Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง
รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง PDF Print E-mail
Monday, 19 September 2011 12:39

สรุปภาพตลาด

ตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ปิดลบ 0.28% โดยมีแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน ฉุดตลาด ตามด้วยแรงขายกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง ขณะที่มีแรงซื้อกลุ่มแบงก์ และเทคโนโลยี  คาดเป็นการขายทำกำไรหลังปรับขึ้นเมื่อวันก่อนหน้า สิ้นวันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ

 

แนวโน้มตลาด

ในสัปดาห์นี้สายตาของนักลงทุนคงจับตาไปที่การประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20-21 กันยายนนี้ โดยประเด็นหลักคือต้องการรู้ว่าเฟดจะออกมาตรการอย่างไรมาต่อสู้กับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ จะมีการอัดฉีดเงินเพิ่มเติมอีกมากน้อยเพียงไร และจะดำเนินการรวดเร็วแค่ไหน มาตรการที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ก็จะส่งผลให้ตลาดหุ้นยังสามารถเดินหน้าปรับขึ้นต่อไปได้ แต่ถ้าออกมาในเชิงตรงกันข้าม ตลาดก็อาจปรับลดได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากแรงขายที่ผ่านมาของนักลงทุนต่างชาติชะลอลงไปเพราะรอดูมาตรการของเฟดในสัปดาห์นี้ เราแนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน เพื่อรอดูผลการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้น

ปัจจัยตลาดในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนคลายวิตกเล็กน้อยเกี่ยวกับวิกฤติหนี้สินยุโรป หลังจากที่ธนาคารกลางที่สำคัญ 5 แห่งได้ร่วมมือกันเพื่ออัดฉีดดอลลาร์เข้าสู่ระบบการธนาคารของยุโรป ขณะที่บรรดารัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรปอยู่ระหว่างการหารือเรื่องแผนรับมือวิกฤติหนี้สินในภูมิภาค คาดตลาดมีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบๆ

 

คมสันต์ ปรมาภูติ Tel. (662) 618-1333

 

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด

คาดราคาทองพุ่งทะลุ 2,000 ดอลล์/ออนซ์สิ้นปีนี้: GFMS ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านโลหะ เปิดเผยว่าราคาทองมีแนวโน้มจะพุ่งฝ่าระดับ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสิ้นปี โดยราคาทองมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,900 ดอลลาร์/ออนซ์ก่อนการขายเศษทองจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในเอเชียและความวิตกเกี่ยวกับหนี้ของประเทศแถบตะวันตกจะทำให้อุปสงค์การลงทุนในทองฟื้นตัว โดย GFMS คาดว่าการลงทุนในทองทั่วโลกจะพุ่งขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเทียบเป็นรายปีสู่ 1,069 ตันในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากอุปสงค์ทองแท่งที่เพิ่มขึ้น สำหรับทั้งปีนั้น GFMS คาดว่าการลงทุนทั่วโลกในทองจะเพิ่มขึ้น 1% สู่ 1,693 ตัน ส่วนการซื้อทองแท่งเพิ่มขึ้น 43% ในช่วงครึ่งปีแรก และคาดว่าจะยังคงแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดย GFMS คาดว่าการซื้อทองจะเพิ่มขึ้นอีก 8% ในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่ปริมาณผลิตของเหมืองทองจะแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ โดยคาดว่าการผลิตทองจะเพิ่มขึ้น 4% สู่ 1,469 ตันในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ การซื้อเครื่องประดับได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากราคาทองปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และธนาคารกลางต่างๆ เพิ่มการถือครองทอง โดยธนาคารกลางได้เพิ่มการซื้อทองในช่วงครึ่งปีแรกสู่ 216 ตันจาก 72 ตันของปีก่อน ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง GFMS คาดว่าภาครัฐจะซื้อทองอีก 120 ตัน เพิ่มขึ้นจาก 5 ตันของปีก่อน ทั้งนี้ อุปสงค์ของอินเดียเพิ่มขึ้น 52 ตัน ขณะที่จีนซื้อทองเพิ่มขึ้นขึ้น 40 ตัน สำหรับทั้งปีนั้นอุปสงค์เครื่องประดับคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1% สู่ 2,032 ตัน

คาดกรีซเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเป็นปีที่ 4 ในปีหน้า: นายอีวานเจลอส เวนิเซลอส รมว.คลังกรีซ กล่าวว่ากรีซจะยังคงประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันในปีหน้า หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลคาดว่าภาวะตกต่ำจะแตะระดับต่ำสุดในปีนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงมากเกินคาดได้รับผลกระทบจากมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อฟื้นฟูสถานะการคลังสาธารณะ และสกัดการขาดดุลรวมทั้งยังขัดขวางการบรรลุเป้าหมายทางการคลังที่เจ้าหนี้ระหว่างประเทศของกรีซกำหนดไว้ แม้กรีซได้เก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ใหม่เพื่อชดเชยการที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายรายได้และงบรายจ่าย และการบรรลุเป้าหมายลดยอดขาดดุลที่ 7.6% ของจีดีพีในปีนี้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการได้รับเงินช่วยเหลือต่อไปภายใต้ข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู)/กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในเดือน พ.ค. 2010 ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ยังไม่ได้ปรับค่าตามฤดูกาลล่าสุดของสำนักงานสถิติของกรีซนั้น เศรษฐกิจกรีซทรุดตัวลง 7.3% ในไตรมาส 2 หลังจากที่ดิ่งลง 8.1% ในไตรมาสแรกปีนี้ นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติ ELSTAT ระบุว่า อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 16.3% ในไตรมาส 2 จาก 15.9% ในไตรมาสแรกปีนี้ และเทียบกับ 11.8% ในไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว ขณะที่ประชาชนถึง 1 ใน 3 ที่มีอายุ 29 ปีและต่ำกว่าเป็นผู้ว่างงาน และรัฐบาลคาดว่าจีดีพีจะหดตัวลง 5.3% ในปีนี้ ขณะที่การขยายตัวของภาคท่องเที่ยวในไตรมาส 3 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบรรเทาภาวะถดถอยในตลาดแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปในปีหน้า

รัฐบาลกรีซเล็งค้ำประกันเงินกู้ให้แบงก์พาณิชย์วงเงิน 3 หมื่นล้านยูโร: รัฐบาลกรีซมีแผนจะค้ำประกันเงินกู้มูลค่า 3 หมื่นล้านยูโร (4.15 หมื่นล้านดอลลาร์) ให้ธนาคารต่างๆ เพื่อช่วยให้ธนาคารเหล่านี้ได้รับเงินกู้จากธนาคารกลาง โดยธนาคารต่างๆ จะใช้การค้ำประกันดังกล่าวเพื่อเข้าถึงเงินทุนผ่านทางกลไกความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (ELA) ซึ่งธนาคารของกรีซต้องพึ่งพาเงินกู้จากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) หลังจากไม่สามารถระดมทุนในตลาดทุนได้เนื่องจากวิกฤติหนี้ของกรีซ แต่ธนาคารบางแห่งหันไปพึ่งพา ELA มากขึ้นแทน เนื่องจากธนาคารเหล่านี้ขาดแคลนหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มีสิทธิขอเงินกู้จากอีซีบี ทั้งนี้ ELA คือ เงินกู้ที่ธนาคารกลางกรีซปล่อยกู้ให้ธนาคารที่ขาดสภาพคล่องแต่มีความสามารถในการชำระหนี้

สเปนเตรียมเก็บภาษีมั่งคั่งจากคนรวยหวังช่วยยุติวิกฤติเศรษฐกิจ: นางอีลีนา ซัลกาโด รมว.คลังของสเปน กล่าวว่า สเปนจะเสนอการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนที่ร่ำรวยจ่ายภาษีมากขึ้นเพื่อช่วยยุติวิกฤติเศรษฐกิจ โดยรายได้จากภาษีพิเศษนี้จะช่วยให้สเปนบรรลุเป้าหมายยอดขาดดุลสาธารณะ ขณะที่สเปนกำลังต่อสู้เพื่อหลีกเลี่ยงการประสบกับวิกฤติหนี้ยูโรโซน ซึ่งจะนำไปสู่มาตรการช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศแก่กรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ ภาษีนี้จะกระทบประชาชนราว 160,000 คน ซึ่งจะทำให้รัฐมีรายได้มากถึง

1.08 พันล้านยูโร (1.48 พันล้านดอลลาร์) ต่อปี โดยประชาชนที่ร่ำรวยจะเสียภาษีมากขึ้นในปีนี้และปีหน้า และรายได้จะมีผลต่องบประมาณปี 2012 และ 2013 ซึ่งภาษีความมั่งคั่งทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้ 2.1 พันล้านยูโรเมื่อมีการเก็บครั้งล่าสุดในปี 2007 นอกจากนี้ ประเทศอื่นๆในกลุ่มยูโรโซน 17 ประเทศ อาทิ อิตาลี ฝรั่งเศส และออสเตรีย ก็กำลังพิจารณาเก็บภาษีความมั่งคั่งเช่นกัน ทั้งนี้ สเปนตั้งเป้าหมายยอดขาดดุลที่ 6% ของจีดีพีในปีนี้ ซึ่งลดลงจาก 9.2% ในปีที่แล้ว และตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ลดลงเหลือ 3% ของจีดีพีในปี 2013

ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่จับมืออัดฉีดดอลล์เพิ่มสภาพคล่องแก้วิกฤติหนี้ยุโรป: ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่า "อีซีบีตัดสินใจร่วมมือกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ในการจัดหาสภาพคล่องเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจำนวน 3 ครั้งจนถึงสิ้นปีนี้ โดยมีกำหนดเวลาชำระหนี้ราว 3 เดือนระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. โดยจะจัดหาดอลลาร์ในปริมาณที่มากเท่าที่จำเป็นให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ และ BOE และ SNB ระบุว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะปล่อยกู้เงินสกุลดอลลาร์เป็นเวลา 3 เดือนพร้อมกับอีซีบีในวันที่ 12 ต.ค., 9 พ.ย. และ 7 ธ.ค. ขณะที่บีโอเจซึ่งเปิดประมูลดอลลาร์ระยะ 3 เดือนอยู่แล้วนั้น จะเพิ่มการประมูลขึ้นอีกหนึ่งรอบในวันที่ 18 ต.ค. และเฟดจะไม่ปล่อยกู้ระยะ 3 เดือนแก่ธนาคารในสหรัฐ แต่เฟดจะยังคงเปิดวงเงินสว็อปดอลลาร์กับอีซีบีและธนาคารกลางอื่นๆ ต่อไป เพื่อรับประกันว่าธนาคารกลางเหล่านี้จะสามารถหาอุปทานดอลลาร์เพิ่มเติมได้เมื่อมีความจำเป็น

รัฐมนตรีอังกฤษเรียกร้องธนาคารกลางใช้มาตรการ QE อีกรอบ: นายวินซ์ เคเบิล รัฐมนตรีธุรกิจอังกฤษ กล่าวว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ควรพร้อมจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีกครั้งเพื่อปกป้องเศรษฐกิจอังกฤษไม่ให้ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ ซึ่งการตัดสินใจเรื่องการดำเนิน QE อีกรอบหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (MPC) ของ BOE และไม่ใช่การตัดสินใจของรัฐบาล แต่ถ้อยแถลงของนายเคเบิลอาจเพิ่มแรงกดดันต่อ MPC ให้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนายเคเบิลไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า QE รอบใหม่จะแทบไม่สามารถกระตุ้นอุปสงค์ได้ และเขาไม่เห็นด้วยกับความกังวลที่ว่า QE จะกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ แม้อัตราเงินเฟ้ออังกฤษในขณะนี้อยู่ในระดับสูงกว่า 2 เท่าของอัตราเป้าหมายที่ BOE ตั้งไว้ที่ 2% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายเกิดจากราคานำเข้าและมาตรการพิเศษในการปรับขึ้นภาษี แต่ขณะนี้แทบไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเกิดภาวะเงินเฟ้อด้านค่าจ้างแรงงาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอังกฤษยังคงดำเนินมาตรการคุมเข้มทางการคลังต่อไปเพื่อปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดว่า BOE จะเริ่มใช้มาตรการซื้อพันธบัตรอีกครั้งในขณะที่เศรษฐกิจอังกฤษยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอ โดยแทบไม่มีการขยายตัวนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2010 และ BOE ได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่สถิติต่ำสุดที่ 0.5% เป็นเดือนที่ 30 ติดต่อกัน

