| Daily View - บล.กสิกรไทย |
|
|
|
| Friday, 30 September 2011 10:43 | |||
|
Focus moves to China and US number หลังจากสภาเยอรมันมีมติให้ขยายวงเงินใน EFSF และทาง EU มั่นใจว่ากองทุนEFSF จะได้ข้อสรุปภายในกลางเดือนต.ค. พร้อมกับแผนการช่วยเหลือกรีซ เราเชื่อว่าสถานการณ์ในยุโรปจะผ่อนคลายขึ้น และตลาดจะเริ่มหันกลับมาดูปัจจัยอื่นๆมากขึ้น โดยประเทศจีนจะประกาศตัวเลข PMI เดือนต.ค. ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งconsensus คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 51.1 จาก 50.9 ในเดือนก่อนหน้า และวันศุกร์ที่ 14 ต.ค. จีนจะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ย. ซึ่งคาดว่าจะลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 6.2% ขณะที่ในเดือนหน้าจะเป็นเดือนของการประกาศผลประกอบการของบริษัทจะทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะออกมาดี ขณะที่ประเทศไทยคาดว่าในเดือนต.ค. ครม.จะเริ่มพิจารณามาตรการลดภาษีนิติบุคคลลงจาก 30% เหลือ 23%ในปีหน้า ดังนั้นหากตัวเลขที่ออกมาเป็นไปตามที่คาด ตลาดน่าจะเริ่ม rebound กลับขึ้นมาในช่วงเดือนต.ค. อย่างไรก็ตามความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรป หดตัวยังไม่หมดไป การเก็งกำไรยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง แต่สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว เป็นโอกาสดีในการสะสมกลยุทธ์การลงทุน: แม้ว่าระยะสั้นตลาดจะยังคงผันผวน เรายังคงมีความหวังเดือนต.ค.น่าจะมีโอกาส rebound ระยะสั้นกลับขึ้นมาได้ โดยแนะนำให้เริ่มหันมาลงทุนหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ออกมาดี เช่น CPF TUF CPN HMPRO BIGC BH KH TICON LOXLEY และกลุ่มผู้ประกอบการบ้าน ขณะที่นักลงทุนระยะยาวยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นในกลุ่มพลังงาน และหันมาลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic play มากขึ้น โดยแนะนำให้สะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศเป็นหลักเช่น RS CPALL MAKRO BIGC BGH KH CPF LH AP LPN SPALI TICON TISCO และหุ้นในกลุ่ม ICT ADVANC DTAC
ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า - อัตราว่างงานเยอรมันเดือนก.ย. ลดลงมาอยู่ที่ 6.9% จากระดับ 7% เดือนก่อนหน้า ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ - รัฐสภาเยอรมนีมีมติด้วยคะแนนเสียง 523 ต่อ 85 ให้ขยายเงินทุนและประสิทธิภาพของกองทุน EFSF - EU เปิดเผยว่าข้อสรุปการเพิ่มเงินใน EFSF จะเสร็จภายในกลางเดือนต.ค. - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐปรับเพิ่มการประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ไตรมาส 2 ขึ้นเป็น 1.3% จากการประมาณการครั้งก่อนที่ 1% - จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ในรอบสัปดาห์ที่แล้วลดลง 37,000 ราย สู่ระดับ 391,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือน
ปัจจัยสำคัญวันนี้ - US: รายได้และค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล วันที่ 30 ก.ย. - US: ดัชนี Michigan Consumer Sentiment Index วันที่ 30 ก.ย. -Thai: ธปท. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนส.ค. วันที่ 30 ก.ย.
