Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Market Insight - บล.ยูไนเต็ด
Market Insight - บล.ยูไนเต็ด PDF Print E-mail
Friday, 09 September 2011 10:29

Market Highlight   

 

          - วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดมีทั้งบวกและลบคละเคล้ากัน คาดว่า SETI มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบๆทั้งนี้ โมเมนตัมระยะสั้นได้พลิกกลับเป็น “บวก” อีกครั้ง หลัง SETI>1,065 จุด

          - ในเชิงกลยุทธ์ ยังคงให้ยึดระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,075 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,065 <= SETI <= 1,075 จุด = สัญญาณลุ้นระยะสั้น (“buy & see”) + สัญญาณหยุดระยะกลาง (“wait & see”) และ SETI < 1,070 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”)

          - ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ BEC, LPN, TOP และไม่มีหุ้นแสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION)

          หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BANPU (632.-/656.-), CPF (30.25.-/31.75), JAS (2.36/2.58) *

 

วันนี้:  

 

          - BCP XD @ 0.65 บาท

          - PAO ปลดเครื่องหมาย SP และกลับมาซื้อขายตามปกติในหมวด Property 

          - ลูกหุ้นเข้า ROJNA 6.18 แสนหุ้น

          - SIMAT-W1 เข้าซื้อขายจำนวน 41.54 ล้านหน่วย   สิทธิของวอร์แรนท์ 1W : 1C @ 1.50 บาท  วอร์แรนท์มีอายุ 3 ปี สามารถใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของทุก ๆ ไตรมาส ในระยะเวลา 3 ปี  ใช้สิทธิครั้งแรก 30 ธ.ค.54

 

วันพรุ่งนี้: 

 

          - ESSO13CA SP ตั้งแต่วันที่ 12-15 ก.ย.54 (ปิดสมุดเพื่อการโอน DW)

          - TOP18CB  SP ตั้งแต่วันที่ 12-15 ก.ย.54 (ปิดสมุดเพื่อการโอน DW) 

          - ลูกหุ้นเข้า PRANDA 2.25 ล้านหุ้น, TSF 16.71 ล้านหุ้น, WORK 2.50 แสนหุ้น

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:  

 

          - 11-13 ก.ย.54: Chusok, Full Moon Festival (Korea)

          - 12 ก.ย.54: Mid-Autumn Festival (China) 

          - 12 ก.ย.54: Mid-Autumn Moon Festival (Taiwan) 

          - 13 ก.ย.54: The Day following Chinese Mid-Autumn Festival (HK) 

          - 16 ก.ย.54: Malaysia Day (Malaysia)

          - 18 ก.ย.54: เสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ ครบรอบ 5ปี รัฐประหาร

          - 19 ก.ย.54: Respect for the Aged Day (JP)

          - 23 ก.ย.54: Autumn Equinox Day (JP) 

 

Economics & Politics

 

ข่าวต่างประเทศ: 

 

"ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:ดาวโจนส์ปิดร่วง 1.04% ผิดหวังแถลงการณ์"เบอร์นันเก้""

 

          ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้บ่งชี้ถึงมาตรการใหม่ๆในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐในการแถลงสุนทรพจน์ 

          ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 119.05 จุดหรือ1.04% สู่ 11,295.81, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 12.72 จุดหรือ 1.06% สู่ 1,185.90 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 19.80 จุดหรือ 0.78% สู่ 2,529.14   นายเบอร์นันเก้แถลงเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ และผู้กำหนดนโยบายอื่นๆแสดงความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและวิกฤติหนี้ยุโรป ขณะที่เฟดจะใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการกระตุ้นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและปรับลดอัตราการว่างงาน และเขาไม่ได้ให้ความสำคัญต่อความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อ

          ถ้อยแถลงของนายเบอร์นันเก้ทำให้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไปในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.

          จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐขณะที่ตลาดรอฟังการแถลงเกี่ยวกับแผนการสร้างงานของประธานาธิบดีบารัคโอบามา

          หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงมากที่สุดหลังพุ่งขึ้นอย่างมากในวันพุธ โดยดัชนี KBW หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงเกือบ 3% และดัชนี S&P หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลง 2.3%

          รัฐบาลสหรัฐเปิดเผยยอดขาดดุลการค้าลดลงอย่างมากในเดือนก.ค.ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 หลังจากซบเซาในช่วงครึ่งปีแรก

 

 "ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:น้ำมันดิบร่วงลงตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีท"

 

          ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวนในวันพฤหัสบดี ในขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลง และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้กล่าวถึงขั้นตอนใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในการกล่าวแถลงในวันพฤหัสบดี 

          ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนต.ค.ปรับลง 29 เซนต์ หรือ 0.32 % มาปิดตลาดที่ 89.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

          สำนักงานการจัดการพลังงานมหาสมุทรของสหรัฐระบุว่า ยังคงมีการปิดกำลังการผลิตน้ำมันราว 206,681 บาร์เรลต่อวัน หรือ 14.8 % ของกำลังการผลิตในอ่าวเม็กซิโกและยังคงมีการปิดกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในระดับต่ำกว่า 7 % ของกำลังการผลิตในอ่าวเม็กซิโก 

 

""โอบามา"เสนอมาตรการจ้างงานวงเงิน 4.47 แสนล้านดอลล์เพื่อกระตุ้นศก."

 

          ประธานาธิบดีบารัค โอบามาเสนอมาตรการจ้างงานวงเงิน 4.47 แสนล้านดอลลาร์เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ โดยท้าทายสภาคองเกรสที่จะผ่านกฏหมายซึ่งประกอบด้วยการปรับลดภาษีลงอย่างมากสำหรับคนงานและภาคธุรกิจ 

          ปธน.โอบามาได้เสนอขยายมาตรการประกันการว่างงานวงเงิน4.9 หมื่นล้านดอลลาร์, ปรับปรุงโรงเรียนให้ทันสมัยวงเงิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์และการลงทุนในโครการสาธารณูปโภคด้านการขนส่งวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ 

          แต่ข้อเสนอส่วนใหญ่ของเขาประกอบด้วยการลดหย่อนภาษีวงเงิน2.40 แสนล้านดอลลาร์โดยการปรับลดภาษีที่หักจากค่าจ้างพนักงานลงครึ่งหนึ่งในปีหน้า และปรับลดภาษีที่หักจากค่าจ้างในส่วนของนายจ้างลงด้วย 

 

 "ยูบีเอสปรับราคาทองปีหน้าขึ้น 50%"

 

          ยูบีเอสเพิ่มประมาณการราคาทองคำในปี 2555 ประมาณ 50% อ้างเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกที่เป็นอยู่ในขณะนี้น่าผิดหวัง  โดยคาดว่าปีหน้าทองคำอาจมีราคาเฉลี่ย 2,075 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิมคาดไว้ 1,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

"ยูโรร่วงลงหลังอีซีบีตรึงดบ.ที่ 1.50%"

 

ยูโร/ดอลลาร์ร่วงลงในช่วงการซื้อขายที่ตลาดยุโรปวันพฤหัสบดี ในขณะที่ นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มี แนวโน้มที่จะประกาศหยุดพักจาก          วัฏจักรการคุมเข้มนโยบายการเงิน

          นายฌอง-คล็อด ทริเชต์ ประธานอีซีบีกล่าวในการแถลงข่าวหลังอีซีบีลง มติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงในช่วงขาลงมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงจุดยืนจากเดือนที่ผ่านมาซึ่งอีซีบีให้ความสำคัญกับความเสี่ยง ด้านเงินเฟ้อ 

          ความเห็นของนายทริเชต์ถ่วงยูโรลงมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ และการร่วงลงของยูโรรุนแรงขึ้นหลังจากที่นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคาร กลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

 

""ฟิทช์"ขู่หั่นเรทติ้งจีนหากคุณภาพสินทรัพย์ย่ำแย่ลง"

 

          บริษัทฟิทช์ เรทติงส์ เปิดเผยว่า อันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรสกุลเงินหยวนของจีนอาจจะถูกปรับลดลงภายใน 12-24 เดือนข้างหน้า ถ้าคุณภาพสินทรัพย์ถดถอยลงตามที่มีการคาดการณ์ไว้

          สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนจะประกาศข้อมูลเศรษฐกิจประจำเดือนส.ค.  ในวันนี้ โดยจะประกาศข้อมูลอัตราเฟ้อในเวลา 8.30 น.ตามเวลาไทย และ ข้อมูลผลผลิตทางอุตสาหกรรม, ยอดค้าปลีก, การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเวลา  14.30 น.ตามเวลาไทย  

          ผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 22 คน คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของจีน จะลดลงสู่ 6.2% ในเดือนส.ค. จาก 6.5% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ    3 ปี ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้ออาจแตะระดับสูงสุดแล้ว       

          อย่างไรก็ดี แม้คาดว่าอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย  ที่ 4% สำหรับปีนี้อย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ว่า มาตรการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังคงไม่สิ้นสุด  

 

"ธ.กลางญี่ปุ่นออกรายงานคาดการส่งออก,ผลผลิตขยายตัวต่อไป"

 

          ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยในรายงานภาวะเศรษฐกิจประจำเดือนว่า การส่งออกและผลผลิตของญี่ปุ่นจะยังคงเพิ่มขึ้น แต่ในอัตราที่ต่ำกว่าในช่วงก่อนหน้านี้ แต่บีโอเจก็เตือนว่าเยนที่แข็งค่า และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศ ทำให้แนวโน้มซบเซา

          บีโอเจคาดว่า ผลผลิตทางอุตสาหกรรมจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. ขณะที่การขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก และบริษัทส่วนใหญ่ก็ได้ฟื้นฟูระบบจัดส่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติในเดือนมี.ค.แล้ว

 

""ข่าวในประเทศ:

 

"กสทช.เดินหน้าไม่สะดุดยิ่งลักษณ์ต้องทูลเกล้าฯ"

 

          วงในเชื่อ กสทช. เดินหน้าไม่สะดุด เหตุกฎหมายระบุชัดนายกรัฐมนตรีต้องนำชื่อ 11 กสทช. ขึ้นทูลเกล้าฯ เชื่อส่งผลดีหุ้นสื่อสาร หายตกใจกันซะที 

          ยิ่งลักษณ์" ย้ำหากฝ่ายกฎหมายไม่ขัดข้อง พร้อมทูลเกล้าฯทันที ฟากว่าที่ กสทช. ประชุมนัดแรก 12 ก.ย.นี้ 

 

 "คลังเสนอคืนภาษีรถ 1 แสนบาทให้ครม.อนุมัติอังคารนี้ ลุ้นรับรวดเดียว-ทยอยรับใน 3 ปี"

 

          นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะนำเสนอมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท โดยไม่จำกัดประเภทรถยนต์ แต่ราคารถที่จะซื้อต้องไม่เกิน 1 ล้านบาทให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในวันอังคารหน้านี้แน่นอน โดยลุ้นรับรวดเดียวทยอยรับใน 3 ปี 

 

"แบงก์ชาติชี้ยอดบอนด์ออมทรัพย์จองไม่เต็มวงเงิน"

 

          รายงานข่าวจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุ ยอดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์หลังปิดการจองซื้อไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าวงเงินที่ตั้งไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันสูงในการระดมเงินฝากในตลาด

 

"ธปท.คาดศก.ไทย Q3/54 ดีกว่า Q2, มองแรงกดดันเงินเฟ้อ มาจากในปท."

 

          ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/54จะดีกว่าไตรมาส 2 หลังไม่มีผลกระทบจากปัญหาการหยุดชะงักของภาคการผลิต ที่เกิดจากภัยพิบัติในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมี.ค.ปีนี้ และมองว่า แรงกดดันเงินเฟ้อมาจากปัจจัยในประเทศ 

          ขณะนี้ยังมองไม่เห็นสัญญาณว่า ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ จะกระทบการส่งออกของไทยหรือไม่ ซึ่งเมื่อดูข้อมูลการส่งออกของไทยในเดือนล่าสุดยังขยายตัวดี แม้หักการส่งออกทองคำไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องของฐานจากปีที่แล้วที่ต่ำ เพราะครึ่งหลังปี 53 การขยายตัวก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

"ก.ยุติธรรมตั้งคณะทำงานตรวจสอบฎีกาขออภัยโทษ"ทักษิณ",ไม่กำหนดระยะเวลา"

 

          รมว.ยุติธรรม มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีผู้ขอยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดยคณะทำงานชุดนี้ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

"ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคส.ค.ลดครั้งแรกรอบ 4 เดือน,วิตกน้ำท่วม-ศก.โลก"

 

          ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.54 อยู่ที่ 73.8 ลดลงจาก 74.4 ในเดือนก.ค.ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังเกิดน้ำท่วมในไทยและวิตกเศรษฐกิจโลก

          ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ถูกกระทบจากการเกิดภาวะน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคเหนือ และผู้บริโภคยังวิตกกังวลต่อค่าครองชีพ ที่สูงขึ้นไม่สอดคล้องกับรายได้ ขณะที่ราคาสินค้ายังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงยังกังวลเศรษฐกิจโลก

          ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ควรติดตามดูนโยบายรัฐบาลที่น่าจะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยปีนี้ ให้โต 4-5% แต่หากเศรษฐกิจโลกย่ำแย่ลงก็คาดว่า เศรษฐกิจไทย จะโตได้ 3.5-4.0%

 

Investment Outlook

 

          แนวโน้มระยะสั้น: เมื่อวาน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดภูมิภาค โดย SETI ปิด +3.49 จุด (+0.33%) ปิดที่ 1,072.21 จุด มูลค่าการซื้อขาย 24,692 ลบ.

          ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:

          - ตลาดหุ้นโลก: DJIA 11,295.81 จุด (-1.04%), S&P 1,185.90 จุด (-1.06%), NASDAQ 2,529.14 จุด (-0.78%), Nikkei 8,801 จุด (+0.1%), AOI 4,289 จุด (+0.47%), KOSPI 1,831 จุด (-0.83%)

          - กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวาน ต่างชาติ, สถาบัน และ บล.ซื้อสุทธิ +257, +232 และ +69 ลบ.ตามลำดับ ในขณะที่รายย่อยขายสุทธิ -558 ลบ.

          - สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $89.08 (-0.3%), BDI 1,782 (+2.2%), GRM $8.48  (-16.1%), ทองคำ $1,858.89 (-0.5%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ

          - ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงิน ฿ อ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยซื้อขายที่ 30.02-30.03 บาท/ดอลลาร์

          - เศรษฐกิจ: “ประธานเฟดไม่ได้บ่งชี้ถึงมาตรการใหม่ๆ ในการกระตุ้นศ.ก.สหรัฐ”, “โอบามาเสนอมาตรการจ้างงานวงเงิน 4.47 แสนล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นศ.ก.”, “สหรัฐเผยยอดขาดดุลการค้าลดลงอย่างมากในเดือนก.ค.”

          - การเมือง: “พท.เดินเกมใหม่ ขอศาลฎีการื้อฟื้นคดี ทักษิณ ขึ้นมาพิจารณาใหม่”

          - เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้น พลิกกลับเป็น “บวก” อีกครั้ง หลัง SETI>1,065 จุด ในขณะที่โมเมนตัมระยะกลางจะพลิกกลับเป็น “บวก” เมื่อ SETI>1,075

          วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดมีทั้งบวกและลบคละเคล้ากัน คาดว่า SETI มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ทั้งนี้ โมเมนตัมระยะสั้นได้พลิกกลับเป็น “บวก” อีกครั้ง หลัง SETI>1,065 จุด

          ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน วันนี้ออกมาในเชิงลบ-ทรงตัว ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...

          - ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคร่วงลงตามตลาดหุ้นสหรัฐ

          - ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทน US10Y ทรงๆตัว ล่าสุด=2.0081% [ความหมาย: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง (risk-free asset)+นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]

          - ค่าเงินดอลลาร์: แข็งค่าขึ้น ล่าสุด=76.10~76.267 จุด [ความหมาย: ดัชนีค่า US$=แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ซื้อขายในสกุล US$ (non-US$ denominated assets)]

          - สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมัน, BDI และทองคำ  [ความหมาย: น้ำมัน+BDI= “สินทรัพย์เสี่ยง”, ทองคำ=“สินทรัพย์ปลอดภัย”]

          ในเชิงกลยุทธ์ ให้ยึดระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,075 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,065 <= SETI <= 1,075 จุด=สัญญาณลุ้นระยะสั้น (“buy & see”)+สัญญาณหยุดระยะกลาง (“wait & see”) และ SETI  < 1,065 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”)

          ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ BEC, LPN, TOP และไม่มีหุ้นแสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION)

 

แนวโน้มระยะกลาง:

 

          ตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยได้ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวม (total return) ที่สูงมาก

          แต่ในช่วงเวลานั้น คนส่วนใหญ่ยังถูกกดดันด้วย “ความกลัว” (fear=false evidence about realities=“ทิฏฐิวิปลาส”) หลายๆ ประการ ได้แก่ ... 

          - วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจต้องฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี

          - การฟื้นของตลาดอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มลง (“bear market rally”)

          - แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”

          - สังคมไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก

          - ศาลปกครองได้สั่งระงับการดำเนินการของโครงการในมาบตาพุดตั้งแต่ปลายปี 52

          อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ “ลุ้นทางบวก” ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลดังนี้ ...

          - เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดเข้าสู่ระบบจะเริ่มเห็นผล โดยคาดเศรษฐกิจโลกจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นใน 2H52+ไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” (“great depression”)

          - หุ้นเกี่ยวเนื่องกับสินค้าโภคภัณฑ์ (ซึ่งมีน้ำหนักสูงใน ตลท.) มีโอกาสฟื้นก่อนกลุ่มอื่นๆ

          - คาดว่าเม็ดเงินจะยังไหลมาเอเชีย เพราะไม่ประสบปัญหาเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป

          สำหรับปี 54 เรายังคงมีมุมมอง “เชิงบวก” ต่อการลงทุนในตลาดหุ้น จากประเด็นต่อไปนี้...

          - เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้วตั้งแต่ปี 52 และกำลังฟื้นตัวตามรูปแบบตัว “U”

          - ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา+ยุโรป ทำให้เม็ดเงินไม่ไหลออกจากเอเชีย

          - การแบ่งขั้วที่ลดลง+การจัดการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลอย่างปี 53-54

          อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มี “ปัจจัยเสี่ยง” ที่มีผลกระทบกดดันอยู่หลายๆ ประเด็นเช่นกัน คือ ...

          - แรงกดดันภาวะเงินเฟ้อทำให้ธนาคารกลางประเทศต่างๆ มีท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้น

          - สถานการณ์ที่ผันผวนสูงทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะ “กลัวความเสี่ยง” (risk aversion)

          - ราคาน้ำมันผันผวนตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความเสี่ยงการก่อการร้าย และการคาดการณ์เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายการเงินหลังหมดมาตรการ QE2

          เรายังคงเป้าหมาย SETI ที่ 1,200-1,250 จุด แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเข้าลงทุน เพราะ...

          - ยังต้องเน้นที่การ “เลือกกลุ่ม/เลือกหุ้น” สูง เพราะ SETI เข้าใกล้เป้าหมายค่อนข้างมาก  (โปรดดูคำแนะนำการจัดวางน้ำหนักกลุ่มใน Investment Ideas ประกอบด้วย)

          - เรามองว่าตลาดแค่ “ผันผวน” ไม่ใช่ “ขาลง” โดยมีจุดซื้อที่น่าสนใจอยู่ที่บริเวณ SETI 1,020 + - 20 จุด (upside 20%) อย่างไรก็ตาม เราจะปรับคำแนะนำ TDEX เป็น “BUY” เมื่อมีสัญญาณ “บวก” ของโมเมนตัมระยะกลางเสียก่อน

          - ช่วง ส.ค. ให้จับตาดู: 1) การแถลงนโยบายของรัฐบาล; 2) กำไร บจ. 2Q54; 3) การจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H54; 4) ความผันผวนในตลาดการเงินของโลก

 

Futures Focus                                                                (พิเชฐ #536)

 

SET 50 Index Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “แกว่งตัวในกรอบแคบๆ”              

 

          SET 50 Index เมื่อวาน: ปิดบวก +2.88 จุด อยู่ที่ 747.06 จุด, ขณะที่ S50U11 ปิดบวก 5.3 จุด อยู่ที่ 747.3 จุด และมีค่า Basis (SET 50-S50U11) อยู่ที่ -0.24 จุด

          กลุ่มผู้ลงทุน  เมื่อวาน ต่างชาติซื้อสุทธิ +953 สัญญา ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยขายสุทธิ -90 และ -863 สัญญา ตามลำดับ

