NIM จาก 4.75% เป็น 4.92% และรายได้ค่าธรรมเนียม +20% - ราคาหุ้น BAY ยังปรับขึ้นไม่มาก เพียง +6% เทียบหุ้นกลุ่ม BANK ที่ +10% ytd - แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เพราะ DPS งวด 2H53=0.35 บ. ขึ้นเครื่องหมาย XD แล้ว (19/4/54) แต่ยังมี upside=12% จากราคาเป้าหมาย 30.80 บ. (อิง P/B 1.8x)
LPN (แนวรับ=10.1, แนวต้าน=10.8)
- คาด 1Q54 กำไร 390 ลบ. EPS 0.26 บ. +44% จากการโอนโครงการลุมพินี เพลส พระราม 9 (เฟส 2) และลุมพินี คอนโด ทาวน์ รามอินทรา-นวมินทร์ (อาคาร D) - มี backlog 1.4 หมื่นลบ. จะโอนในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของ FY54 ถึง 9.5 พันลบ. 95% ของรายได้ที่เราคาดที่ 1.26 หมื่น ลบ. ทำให้รายได้ปี 54 จะโตได้ไม่ต่ำกว่า +25% - มีแผนเปิดโครงการใหม่ใน FY54=1.6 หมื่นลบ. (เผยแล้ว 10 โครงการ=1.07 หมื่นลบ.) ในช่วง2M54 เปิด 3 โครงการ คือ Vill Lasalle-Barring, Condotown Nida-Serithai1, Condotown Nida-Serithai2 ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี - เราประเมินกำไรปี FY54 เพิ่มขึ้นเป็น 1.78 พันลบ. EPS 1.21 บ. +8.8% แนะนำ “ซื้อ” โดยมี upside 18% จากราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 12.10 บ. (อิง P/E 10x)
SVI (แนวรับ=4.12, แนวต้าน=4.48)
- กำไร 4Q53 ทำสถิติสูงสุดของปีตามคาด 203 ลบ. +25% ดันกำไรปี 53 เป็น 735 ลบ. +26% แต่ EPS 0.38 บ. เพิ่มเพียง +7% (fully diluted) เนื่องจากมีใช้สิทธิ SVI-W2 ช่วงปลายปี 53 - คาดแนวโน้ม 1Q54 ยังดีต่อเนื่อง ในเบื้องต้น คาดว่ารายได้จะใกล้เคียง 4Q53 ที่ 81 ล้าน $ - ปี 54 ตั้งเป้ารายได้ที่ 330 ล้าน$ +28% โดยมีคำสั่งซื้อในมือแล้ว >250 ล้าน$ (คิดเป็น >75% ของเป้าหมาย) โดยเราประเมินกำไรปี 54 ที่ระดับ 830 ลบ. EPS 0.43 บ. +13% - บริษัทได้ซื้อโรงงาน SVI5 (ติดโรงงาน SVI2) เงินลงทุน 252 ลบ. แล้ว และมีแผนเข้าซื้อกิจการแถบสหภาพยุโรปอีก (คาดจะมีความชัดเจนภายในปี 54) - แนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมาย 4.7 บ. (อิง P/E 11x) และเตรียมจ่าย DPS สำหรับกำไรในงวด 1/4/53-31/12/53 จำนวน 0.105 บ. (XD=3/5/54, PD=20/5/54) คิดเป็น D/P 2.5%, annualized D/P 30%ต่อปี
นักวิเคราะห์: Namchai Techaratanawiroj 02-207-0038 email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 21 เม.ย. 2554
|






![]() | Today | 854 |
![]() | All days | 854 |
Comments