Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Daily View - บล.กสิกรไทย
Daily View - บล.กสิกรไทย PDF Print E-mail
Monday, 03 October 2011 12:04

Concerns on Global Economy Slowdown

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงได้รับแรงกดดันจากความวิตกเรื่องการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก แต่เราเชื่อว่าแรงกดดันดังกล่าวจะเริ่มเบาบางลงหลังจีนประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิต เดือนก.ย. เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ส่วน PMI ภาคบริการ เช้านี้ประกาศออกมาสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 59.3 จาก 57.6 ในเดือนส.ค.และเงินเฟ้อของจีน ซึ่งคาดว่าจะลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 6.2% ประกอบกับการประกาศผลประกอบการของบริษัทจะทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะออกมาดีขณะที่ประเทศไทยคาดว่าในเดือนต.ค. ครม.จะเริ่มพิจารณามาตรการลดภาษีนิติ

บุคคลลงจาก 30% เหลือ 23% ในปีหน้า ดังนั้นหากตัวเลขที่ออกมาเป็นไปตามที่คาด ตลาดน่าจะเริ่ม Rebound กลับขึ้นมาในช่วงเดือนต.ค. อย่างไรก็ตามความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรป หดตัวยังไม่หมดไป การเก็งกำไรยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง แต่สำหรับ นักลงทุนระยะกลางถึงยาว เป็นโอกาสดีในการสะสมกลยุทธ์การลงทุน: แม้ว่าระยะสั้นตลาดจะยังคงผันผวน เรายังคงมีความหวังเดือนต.ค.น่าจะมีโอกาส rebound ระยะสั้นกลับขึ้นมาได้ โดยแนะนำให้เริ่มหันมาลงทุนหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ออกมาดี เช่น CPF TUF CPN HMPRO BIGC BH KH TICON LOXLEY และกลุ่มผู้ประกอบการบ้าน ขณะที่นักลงทุนระยะยาวยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นในกลุ่มพลังงาน และหันมาลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic play มากขึ้น โดยแนะนำให้สะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศเป็นหลักเช่น RS CPALL MAKRO BIGC BGH KH CPF LH AP LPN SPALI TICON TISCO และหุ้นในกลุ่ม ICT ADVANC DTAC

 

ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า

- รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 59.4 สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ที่ 57.8

- ดัชนี PMI เขตชิคาโกเดือนก.ย. อยู่ที่ 60.4 เพิ่มขึ้นจาก 56.5 ในเดือนส.ค.

- ยอดค้าปลีกเยอรมนีเดือนส.ค.ร่วงลง 2.9%MoM เป็นการร่วงลงหนักสุดตั้งแต่เดือนพ.ค.50

- ดัชนี PMI ภาคการผลิตจีน เดือนก.ย. ขยายตัวที่ระดับ 51.2 จาก 50.9 ในเดือนส.ค.นับเป็นการดีดตัวขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน

ปัจจัยสำคัญวันนี้

- China: China Non-manufacturing PMI วันที่ 3 ต.ค.

- EU: PMI Manufacturing วันที่ 3 ต.ค.

- US: ISM Mfg Index วันที่ 3 ต.ค.

- กระทรวงพาณิชย์ประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือนกันยายนของประเทศไทย วันที่ 3 ก.ย.

 

ปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์

- EU: Retail Sales วันที่ 5 ต.ค.

- US: ADP Employment Report วันที่ 5 ต.ค.

- US: ISM Non-Mfg Index วันที่ 5 ต.ค.

- EU: ECB -nounces Interest Rate วันที่ 6 ต.ค.

- US: Jobless Claims วันที่ 6 ต.ค.

- Germany: Industrial Production วันที่ 7 ต.ค.

- US: Employment Situation วันที่ 7 ต.ค.

- US: ตลอดสัปดาห์ รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/54 ของบริษัทจดทะเบียน

 

สรุปตลาดต่างประเทศ:

DJ-240.60/-2.16% S&P-28.98/-2.5% NASDAQ-65.36/-2.63% FTSE-68.36/-1.32% DAX-137.56/-2.44% CAC-45.69/-1.51% เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก

 

สรุปตลาด Commodity:

Oil USD79.20/bbl/-2.94 Gold USD1,622.3/Once/+5.0 นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า เนื่องจากมีความกังวลต่อการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกซึ่งจะทำให้ความต้องการพลังงานลดลง และกลับเข้ามาเก็งกำไรสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าหลังราคาปรับตัวลงมา

แรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

 