          มุมมองต่อ SET 50 Index วันนี้: คาดว่า SET50 Index มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบๆ โดยมีแรงกดดันจากการปรับตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐหลังประธานเฟดไม่ได้บ่งชี้ถึงมาตรการใหม่ๆ ในการกระตุ้นศ.ก.สหรัฐในการแถลงสุนทรพจน์, การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และความวิตกเกี่ยวกับปัญหานี้ในยูโรโซน ในขณะที่มีแรงหนุนจากการเสนอมาตรการการจ้างงาน 4.47 แสนล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นศ.ก.ของโอบามา และการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไปในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.นี้

          แนวโน้มทางเทคนิค SET50:  SET50 ยังอยู่ในช่วงของการแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยมีกรอบแนวรับ 718 จุด และแนวต้านที่ 755  จุด

          แนวรับ - แนวต้าน:

                      ปิด               แนวรับ 1,2                 แนวต้าน 1,2            จุดหยุดขาดทุน

    S50U11          747.3             738 / 743                  753 / 760                730

    S50Z11          745.8             737 / 742                  752 / 759                729

          กลยุทธ์การลงทุน:  แนะนำให้ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อดัชนีอ่อนตัว และเน้นการเล่นเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น (พยายามปิดสถานะภายในวัน) เนื่องจากตลาดยังมีความผันผวนสูง

 

Gold Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “ปรับตัวขึ้น” 

 

          ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ค: ส่งมอบเดือน ธ.ค.ปิดบวก $39.90 อยู่ที่ 1,857.50$/Oz (หรือ 26,496 บาท) ในขณะที่นักลงทุนรอฟังถ้อยแถลงของโอบามาในเรื่องศ.ก.สหรัฐ หลังอีซีบีแสดงความเห็นในทางลบต่อแนวโน้มศ.ก.ยูโรโซน นอกจากนี้ ยูบีเอสปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์ราคาทองทั้งปีนี้และปีหน้า, เช้านี้ราคาทองคำ (Spot Gold: RTXGL) อยู่ที่ 1,854.74$/Oz หรือ 26,457 บาท

          กลุ่มผู้ลงทุนในโลหะมีค่า เมื่อวาน ต่างชาติและสถาบันซื้อสุทธิ +831 และ +461 สัญญา ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ -1,292 สัญญา

          กองทุน SPDR: กองทุน SPDR (กองทุน ETF รายใหญ่ที่สุดในโลก) รายงานการถือครองทองคำ ลดลง 0.9 ตัน อยู่ที่ระดับ 1,231.41 ตัน

          มุมมองด้านพื้นฐานต่อราคาทองคำ: ระยะสั้นปรับฐาน แต่ระยะกลางยังมีแนวโน้มเป็นบวกจากความวิตกปัญหาหนี้สินในยูโรโซน, ความไม่แน่นอนทาง ศ.ก. และความเป็นไปได้ที่จะมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (QE3) ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

          แนวโน้มทางเทคนิค:  ระยะกลางยังคงเป็นขาขึ้น ถ้ายืนเหนือ 1,800$/Oz ได้อย่างมั่นคง และมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านแรกที่ 1,880$/Oz และแนวต้านถัดไปที่ 1,900$/Oz

          แนวรับ-แนวต้าน

                  ปิด                             แนวรับ 1,2                          แนวต้าน 1,2        

   GFV11          26,340                       26,350 / 26,650                  27,050 / 27,350        

   GFZ11          26,740                       26,750 / 27,050                  27,450 / 27,750       

          กลยุทธ์การลงทุน:  แนะนำ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อราคาอ่อนตัว และเน้นการเล่นเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากในช่วงนี้ราคาทองคำมีความผันผวนสูงมาก

 

Trader’s Digest

 

BANPU (แนวรับ=632.-, แนวต้าน=656.-)

 

          แนวโน้มราคาถ่านหินโลกยังแข็งแกร่ง ล่าสุด Newcastle Export Index ? $120/ตัน

          2Q54 กำไร 3.2 พันล้านบาท (-16%yoy, -66%qoq) แต่ยังมอง 2H54 จะดีกว่า 1H54

          FY54 คาดกำไรปกติ 12,684 ลบ. EPS 46.68 บ. +15% จาก FY53 กำไรปกติ 11,029 ลบ. EPS 40.58บ. (ไม่รวม ITM และ RATCH) และคาดกำไร FY55=18,330 ลบ. EPS 67.45 บ.