ปัจจัยสำคัญในช่วงต้นสัปดาห์หน้า - China: PMI Manufacturing วันที่ 1 ต.ค. - China: China Non-manufacturing PMI วันที่ 3 ต.ค. - EU: PMI Manufacturing วันที่ 3 ต.ค. - US: ISM Mfg Index วันที่ 3 ต.ค. - US: ตลอดสัปดาห์ รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/54 ของบริษัทจดทะเบียน
สรุปตลาดต่างประเทศ: DJ+143.08/+1.3% S&P+9.34/+0.81% NASDAQ-10.82/-0.43% FTSE-20.79/-0.4% DAX+61.16/+1.1% CAC+32.03/+1.07%
เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าคาด ขณะที่ข่าวรัฐสภาเยอรมนีลงมติอนุติการเพิ่มขนาดกองทุน EFSF ไม่ด้ช่วยหนุนตลาดมากนัก เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลว่าเยอรมนีอาจมีปัญหาเรื่องความไม่พอใจให้แก่ประชาชนผู้เสียภาษีและพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากเยอรมนีจะต้องเพิ่มเงินประกันในกองทุน EFSF ขึ้นเกือบเท่าตัว
สรุปตลาด Commodity: Oil USD82.14/bbl/+0.93 Gold USD1,617.3/Once/-0.8 นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำล่วงหน้าและกลับมาซื้อสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า หลังจากรัฐสภาเยอรมนีอนุมัติเพิ่มขนาดกองทุน EFSF รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดีกว่าคาด
ECONOMICS & POLITICS - ผู้ว่า ธปท." ประชุมบอร์ด กนง.นัดพิเศษ หารือกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อปี 55 "อัจนา" ระบุจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในรายละเอียดบอกไม่ได้อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย - นายกรัฐมนตรี เห็นชอบตั้งทีมงานชุดเล็ก (วอร์รูม) ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อนำไปสู่การจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)และ สศช. โดยนายกฯทำหน้าที่เป็นประธาน รับฟังข้อมูลด้วยตัวเอง
ประเด็นการเมือง - นายกรัฐมนตรี เตรียมเปิดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ออกรายการช่อง 11 เริ่มเสาร์แรกวันที่ 1 ต.ค.นี้ เวลา 08.30 น. โดยใช้เวลา 30 นาที
INDUSTRY NEWS - กลุ่มพลังงาน: แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า จะเสนอปรับโครงสร้างราคาพลังงานต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) หลังมาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี) สิ้นสุดเดือน ก.ย. ดังนี้ 1.ขยายเวลาตรึงราคาแอลพีจีภาคขนส่งเป็นเดือน พ.ย. จากนั้นทยอยปรับขึ้นราคาเดือน ธ.ค. 2554 ไตรมาสละ 75 สตางค์/กก. หรือ 41 สตางค์/ลิตร จนสะท้อนต้นทุนจริง - กลุ่มอาหารส่งออก: นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ว่า ได้หารือถึงสถานการณ์การส่งออกในกลุ่มอาหารสำเร็จรูป โดยการส่งออกปี 55 คาดว่าการเติบโตชะลอตัวต่ำลงหรือขยายตัวแค่ 5% จากปี 54 ที่คาดว่าการส่งออกของกลุ่มจะสามารถเติบโตในระดับ 10% มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท เนื่องจากตลาดหลักของการส่งออก คือตลาดสหภาพยุโรปที่มีสัดส่วนการส่งออกของกลุ่ม 15% ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจภายในประเทศ
EXTERNAL FACTOR - ดัชนี DJ ปิดบวก 143.08 จุด หรือ 1.3% ปิดที่ 11,153.98 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 9.34 จุด หรือ0.81% ปิดที่ 1,160.4 จุด ดัชนี Nasdaq ลดลง 10.82 จุด หรือ 0.43% ปิดที่ 2,480.76 จุด ตลาดหุ้นไม่ได้ตอบรับข่าวรัฐสภาเยอรมนีมีมติด้วยคะแนนเสียง 523 ต่อ 85 ให้ขยายเงินทุนและประสิทธิภาพของกองทุน EFSF ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินอยู่ 4.40 แสนล้านยูโร (5.99 แสนล้านดอลลาร์) โดยมีเป้าหมายที่จะควบคุมการลุกลามของวิกฤตหนี้สาธารณะ รวมทั้งจะช่วยให้กองทุน EFSF มีศักยภาพมากขึ้นในการเพิ่มทุนให้กับภาคธนาคารและปล่อยเงินกู้ให้กับประเทศยูโรโซนที่ประสบปัญหา มากนัก เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลต่อมติของรัฐสภาเยอรมนีซึ่งอาจจะสร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของนางแองเกลา แมร์เคล เนื่องจากเยอรมนีจะต้องเพิ่มเงินประกันในกองทุน EFSF ขึ้นจากระดับ 1.23 แสนล้านยูโร เป็น 2.11 แสนล้านยูโร ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในบรรดาประเทศยูโรโซน และอาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนผู้เสียภาษีและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไรก็ตามตลาดหุ้นสามารถปิดบวกได้หลังจากได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับเพิ่มการประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ขึ้นเป็น 1.3% จากการประมาณการครั้งก่อนที่ 1% ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับ สวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้วลดลง 37,000 ราย สู่ระดับ 391,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 เดือน จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น โดยหุ้นแบงก์ ออฟอเมริกา ดีดตัวขึ้น 3.08% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค พุ่งขึ้น 3.02% หุ้นซิตี้กรุ๊ปพุ่งขึ้น 3.78% และหุ้นธนาคารเวลส์ ฟาร์โก ดีดตัวขึ้น 2.21% ขณะที่ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากซิตี้กรุ๊ปประกาศลดคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งในปีนี้และปีหน้า โดยระบุว่า "เศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว" - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น USD0.93bbl หรือ 1.15% ปิดที่ USD82.14/bbl เนื่องจากได้แรงหนุนจากข่าวรัฐสภาเยอรมนีลงมติอนุติการเพิ่มขนาดกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด อย่างไรก็ตามสัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัดหลังจากซิตี้กรุ๊ปปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลก - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง USD0.08 หรือ 0.05% ปิดที่ระดับ USD1,617.3 เนื่องจากนักลงทุนเทขายสัญญาทองคำและนำเงินเข้าเทรดในตลาดหุ้น หลังจากรัฐสภาเยอรมนีลงมติอนุติการเพิ่มขนาดกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) - ดัชนีค่าระวางเรือ ปิดที่ 1,913 ลดลง 7 จุด หรือ 0.36% - คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริหารและผู้บริโภคในยูโรโซนร่วงลงแตะ 95.0 จุดในเดือนกันยายน จากระดับ 98.4 ในเดือนสิงหาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่96.0 จุด โดยตัวเลขล่าสุดถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2552 - รัฐบาลฝรั่งเศสโดนกดดันให้รักษายอดขาดดุลงบประมาณไม่ให้เกินเพดานของยุโรป ขณะนี้กำลังดำเนินการออมเงินจำนวนมหาศาลเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณที่คาดว่าจะอยู่ที่ 9.55 หมื่นล้านยูโรในปีนี้(1.3031 แสนล้านดอลลาร์) ให้เหลือ 8.18 หมื่นล้านยูโร (1.1065 แสนล้านดอลลาร์) ในปีหน้า ทั้งนี้ฝรั่งเศสคาดว่าในระยะเวลา 2 ปี ตัวเลขขาดดุลจะลดลงเหลือ 3% และลดลงเหลือ 1% ในปี 2558 - รัฐสภาเยอรมนีได้มีมติรับรองให้เพิ่มขนาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) ด้วยคะแนน 523 ต่อ 85 เสียง และงดออกเสียง 3 คน โดยแผนดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มวงเงินปล่อยกู้จาก 