| Daily View - บล.กสิกรไทย |
|
|
|
| Wednesday, 11 January 2012 10:14 | |||
|
เก็งกำไรแบบ Cautiously Optimistic
Fitch เผยคาดการณ์ว่าน่าจะยังไม่มีการปรับลดอันดับเครดิตของฝรั่งเศส (AAA) ลงภายในปีนี้ แต่สำหรับประเทศอิตาลีและสเปนอาจเห็นการปรับลดลง 1-2 ลำดับข่าวดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นยุโรปที่ Underperform ตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมาดีดตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นถึง 2% ทั้งนี้ตัวเลขต้นทุนการกู้ยืมของธนาคารในยุโรป (ทั้ง LIBORและ FRA/OIS Spread) ที่ยังคงปรับลดลง ประกอบกับตลาดเก็งความคืบหน้าของปัญหานี้ยุโรปที่จะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนนี้ ทั้ง รมว.คลังยุโรป (23-24ม.ค.) และผู้นำยุโรป (30 ม.ค.) อาจทำให้ตลาดช่วงสั้นปรับขึ้น หรือแกว่งตัวในทางบวกได้ก่อนที่จะเกิดการปรับตัว อย่างไรก็ตามหากไม่นับการแกว่งตัวของหุ้นธนาคารตามปัญหาหนี้ยุโรป และหุ้นพลังงาน และปิโตรเคมี ตามราคาน้ำมันดิบแล้ว จะเห็นว่าหุ้นในกลุ่มที่ปรับขึ้นโดดเด่นอยู่ในกลุ่ม เน้นการบริโภคในประเทศ มีผลการดำเนินงานมั่นคง กระแสเงินสดดี หรือมีเงินปันผลสูง ซึ่งอาจแปลความหมายได้ว่าตลาดเองก็ยังคงกังวลกับความผันผวนของตลาด และเลือกหุ้นปลอดภัยเป็นหลัก นั่นคือตลาดกำลังเก็งกำไรแบบ Cautiously Optimistic คือ มีมุมมองเชิงบวกต่อการแก้ปัญหายุโรป และตัวเลขเศรษฐกิจโลก (หรืออย่างน้อยเชื่อว่าจะไม่เกิดการระเบิดของปัญหายุโรปขึ้นมาในระยะเวลาอันใกล้) แต่ตลาดเองก็ระมัดระวังประเด็นความเสี่ยงที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ โดยเลือกหุ้นปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่เราเน้นกับ นักลงทุน กลยุทธ์การลงทุน: ความคืบหน้าหนี้ยุโรปอาจทำให้ตลาดช่วงสั้นเอื้อปรับขึ้นต่อ ซึ่งเราเน้นเพียงการลงทุนหรือเก็งกำไรระยะสั้น ในหุ้นพื้นฐานดี ซึ่งนอกจากหุ้นที่เราแนะนำช่วงก่อนหน้า เช่น KSL CPF HMPRO TPC BCP SIRI KTB ในช่วงสั้นสเปรดของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ดีขึ้นน่าจะทำให้ PTTGC IRPC VNTสามารถกลับมาเก็งกำไรได้ หุ้นปันผลและพื้นฐานที่เรามองว่ายังน่าสนใจ (11 ม.ค.) ได้แก่ INTUCH, TTW BAFS HMPRO สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ลดพอร์ตทำกำไรไปแล้ว ให้ Wait and See และรอสัญญาณกลับเข้าไปซื้อใหม่ ซึ่งเราคาดว่าช่วงม.ค.-ก.พ.55 ตลาดจะมีการปรับตัวลงส่วนนักลงทุนที่มีต้นทุนสูงและยังไม่ได้ลดพอร์ต ใช้จังหวะนี้ลดพอร์ต ส่วนพอร์ตที่ยังมีอยู่เน้น switch พอร์ตมาหาหุ้นปันผลก่อน โดยเราค่อนข้างชอบ TTW, BAFS, CPF, KK INTUCH EGCO MAKRO
ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า - EU: Fitch เปิดเผยคาดการณ์ว่าจะยังไม่มีการพิจารณาปรับอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศส (AAA) ลงภายในปีนี้ แต่อาจมีการปรับอันดับของอิตาลีและสเปนลง - US: Wholesale inventories เพิ่มขึ้น 0.1% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด 0.5%