ECONOMICS & POLITICS

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจเดือนส.ค. สะท้อนภาพที่ดีขึ้นการผลิตภาคอุตสาหกรรมพลิกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ที่ 3.9% MoM และ 7.0% YoY ในเดือนส.ค. 54 เทียบกับที่หดตัวลง 0.7% YoY ในเดือนก.ค. โดยทิศทางของภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เป็นไปในหลายหมวดอุตสาหกรรม ซึ่งหนุนให้อัตราการใช้กำลังการผลิตขยับขึ้นมาอยู่ที่ 64.7% เร่งขึ้นจาก 63.1% ในเดือนก.ค.นำโดย การเพิ่มขึ้น 15.5% YoY ของการผลิตยานยนต์ที่เร่งขึ้นเพื่อส่งมอบรถยนต์ตามคำสั่งซื้อคงค้างในช่วงก่อนหน้าการใช้จ่ายในประเทศขยายตัวในเกณฑ์ดี โดยหากเทียบกับในเดือนก่อนหน้า การบริโภคภาคเอกชนพลิกกลับมาขยายตัว 3.6% MoM ส่วนการลงทุนภาคเอกชนเร่งตัวขึ้น 1.9% MoM ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนเติบโตเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 5.4% และ 8.3% YoY หลังจากที่ขยายตัวเพียง 2.1% และ 6.5% YoY ในเดือนก่อนหน้า โดยองค์ประกอบที่สะท้อนการใช้จ่ายภาคเอกชนที่มีทิศทางดีขึ้นอย่างชัดเจนประกอบด้วย การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และการนำเข้าสินค้าทุน ซึ่งขยับสูงขึ้นตามการนำเข้าสินค้าในภาพรวมของประเทศที่สูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและรถยนต์เชิงพาณิชย์ ก็ขยายตัวสูงขึ้นหลังจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนคลี่คลายลงการส่งออกยังขยายตัวสูงแม้จะเป็นอัตราที่ชะลอลง โดยมูลค่าการส่งออกในเดือนส.ค. 54 ขยายตัว0.6% MoM และ 28.5% YoY ชะลอลงจาก 36.4% YoY ในเดือนก.ค. อย่างไรก็ดีการส่งออกของไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่องได้ในทุกหมวดหลักโดยเฉพาะ การส่งออกสินค้าเกษตร (เพิ่ม 69.3%) ขณะที่ สินค้าอุตสาหกรรม (เพิ่ม 27.6%) ทั้งนี้แม้การส่งออกจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่มูลค่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ดุลการค้าบันทึกยอดเกินดุลลดลงมาอยู่ที่ 0.705 พันล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนส.ค. จากที่เกินดุลมากถึง 4.552 พันล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนก.ค. อย่างไรก็ดี หากไม่นับรวมทองคำดุลการค้าในเดือนสิงหาคม จะบันทึกยอดเกินดุลสูงขึ้นมาที่ 1.864 พันล้านดอลลาร์ฯ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยแม้ภาพความเสี่ยงจากสถานการณ์วิกฤตด้านการคลังของสหรัฐฯ และวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป จะดูน่ากังวลและอาจทำให้ภาคการส่งออกเดือนท้ายๆ ของปี 54 ขยายตัวลดลง แต่สัญญาณของเครื่องชี้การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการใช้จ่ายในประเทศบางส่วนของไทยในเดือนส.ค. เริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และคาดว่ามาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เน้นการเพิ่มรายได้ (อาทิ โครงการรับจำนำข้าว) พร้อมๆ ไปกับการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคเอกชน (อาทิ โครงการรถยนต์คันแรก และที่อยู่อาศัยหลังแรก) จะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 54 จะมีค่าเฉลี่ยที่ระดับประมาณ 4.0-5.5% YoY สูงขึ้นจากที่ขยายตัว 2.9% YoY ในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 54 ก็อาจสามารถขยายตัวในกรอบคาดการณ์ที่ 3.5-4.2% (กรณีพื้นฐานที่ 3.8%)

 

ประเด็นการเมือง

- ปธ.วุฒิสภา เผยได้นำเสนอชื่อ "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์" เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว

 

INDUSTRY NEWS

- มรับเหมาก่อสร้าง: ร.ฟ.ท.เตรียมเสนอคลังพิจารณาชี้ขาดสัญญา 3 สายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ขัด พ.ร.บ.เสนอราคาต่อภาครัฐหรือไม่ หลังตรวจสอบพบเป็นเพียงคณะกรรมการซ้อนในคณะกรรมการตรวจสอบบริษัทเท่านั้น

- มเกษตร: สอน.สำรวจไร่อ้อยถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 9 หมื่นไร่ ชี้หากท่วมเกิน 2 สัปดาห์มีหวังเน่าตาย ส่งผลกระทบต่อปริมาณอ้อยเข้าหีบไม่ถึง100 ล้านตันตามเป้า ทั้งที่กำลังถึงฤดูตัดอ้อยแล้ว ระบุชาวไร่เผยราคาอ้อยขั้นต้น 2554/2555 น่าจะเกินกว่า 1,045 บาทต่อตัน