จี-20 เตรียมร่างแผนเพิ่มสินค้าเกษตร-งบสาธารณูปโภค: ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประธานกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ กลุ่มจี-20 จะร่างแผนเพื่อเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตร เพิ่มงบรายจ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน และปรับปรุงช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับประเทศยากจน และในวันที่ 23 ก.ย. นี้ ที่ประชุมรมว.คลังและพัฒนาจากกลุ่มจี-20 จะได้รับรายงานที่ร่างโดยนายบิล เกตส์ เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขแบบนวัตกรรมเพื่อหาเงินทุนสนับสนุนการพัฒนา รวมทั้งบทบาทของประเทศเกิดใหม่ในความร่วมมือระหว่างประเทศ การประชุมดังกล่าว ซึ่งจะจัดขึ้นนอกรอบการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก จะมุ่งเน้นการดำเนินแผนปฏิบัติการที่ร่างโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบบยั่งยืน รวมทั้งวิธีปรับปรุงการวิจัยด้านเกษตรกรรมและการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกรในประเทศยากจน โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคีจะเสนอแผนเพื่อขยายแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานในด้านต่างๆ เช่นน้ำและไฟฟ้า ขนส่ง และโทรคมนาคม ขณะที่รัฐมนตรีจาก 5 ประเทศที่ได้รับเชิญ อาทิ เอธิโอเปีย สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สเปน และอีเควทอเรียล กินี จะเข้าร่วมการประชุมด้วย หลังเสร็จสิ้นการประชุม จะมีการนำเสนอแผนปฏิบัติการให้ผู้นำประเทศและรัฐบาลในกลุ่มจี-20 ซึ่งจะร่วมการประชุมสุดยอดในวันที่ 4 พ.ย. ที่ฝรั่งเศส

 

ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ Tel. (662) 618-1336

 

รายงานวันนี้

หุ้น: SC          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 18.60

เราเริ่มให้คำแนะนำซื้อสำหรับ SC ด้วยราคาเป้าหมายปี 2555 ที่ 18.60 บาทอ้างอิงจากวิธีประเมินมูลค่าแบบ sum-of-the-parts

บริษัทมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าระดับกลาง-บนจนถึงระดับสูงซึ่งไม่มีความกังวลเรื่องอุปทานล้นตลาดสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ โดยบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด

เราคาดว่ากำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ เติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 18% ในช่วงปี 2553-55 ซึ่งดีกว่าตลาดโดยรวม

มีมูลค่าสินทรัพย์ให้เช่าสูงถึง 55% ของมูลค่าตลาด (Market capitalization) ซึ่งเรามองว่ามีโอกาสได้กำไรจักการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่

 

นักวิเคราะห์: นฤมล เอกสมุทร Tel. (662) 618-1345

 

กลุ่ม: รถยนต์          คำแนะนำ: เพิ่มน้ำหนักการลงทุน          ราคาเป้าหมาย (บาท): -

Toyota Motor (Thailand) รายงานว่ายอดขายรถยนต์ในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 20.3% YoY และ 8.4% MoM

เราคาดว่ากลุ่มรถยนต์ไทยจะรายงานการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากช่วงต่ำสุดในไตรมาส 2/54

ยังคงคำแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนโดยอ้าอิงจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล, การส่งชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นที่กลับเป็นปกติ และการผลิตอีโคคาร์ที่เพิ่มขึ้นในปีหน้า

 

นักวิเคราะห์: สุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม Tel. (662) 618-1341

 

หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม

 

Technical Analysis

Security: ADVANC

Position: ซื้อ

เป้าหมาย: 126/128

Stop loss < 121

Reason: ปิดต่ำแต่ยังคงสูงกว่าแนวรับที่ให้ไว้และมีลุ้นปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ เนื่องจากเป็นหุ้นที่ out perform market

 

Security: TASCO

Position: ซื้อ

เป้าหมาย: 53/54

Stop loss < 48.5

Reason: สัญญาณทะลุกรอบแนวต้านระยะสั้น 49.5 พร้อมกับวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นตาม จึงมีลุ้นการดีดขึ้นทดสอบแนวต้านเดิม 53-54

 

Security: BTS

Position: ซื้อ

เป้าหมาย: 0.74/0.76

Stop loss < 0.65

Reason: สัญญาณซื้อจะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นทะลุแนวต้านระยะสั้น 0.70 คาดว่าวอลุ่มจะเพิ่มสูงขึ้นตาม แนะนำ Follow buy TP/0.74-0.76

 

Security: PTTEP

Position: ขาย

Reason: ไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน 165 และเริ่มอ่อนตัวลง ประเมินหากหลุดแนวรับสำคัญ 160 จะส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงแรง

 

Security: CPF

Position: ขาย

Reason: หลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้น ส่งผลให้รูปแบบเปลี่ยนเป็นลง หากหลุดแนวรับสำคัญ 28 บ.คาดจะส่งผลให้หุ้นปรับลงแรง

 

Security: TUF

Position: ขาย

Reason: หลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว 56 บ. ส่งผลให้แนวโน้มระยะกลางถึงยาว เปลี่ยนเป็นแบบขาลง

 

โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 19 ก.ย. 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1185
mod_vvisit_counterAll days1185

We have: 1183 guests online
Your IP: 216.73.216.28
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 29, 2026

4327976