ปัจจัยสำคัญวันนี้ - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (Chevron (Interim report), Lennar,Supervalu)
ปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ - EU: การประมูลตั๋วเงินคลังอิตาลีและสเปนในสัปดาห์นี้ - EU: ประชุม ECB วันที่ 12 ม.ค. - EU: Industrial Production วันที่ 12 ม.ค. - US: Jobless Claims, Retail Sales วันที่ 12 ม.ค. - EU: Trade Balance วันที่ 13 ม.ค. - US: International Trade, Consumer Sentiment วันที่ 13 ม.ค. - EU: ธนาคารพาณิชย์ยุโรป 31 แห่ง ต้องส่งแผนเพิ่มทุนให้ EBA วันที่ 20 ม.ค. - US: ผลประกอบการงวด 4/54 (คืนพฤหัส: Infosys, Shaw Communications คืนศุกร์: J.P. Morgan)
สรุปตลาดต่างประเทศ: DJIA+69.78/+0.56% S&P+11.38/+0.89% NASDAQ+25.94/+0.97% FTSE+84.44/+1.50% CAC+83.10/+2.66% DAX+145.75/+2.42% ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้น เพราะได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัท อัลโค อิงค์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัทอื่นๆที่เริ่มทยอยกันรายงานในสัปดาห์นี้ ประกอบกับปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นยุโรป หลังจากมีรายงานว่าฟิทช์จะยังไม่ปรับลดอันดับเครดิต AAA ของฝรั่งเศสในปีนี้
สรุปตลาด Commodity: Oil USD102.24/bbl/+0.93 Gold USD1,631.5/Once/+23.4 สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น หลังจีนนำเข้าน้ำมันปี 2554 จำนวนมากประกอบกับข่าวที่ว่าฟิทช์จะยังไม่ปรับลดอันดับความเน่าเชื่อ AAA ของฝรั่งเศสในปีนี้ ขณะที่สัญญาทองคำปรับตัวขึ้น เนื่องจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากมีสัญญาณบวกว่ากลุ่มผู้นำยุโรปกำลังใช้มาตรการที่แข็งแกร่งมากขึ้นในการควบคุมวิกฤตหนี้
ECONOMICS & POLITICS - เอาอยู่!โอนหนี้สำเร็จธปท.วอนอย่าเพิ่งบังคับใช้ ครม. ไฟเขียวพ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.14 ล้านล้านบาทให้ ธปท.สำเร็จ ยอมแก้ไขมาตรา 7 (3) จากให้ครม.สั่ง เป็นให้ ธปท.จัดการหนี้ ยันเก็บเงินนำส่งเพิ่ม ไม่เป็นภาระแบงก์ "กิตติรัตน์"แย้มมีลุ้นน้อยกว่า 0.4% พร้อมแจง กมธ.การเงิน จำเป็นต้องทำเพราะน้ำท่วม ยันไม่แตะคลังหลวง "ประสาร" ขอเลื่อนเวลาบังคับใช้ออกไปก่อน "ยิ่งลักษณ์" ห่วงถูกวุฒิฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ - ธปท.รีดค่าต๋ง"เงินฝาก-บี/อี"ส่งสัญญาณเก็บเพิ่มไม่เกิน1% "แบงก์ชาติ” เล็งเก็บค่าธรรมเนียมจากฐานเงินฝาก-ตั๋วบี/อี เพิ่มจาก 0.4% หวังนำส่วนเกินชำระคืนเงินต้น ย้ำการเก็บค่าฟีจากตั๋วบี/อี ลดปัญหาความไม่สมดุลคาดเรียกเก็บเพิ่มไม่เกิน 1% ครม.ยอมแก้พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯมาตรา 7 (3) "กิตติรัตน์" ยันโอนหนี้ให้ธปท.