 

EXTERNAL FACTOR

- นี DJ ปิดลบ 240.60 จุด หรือ 2.16% ปิดที่ 10,913.38 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 28.98 จุด หรือ2.5% ปิดที่ 1,131.42 จุด ดัชนี Nasdaq ลดลง 65.36 จุด หรือ 2.63% ปิดที่ 2,415.40 จุด แม้ว่าการเปิดเผยข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐจะออกมาดีกว่าคาด โดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ช่วงท้ายเดือนก.ย.ไต่ขึ้นสู่ระดับ 59.4 ดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 57.8 ขณะที่สมาคมผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแห่งชาติ (NAPM) เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก ปรับตัวสูงขึ้นแตะ 60.4 ในเดือนก.ย. จาก 56.5 ในเดือนส.ค. แต่ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และผลักดันให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมา นอกจากนี้ตลาดยังเผชิญกับแรงกดดันท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรป เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเป็นเรื่องยากที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะสามารถลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจในภูมิภาค เนื่องจากราคาผู้บริโภคที่พุ่งขึ้นสูงเกินคาดในยูโรโซน โดยเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนก.ย.ขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ด้วยการพุ่งขึ้นแตะ 3% ในเดือนก.ย. จากระดับ 2.5% ในเดือนส.ค.ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนชะงักงันยังได้กระตุ้นแรงขายด้วย โดยเอชเอสบีซีเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนในเดือนก.ย.ทรงตัวอยู่ที่ 49.9 จุด ซึ่งดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 จุด บ่งชี้ว่าภาคการผลิตหดตัวลง ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐเปิดเผยว่าการใช้จ่ายผู้บริโภคขยับขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.ค. ขณะที่รายได้ลดลง 0.1% ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนต.ค.2552 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคของสหรัฐจำกัดการใช้จ่ายเพราะรายได้ที่ลดลง สำหรับนักวิเคราะห์กล่าวว่า แรงเทขายเมื่อวันศุกร์เป็นผลมาจากการที่นักลงทุนต้องการทำกำไรและปรับพอร์ทการลงทุนเพราะเป็นวันสุดท้ายของไตรมาสแล้ว ทั้งนี้ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดท้ายไตรมาสได้แย่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากนักลงทุนขาดแรงจูงใจเข้าซื้อหุ้นท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจที่มืดมน และวิกฤตหนี้ยุโรป โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงประมาณ 12% มากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2552 ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ร่วง 14% และ 12% ตามลำดับ เป็นการร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 เมื่อเศรษฐกิจกำลังเผชิญภาวะถดถอยและวิกฤตการเงินรุนแรงที่สุด

- คาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง USD2.94bbl หรือ 3.58% ปิดที่ USD79.20/bbl เนื่องจากนักลงทุนมองว่า เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะฉุดรั้งความต้องการพลังงานให้ลดลงตามไปด้วย

- สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น USD5.0 หรือ 0.3% ปิดที่ระดับ USD1,622.3 เนื่องจากการปรับฐานรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจนทำให้ราคาทองคำร่วงลงไปมาก ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้ามาซื้อทองคำซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยงอีกครั้ง

- ดัชนีค่าระวางเรือ ปิดที่ 1,899 ลดลง 14 จุด หรือ 0.73%

- สมาพันธ์ลอจิสติกและการจัดซื้อแห่งชาติของจีน (CFLP) เปิดเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ขยายตัวที่ระดับ 51.2 ในเดือนก.ย. จากระดับ 50.9 ในเดือนส.ค. นับเป็นการดีดตัวขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

- กระทรวงสื่อสารและกิจการภายในประเทศของญี่ปุ่นรายงานเบื้องต้นว่า อัตราว่างงานเดือนส.ค.ของญี่ปุ่นลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.3% จาก 4.7% ของเดือนก.ค. เป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน

- สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์โดยสารเพิ่มขึ้น 1.5% แตะที่ 604,317 คัน และรถบรรทุกขยายตัว 0.1% แตะ 89,963 คัน ส่วนยอดผลิตรถโดยสารเพิ่มขึ้น 56.6% แตะ 9,816 คัน

- ฟิทช์ เรทติ้งส์ และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของนิวซีแลนด์ลงสู่ระดับAA จากระดับ AA+ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินที่สูงขึ้น

- สำนักงานสถิติของเยอรมนีเปิดเผย ยอดค้าปลีกเดือนส.ค.ร่วงลง 2.9% จากเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2550

 