          ราคาหุ้นได้สะท้อนกำไร 2Q54 ที่อ่อนแอและความกังวลเกี่ยวกับภาษีคาร์บอนในออสเตรเลีย ไปแล้ว (คาดว่าจะเริ่มเก็บตั้งแต่ ก.ค.55 แต่กฎหมายนี้ยังไม่ได้ผ่านสภา)

          แนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสำหรับ FY55 ที่ 740 บ. (อิง P/E 11x)

 

CPF (แนวรับ=30.25.-, แนวต้าน=31.75)

 

          กำไร 2Q54 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,869 ลบ. +22%yoy ตาม 1) ราคาขายเนื้อสัตว์ในประเทศที่ขึ้นแรง; 2) high season ธุรกิจส่งออก; 3) กำไรจาก บ.ร่วม (CPALL& CP Vietnam)

          ราคาไก่ในประเทศเริ่มฟื้น ล่าสุด (24 ส.ค.54)?42-45 บ. สูงกว่าค่าเฉลี่ยใน 3Q53 และ FY53 ที่ 36.7 และ 40.7 บ. ตามลำดับ

          3Q54 ลุ้นกำไรทำลายสถิติสูงสุดรอบใหม่ต่อหลังราคาขายหมูพุ่งขึ้นแรง+ไก่เริ่มฟื้นตัว,ส่งออกยังโตดี (ตัวเลข ก.ค.54: กุ้งแปรรูป +52%, ไก่ +21%) และตุรกีขาดทุนลดลงต่อ

          ปี 55 ได้แรงเสริมจากการฟื้นตัวของกำไรของบริษัทลูกในต่างประเทศ จึงหนุนคาดกำไรปี 54-55 ที่ 16,385 ลบ. (+21%) และ 17,234 ลบ. (+5%) คิดเป็น EPS ที่ 2.32 บ.และ 2.44 บ.

          แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 36.75 บ. (อิง P/E 15x)

 

JAS (แนวรับ=2.36, แนวต้าน=2.58)

 

          แนวโน้ม FY54 กำไรโตโดดเด่นตามธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (61% ของรายได้) ที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มต่อเนื่อง (1Q54=0.87 ล้านราย +47%) ดัน 3BB ครองส่วนแบ่งตลาด #2

          2Q54 เริ่มรับรู้ผลบวกจากการร่วมเปิดให้บริการ WiFi กับ ADVANC มากขึ้น โดยมีลูกค้าใช้บริการแล้ว 1 แสนราย (1Q54=2 หมื่นราย) เป็นอีกปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานในระยะยาว

          มองความเสี่ยงการตั้งสำรองด้อยค่าหุ้น TT&T ใน 2H54 หมดลง หลังถูกพักการซื้อขายไปแล้วตั้งแต่ 23 มิ.ย.54 (อิงราคาหุ้น TT&T ที่ 0.13 บ. คาด 2Q54 ตั้งด้อยค่าอีกราว -80 ลบ.)

          มีประเด็นเข้าประมูลเป็นผู้ให้บริการขายต่อการให้บริการมือถือ (MVNO) ของ TOT ด้วย 

          แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมาย 4.21 บาท (อิง consensus target, P/E ปี 55=13x) 

 

New Warrant

 

           SIMAT-W1 เข้าซื้อขายจำนวน 41.54 ล้านหน่วย สิทธิของวอร์แรนท์ 1W : 1C @ 1.50 บาท

           วอร์แรนท์มีอายุ 3 ปี สามารถใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของทุก ๆ ไตรมาส ในระยะเวลา 3 ปี

ใช้สิทธิครั้งแรก 30 ธ.ค.54

 

นักวิเคราะห์:

          Namchai Techaratanawiroj 02-207-0038 email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

          โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 9 ก.ย. 2554

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday196
mod_vvisit_counterAll days196

We have: 1407 guests online
Your IP: 216.73.217.109
Mozilla 5.0, 
Today: Jul 02, 2026

4443144