เปิดทางรัฐกู้เงินเพิ่ม เล็งลดเก็บเงินเข้าสถาบันเงินฝาก - ญี่ปุ่นหนีน้ำผุดรง.โซนตะวันออกทุ่มกว่า 5 พันล้านซื้อที่ 300 ไร่'บีโอไอ'ชี้ราคาขยับรอแล้ว โซนตะวันออกเนื้อหอม ต่างชาติแห่ย้ายฐานหนีน้ำ ญี่ปุ่นปักฐานสร้างโรงงาน ทุ่มกว่า 5 พันล้านซื้อที่ 300 ไร่ จ้างงานนับหมื่น'บีโอไอ' ชี้ราคาที่ดินขยับรอหลังน้ำลด - ชาวบ้านอ่วมดีเซลจ่อทะลุ30บ.พิชัยยันเดินหน้าเลิกอุ้มราคาก๊าซ-น้ำมัน "พิชัย" ไฟเขียวเลิกตรึงราคาน้ำมันส่งผลดีเซลจ่อทะลุ 30 บาทต่อลิตร ยัน 16 ม.ค.นี้เดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ พร้อมส่งซิกช่วยอุ้มเอ็นจีวีเฉพาะรถสาธารณะเท่านั้น ด้าน ปตท.เร่งจ่ายเอ็นจีวีเข้าระบบอีก 1,400 ตัน/วัน รองรับสถานีแม่ 19 แห่ง คาดเสร็จไตรมาส 3 ก่อนสิ้นปี - ธปท.ผวาเจ๊งอัตราแลกเปลี่ยน ชี้ปี'55ค่าเงินผันผวนหนัก-ลดบทบาทเข้าแทรกแซง แบงก์ชาติชี้ ปี 2555 ค่าเงินผันผวนหนักขึ้นอีก ผลจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งได้รับผลจากศก.สหรัฐ จีนชะลอตัว และที่หนักสุดคือ วิกฤติหนี้ยุโรปบานปลาย และยังไร้ทางแก้ ยอมรับแบงก์ชาติจะไม่เข้าไปแทรกแซง เหตุต้นทุนสูง แนะหลีกเลี่ยงลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง - ส่งออกปีนี้สาหัสมีแววติดลบ3.13%หวั่นปัญหาเศรษฐกิจยุโรปลามเป็นวิกฤตโลก นายอัทธ์ พิศาลวานิชผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มการส่งออกช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ ว่า การส่งออกจะหดตัวรุนแรงจากปัจจัยน้ำท่วมในประเทศ ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจยุโรปต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2554 โดยคาดว่าในไตรมาส 1 การส่งออกจะขยายตัวติดลบระหว่าง 11.2%ถึงลบ 6.2% หดตัวต่ำสุดในรอบ 10 ไตรมาส นับจากไตรมาส 4 ปี 2552 อย่างไรก็ตาม หลังไตรมาส 2 ปีนี้คาดว่าการส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจากภาคการผลิตที่จะกลับมาผลิตได้เต็มที่ 90-100% และประเมินว่าการส่งออกในปีนี้ของไทย จะชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 6.8-13.7% จากที่คาดว่าจะขยายตัว16.9% ในปีที่ผ่านมาหรือขยายตัวเฉลี่ยที่ 10.3% - 'ปู'ไล่บี้ทำงบปี'56ทันใช้เดือนต.ค. นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณปี 2556 ว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.2555 - จับเท็จ'ดีแทค'แจงสัญญาณล่ม'กสทช.'ทำได้แค่แก้กฎไล่หลัง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบข้อมูลเหตุสัญญาณขัดข้องของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค ว่ารายงานของเจ้าหน้าที่ กสทช.ซึ่งไปตรวจที่ จ.