TODAY’S REPORTS

- CPF: UAE อนุญาตนำเข้าเนื้อไก่จากประเทศไทย เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 37 บาท รมต.พาณิชย์ รายงานว่า UAE ได้อนุญาตให้กลับมานำเข้าเนื้อไก่จากประเทศไทยได้อีกครั้ง หลังจากถูกห้ามนำเข้าตั้งแต่ปี 48 เนื่องจากการระบาดของโรคไข้หวัดนก โดยเรามองว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อผู้ส่งออกเนื้อไก่ รวมถึง CPF ถึงแม้ตลาดใน UAE จะมีขนาดเล็ก แต่คาดว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการอนุญาตนำเข้าเนื้อไก่จาก EU และ ญี่ปุ่น (EU และ ญี่ปุ่น มีขนาดตลาด 25% และ 48% ของตลาดเนื้อไก่ส่งออกปี 47 ขณะที่ UAE อยู่ที่0.5%) โดยก่อนหน้านี้ EU ได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อพิจารณาเรื่องการอนุญาตนำเข้าเนื้อไก่จากประเทศไทย ซึ่งถ้า EU กลับมานำเข้าเนื้อไก่จากประเทศไทยอีกครั้ง ก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะปรับประมาณการกำไรของCPF ขึ้น โดยอย่างเร็วที่สุดเราคาดว่า EU จะเริ่มนำเข้าได้ในปี 55 เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 37 บาท

 

ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY

 

สุชีล นารูลา ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0021)

Gold Futures: แนะนำให้รอดูจังหวะก่อนจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ยังอยู่ในทิศทางซิกแซกขึ้นต่อในระยะกลางถึงยาว แต่อาจใช้เวลา Sideway ปรับฐานต่อได้จนถึงเดือนธันวาคม โดยสถานการณ์กำลัง Hi-risk-hi-return โดยระยะสั้นมีโอกาสที่บริเวณ $1,530-1,520 อาจรับอยู่ และถ้าสามารถรีบาวด์ทะลุผ่านแนวต้านที่ $1,639, $1,662 และ $1,676 ได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ $1,701 และ/หรือ $1,714 แต่ระวังถ้าแกว่งหลุด $1,583 มีโอกาสลงไปทดสอบที่ $1,567 และ/หรือ $1,536

สำหรับ Gold Futures (GFV11) ทาง Technical ยังไม่มีสัญญาณให้ทำอะไร แนะนำให้รอดูจังหวะ เนื่องจากมีแนวต้านเป็นระยะๆ ที่ 24,400, 24,620 และ 24,860 โดยถ้าสามารถทะลุและยืนเหนือ 25,240 ได้ สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น ส่วนความเสี่ยง คือ ถ้าหลุด 23,990 ลงมา อาจแกว่งกลับลงไปที่ 23,200 และ 22,600 และ/หรือ 21,900

SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50Z11 มีแนวรับต่อไปที่ 612 และ 607 ซึ่งถ้าไม่สามารถยืนได้ มีโอกาสกลับลงไปทดสอบที่ 592 หรือต่ำกว่านั้น กลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงจำกัด

 

กลยุทธ์การลงทุน :

1) กรณี Long แนะนำให้รอดูจังหวะไปก่อน

2) กรณี Short แนะนำให้ถือ Short หลังแบ่งทำกำไรไปแล้วส่วนหนึ่งที่ 630-629 และสามารถเปิด Short เพิ่มได้เพื่อรอจังหวะลงไปแบ่งทำกำไรที่ 607 และ/หรือ 592 โดยใช้ 625 เป็น Stop loss (S50U11 มีแนวต้าน 628, 637 และ 650 แนวรับ 612, 607 และ 592)

 

MARKET EVENT

 

Thai Event

- 03/10/11 กระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อเดือนก.ย.

- 19/10/11 กนง. ประชุมนโยบายดอกเบี้ย

- สัปดาห์ที่ 3 เดือนต.ค. กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขส่งออก

- 31/10/11 ธปท. รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ย.

- 01/11/11 กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือนต.ค.

 

World Event

- 03/10/11 China: China Non-manufacturing PMI

- 03/10/11 EU: PMI Manufacturing*

- 03/10/11 US: ISM Mfg Index*

- 04/10/11 EU: PPI

- 04/10/11 US: Factory Orders

- 05/10/11 EU: PMI Services

- 05/10/11 EU: Retail Sales*

- 05/10/11 US: ADP Employment Report

- 05/10/11 US: ISM Non-Mfg Index

- 06/10/11 EU: ECB Announces Interest Rate*

- 06/10/11 Germany: Factory Orders

- 06/10/11 US: Jobless Claims*

- 07/10/11 Germany: Industrial Production*

- 07/10/11 US: Employment Situation*

* Markets will pay more attention to these figures

 

กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030

วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0038

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 3 ต.ค. 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1484
mod_vvisit_counterAll days1484

We have: 1478 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.217.150
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 22, 2026

4343672