2.5 แสนล้านยูโรเป็น 4.4 ล้านยูโรและเพิ่มอำนาจปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินรวมถึงซื้อพันธบัตรชาติสมาชิกในตลาดรองของ EFSF โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกยูโรโซนทั้ง 17 ชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐสภาฟินแลนด์ที่เคยตั้งแง่แผนนี้ก็ยอมเปิดไฟเขียวแล้ว โดย EFSF ซึ่งเป็นกองทุนชั่วคราวจะแปรสภาพเป็นกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (European Stability Mechanism) ในปี 2556 อย่างไรก็ตามกฎหมายใหม่นี้จะทำให้วงเงินรับประกันของเยอรมนีเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.23 แสนล้านยูโร เป็น 2.11 แสนล้านยูโร ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในบรรดาประเทศยูโรโซน - สำนักงานแรงงานกลางเยอรมนีเปิดเผยว่า จำนวนคนว่างงานที่ปรับตามฤดูกาลอยู่ที่ 2.92 ล้านราย ในเดือนกันยายน แต่ร่วงลง 26,000 ราย มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าน่าจะลดลงประมาณ 8,000 รายขณะที่อัตราว่างงานในเดือนก.ย. ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 6.9% จากระดับ 7% ในเดือนก่อนหน้า - Citigroup ปรับลดประมาณการ World GDP ปี 54 และ 55 เติบโต 3% และ 2.9% ตามลำดับ และปรับลดคาดการณ์ GDP ของประเทศจีนปี 55 ลดลงจาก 9% เหลือ 8.7% นอกจากนี้ Citigroup ยังระบุว่า"เศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว"
TODAY’S REPORTS - KSL และ KBS: เมื่อวานนี้ราคาน้ำตาลปรับตัวขึ้น 6.5% สัญญาซื้อขายน้ำตาลล่วงหน้าเดือนมีนาคม 55 ปรับตัวสูงขึ้น 1.57 เซนต์ (+6.5%) ปิดที่ราคา 25.87 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเรามองว่าราคาน้ำตลาดที่ปรับตัวขึ้นแรงจะส่งผลบวกต่อราคาหุ้นของ KSL และ KBS ในระยะสั้น เนื่องจากราคาน้ำตาลกับราคาหุ้น KSL มีความสัมพันธ์กัน 56% (ถ้าพิจารณาเป็นข้อมูลรายวันจะมีความสัมพันธ์มากกว่า 80%) ขณะที่ราคา KSL กับ ผลประกอบการมีความสัมพันธ์กัน 26% โดยในเชิงปัจจัยพื้นฐาน เรายังให้KSL เป็น Top pick ของกลุ่ม Food คงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 18.9 บาท และแนะนำ Buy สำหรับ KBS ราคาพื้นฐาน 17.3 บาท - Refinery Sector: ไฟไหม้โรงกลั่น Shell ที่สิงคโปร์ Royal Dutch Shell ปิดโรงกลั่นที่ Palau Bukom ประเทศสิงคโปร์ (กำลังการผลิต 500 kbd) เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ Shell ต้องปิดส่วนงาน Hydrocracking ขณะที่สายการผลิตอื่นยังสามารถดำเนินงานได้แต่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Middle distillate (น้ำมันก๊าซ ดีเซล น้ำมันอากาศยาน) ลดลง (โดยล่าสุดมีข่าวว่า Shell อาจมีการตัดสินใจปิดหน่วยงานทั้งหมด) เรามองว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะ TOP และ PTTAR เนื่อจากทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนการผลิต Middle distillate ที่สูง เรายังคงคำแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่ม Refinery - BAY: เราคาดว่ากำไรสุทธิงวด 3Q54 จะอยู่ที่ 3,121 ล้านบาท (+5%QoQ, +34%YoY)เราคาดว่า BAY จะรายงานกำไรสุทธิงวด 3Q54 อยู่ที่ 3,121 ล้านบาท (+5%QoQ, +34%YoY) จากประมาณการเติบโตของสินเชื่อ 3%QoQ (NIM ลดลงจากงวด 2Q54 จำนวน 7bps) และคาดว่ารายได้จากค่าธรรมเนียมจะเติบโต 3.5%QoQ ในงวด 3Q54 และ 4Q54 ซึ่งจะช่วยหนุนให้ประมาณการเติบโตค่าธรรมเนียมของ BAY ปี 54 อยู่ที่ 12% (ใกล้เคียงกับเป้าหมายของ BAY) โดยเราเชื่อว่าการเติบโตของค่าธรรมเนียมของ BAY จะมาจาก 1) ธุรกิจ Bancassurance ที่ดีขึ้น 2) การทำ Cross-sale 3) การรุกตลาดด้วยการขยายตตู้ ATM มากขึ้น และ 4) การรุกด้วยการทำการตลาดที่ Aggressive ขึ้น เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 37 บาท
ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY
สุชีล นารูลา ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0021)
Gold Futures: แนะนำให้รอดูจังหวะก่อนจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ระยะสั้นกำลังแกว่ง แต่ยังอยู่ในทิศทางซิกแซกขึ้นต่อในระยะกลางถึงยาว โดยถ้าสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ $1,635 ขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ $1,662 และ/หรือ $1,677 ขณะที่แนวรับของการแกว่งอยู่ที่ $1,613 และ $1,600 สำหรับ Gold Futures (GFV11) ทาง Technical ยังไม่มีสัญญาณให้ทำอะไร แนะนำให้รอดูจังหวะ เนื่องจากมีแนวต้านเป็นระยะๆ ที่ 24,400, 24,620 และ 24,860 โดยถ้าสามารถทะลุและยืนเหนือ 25,240 ได้ สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น ส่วนความเสี่ยง คือ ถ้าหลุด 23,990 ลงมา อาจแกว่งกลับลงไปที่ 23,200 และ 22,600 และ/หรือ 21,900 SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50Z11 สามารถทะลุ 655 ขึ้นมา แล้วแกว่งหลุด 646 ลงมาช่วงท้ายตลาด ซึ่งมีโอกาสลงต่อไปที่ 630-629 หรือต่ำกว่านั้น โดยสถานการณ์จะดีขึ้น ต่อเมื่อทะลุ 659 และ 664-665 ขึ้นมา ขณะที่แนวโน้มระยะกลางถึงยาวกำลังเผชิญความเสี่ยง กลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงจำกัด
กลยุทธ์การลงทุน : 1) กรณี Long แนะนำให้รอดูจังหวะไปก่อน 2) กรณี Short แนะนำให้ถือ Short หลังหลุด 646 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงไปแบ่งทำกำไรบริเวณ 630-629 โดยใช้646 เป็น Stop loss (S50U11 มีแนวต้าน 659, 664-665 และ 675 แนวรับ 646, 629 และ 600)
MARKET EVENT
Thai Event - 30/09/11 ธปท.รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค. - 01/10/11 กระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อเดือนก.ย. - 19/10/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย - สัปดาห์ที่ 3 เดือนต.ค. กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออก - 31/10/11 ธปท. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ย. - 01/11/11 กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค.
World Event - 30/09/11 EU : CPI Estimate* - 30/09/11 EU : Unemployment Rate* - 30/09/11 US : Personal Income and Outlays* - 30/09/11 US : Chicago PMI - 30/09/11 US : Consumer Sentiment - 01/10/11 China: PMI Manufacturing* - 03/10/11 China: China Non-manufacturing PMI - 03/10/11 EU: PMI Manufacturing* - 03/10/11 US: ISM Mfg Index* - 04/10/11 EU: PPI - 04/10/11 US: Factory Orders - 05/10/11 EU: PMI Services - 05/10/11 EU: Retail Sales* - 05/10/11 US: ADP Employment Report - 05/10/11 US: ISM Non-Mfg Index - 06/10/11 EU: ECB Announces Interest Rate* - 06/10/11 Germany: Factory Orders - 06/10/11 US: Jobless Claims* - 07/10/11 Germany: Industrial Production* - 07/10/11 US: Employment Situation* * Markets will pay more attention to these figures
กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030 วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0038
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 30 ก.ย. 2554
|






![]() | Today | 1259 |
![]() | All days | 1259 |
Comments