Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ
ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ PDF Print E-mail
Monday, 25 April 2011 10:06

เทรดทรงๆ ตัว เปลี่ยนไปซื้อหุ้นขนาดกลาง

 

          KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันจันทร์ทรงตัวถึงบวกกรอบแคบ สั้นๆ เปลี่ยนไปซื้อหุ้นขนาดกลางน่าสนใจกว่า ทั้งนี้แม้ว่าภาพใหญ่ของทุนต่างชาติยังไหลเข้าตลาดไทยตามการอ่อนค่าของดอลล่าร์ฯ และการแข็งค่าของเงินบาท แต่วันนี้ตลาดหุ้นฮ่องกงยังคงปิดทำการอีก 1 วัน ส่งผลให้ต่างชาติยังชะลอๆ นอกจากนี้สถานการณ์การเมืองแถบชายแดนตึงๆ หลังจากไทย-กัมพูชาปะทะกัน 3 วันรวด (ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์) ส่วนในเมืองหลวงเองเช้านี้ 9.30 น. ศาลจะพิจารณาว่าจะถอนประกันแกนนำ นปช. จากการที่ขึ้นเวทีอภิปรายเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งหากมีถอนประกันจริงอาจเพิ่มความตึงเครียดเรื่องการประท้วงอีก ทั้งนี้ประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการเมืองจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เล่นในประเทศอยู่ในทางขายต่อไป เนื่องจากดัชนีฯ อยู่ในระดับค่อนข้างสูง เราเชื่อว่า SET อยู่ในช่วงพักฐานสั้น แต่ภาพในเดือน พ.ค. ยังคงเป็นบวก

          สำหรับปัจจัยในประเทศ มีข่าว 2 ประเด็นที่จะส่งผลต่อกลุ่มอุตฯ ข่าวแรกคือก. คลังเตรียมจะออกมาตรการอสังหาฯ ชื่อว่าโครงการบ้านหลังแรก (เป็นบวกต่อผู้ประกอบการระดับกลางถึงล่าง – ดูเพิ่มในหัวข้อข่าว) และข่าวที่สองคือ นายกฯ อภิสิทธิ์ กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ว่าจะขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำอีกรอบในเดือน พ.ค. – มิ.ย. เนื่องจากที่ปรับขึ้นมาแล้วนั้นยังน้อยเกินไป ซึ่งข่าวนี้น่าจะส่งผลดีต่ออุตฯ ค้าปลีกเป็นสำคัญ

          กลยุทธ์: ด้วยมุมมองตลาดหุ้นพักฐานเพื่อขึ้นต่อ แนะนำถือพอร์ตหุ้นหลักไปก่อน แต่ในระยะสั้นคาดว่าหุ้นขนาดกลางจะเด่นกว่า โดยเฉพาะที่มีข่าวหนุนเช่นกลุ่มบ้าน (ซื้อ PS*, LPN, SPALI) และกลุ่มค้าปลีกจากข่าวค่าจ้างแรงงานและการเลือกตั้ง (เราไม่มีคำแนะนำสำหรับ BIGC* และ MAKRO* แต่เชื่อว่าจิตวิทยาของหุ้นเป็นบวก) และหุ้นกลุ่มนิคมฯ จากภาพระยะยาวของเงินลงทุนโดยตรง (FDI) ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการย้ายฐานการผลิตจากญี่ปุ่นมายังไทยหลังเหตุภัยพิบัติ (ซื้อ AMATA, HEMRAJ)

 

ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ

          กระทรวงการคลังเดินหน้าจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน ผ่านโครงการบ้านหลังแรก และโครงการแปลงเช่าเป็นซื้อ ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยโครงการบ้านหลังแรก ผู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จะได้ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 2 ปี พร้อมทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียมจดจำนอง และการโอน 3% ให้กู้เป็นเวลา 30 ปี มีวงเงินให้กู้ทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเปิดให้ยื่นคำขอกู้กับ ธอส. ระหว่าง 1 พ.ค.- 30 ธ.ค. 2554 และทำนิติกรรมภายใน 1 พ.ค. 2555 สำหรับโครงการแปลงเช่าเป็นซื้อ เพื่อให้ประชาชนสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่เข้าถึงระบบสินเชื่อได้ยาก โดยโครงการดังกล่าวจะแทนค่าเช่าที่จะต้องเสียในแต่ละเดือน ซึ่งผู้กู้จะต้องซื้อบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และจ่ายค่าเช่าอยู่แล้วไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนให้มีบ้านหลังแรกได้ง่ายขึ้น มาตรการดังกล่าว เป็นบวกต่อผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่มีสินค้าในกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยเฉพาะ PS LPN และSPALI ซึ่งมีฐานลูกค้าแข็งแกร่งในตลาดระดับกลางถึงล่าง แนะนำซื้อ PS LPN และSPALI โดยมีราคาเป้าหมาย 31.00, 13.00 และ16.00 บาทตามลำดับ

          ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเตรียมลดกำลังการผลิตลงเฉลี่ยราว 50% ในช่วง 2 เดือนข้างหน้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์  โดย Toyota เตรียมลดกำลังการผลิตลงราว 70% เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 มิ.ย. อีซูซุลดกำลังการผลิตลง 50% จนถึงสิ้นเดือนหน้า และจะผลิตเพียงพอขายในประเทศเท่านั้น ฮอนด้าลดการผลิตล่วงเวลา (Overtime) ขณะที่มิตซูบิชิ ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นดังกล่าว เราคาดปริมาณการผลิตรถยนต์ไตรมาส 2/54 จะลดลง QoQ อย่างไรก็ตามเราประเมินว่าปริมาณการผลิตรถยนต์จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2554 ดังนั้นเราจึงยังคงแนะนำน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มยานยนต์ “เท่ากับตลาด” ทั้งนี้เราประเมินว่า SAT น่าจะได้รับผลกระทบจากประเด็นการขาดแคลนชิ้นส่วนฯในระดับที่ต่ำ เนื่องจากลูกค้าหลักของ SAT เป็นมิตซูบิชิ

          CK คาดผลการดำเนินงานปี 2554 จะกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเราประเมิน การได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลลาวอย่างเต็มที่ คาดจะทำให้การเซ็นสัญญารับงานก่อสร้างโครงการฝายน้ำล้นไซยะบุรีสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีปัญหาภายในเดือนพ.ค. นี้  ซึ่งโครงการดังกล่าว จะช่วยหนุนให้ CK มีมูลค่างานในมือที่สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1 แสนล้านบาท และผลักดันให้ผลการดำเนินงานปี 2554 พลิกจากขาดทุน 100 ล้านบาทในปี 2553 เป็นกำไรสุทธิเท่ากับ 920 ล้านบาท เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 13.16 บาทต่อหุ้น

          TRUE move บริษัทลูกของ TRUE* เปิดเผยว่ากำลังมาหาพันธมิตรต่างชาติหลังจากเสร็จสิ้นการซื้อกิจการจาก Hutch การหาพันธมิตรต่างชาติเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการ 3G บนคลื่นอยู่แล้ว แต่การหาพันธมิตรต่างชาติต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากการเลื่อนการประมูล 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ 2.1GHz ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจาก TRUE เสร็จสิ้นการซื้อกิจการจาก Hutch และเซ็นสัญญาในการบริการ 3G กับทางกสท. ไปจนถึงปี 2568 TRUE จึงกลับมาหาพันธมิตรอีกครั้ง เพื่อช่วยในด้านพัฒนาเทคโนโลยีและการพัฒนาเรื่องผลิตภัณฑ์ เรามองว่าระยะสั้นราคาหุ้น TRUE อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จากข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ต้องระวังเรื่องราคาเพิ่มทุนซึ่งอาจจะต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน และทำให้เกิด dilution อย่างมีนัยได้ เราอยู่ระหว่างการออกบทวิเคราะห์ใหม่

 

          โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 25 เม.ย. 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday993
mod_vvisit_counterAll days993

We have: 990 guests online
Your IP: 216.73.216.150
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 14, 2026

4255096