สุราษฎร์ธานี ชุมสายหลักของภาคใต้ที่เกิดสัญญาณขัดข้องเมื่อวันที่ 5 มกราคมนั้น ไม่มีการแก้ไขซอฟต์แวร์ในพื้นที่ตามที่ดีแทคแจงแต่อย่างใด เนื่องจากการปรับปรุงมาตรฐานโครงข่ายเกิดจากการสั่งการของซอฟต์แวร์ในศูนย์ปฏิบัติการที่กรุงเทพฯทั้งหมด ซึ่งต้องรอตรวจสอบเอกสารกับดีแทคอีกครั้ง - จักรพันธ์รื้อข่าว'อสมท'ประชุม24สรรหาเอ็มดี อสมท มีมติแต่งตั้งกรรมการเพิ่ม 4 คน พร้อมปักธงลุยรายการข่าว สร้างแกร่งหวังเพิ่มฐานผู้ชมอีกเท่าตัว พร้อมเป็นสื่อกลางในนามประเทศไทยที่น่าเชื่อถือแก่ประชาคมโลก "สุระ" ยังนั่งตำแหน่งรักษาการ ผอ. คาดประชุมครั้งต่อไปสรุปเรื่องการคัดสรรกรรมการผู้อำนวยการคนใหม่ - ฮอนด้าเปิดรถ7รุ่นฟุ้งทุบสถิติขายใหม่ ค่าย "ฮอนด้า" เปิดฉากถล่มตลาดรถสองล้อปีงูใหญ่ หลังฝ่ามหาอุทกภัยทำสถิติสูงสุดในปี 2554 ด้วยการเปิดรถใหม่ทำตลาดพร้อมกัน 7 รุ่นรวด มากที่สุดเป็นครั้งแรกในไทยจากแผนทั้งหมด 13 รุ่น เพื่อสร้างสถิติหน้าใหม่ ให้แก่ประวัติศาสตร์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยตั้งเป้ายอดขายปีนี้พุ่ง 1.5 ล้านคัน เติบโต 5% และผลักดันตลาดรวมทะลุ2.1 ล้านคัน พร้อมจัดหนักรุกกิจกรรมการขาย - หูกวางถกปตท.แก้ท่อก๊าซสัปดาห์หน้า กระทบปัญหาสร้างรถไฟฟ้า ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต พบว่า ติดปัญหาแนวท่อก๊าซ แนวท่อน้ำมัน และสาธารณูปโภคอื่นๆ ของบริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) โดยในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเชิญผู้เกี่ยวข้องจากกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้ามาร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไข - โบรกแตกแถวหั่นค่าคอมฯสะพัดขาใหญ่กดเหลือ0.02% สมาคม บล. เกาะติดเสรีค่าคอมฯ ยอมรับมีโบรกเกอร์แตกแถว เปิดเกมหั่นค่าคอมมิชชั่นหลังเปิดเสรีเพียง 4 วัน "ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ" ยันลดไม่ถึง 0% พร้อมขอความร่วมมือสมาชิกจัดโปรโมชั่นสมเหตุสมผล ลือสะพัดบางโบรกเกอร์เปิดเกมหั่นค่าคอมฯ ขาใหญ่เหลือ 0.02% -"กสท"ได้ล็อกซเล่ย์ดันเป้าผู้ใช้บริการ3จีในชื่อแบรนด์"มาย"ตั้งเป้าปีนี้6แสนราย เมื่อวันที่ 10มกราคมที่ผ่านมา กสท ได้เปิดตัวโครงข่ายให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ภายใต้แบรนด์ "มาย" (My) อย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทได้เริ่มทดลองทำตลาดก่อนให้บริการเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีลูกค้าแล้วจำนวน 4,000 ราย ตั้งเป้าลูกค้าสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 6 แสนราย โดยมี 2 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนคือหาก กสท มีจำนวนซิมการ์ด และเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ต้องเพียงพอต่อความต้องการผู้บริโภค - TTAลุยธุรกิจบรรจุภัณฑ์-ขนส่งฟุ้งผลตอบแทนในเวียดนามพุ่ง โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ รุกธุรกิจบรรจุภัณฑ์-ลอจิสติกส์ ในเวียดนาม เชื่อหนุนท่าเรือน้ำลึกและธุรกิจอื่นๆของบริษัทได้ดี "ผู้บริหาร" เผยเม็ดเงินลงทุนเวียดนามรวม 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน 2 ปีที่ผ่านมา ฟุ้งผลตอบแทนสูงกว่ามูลค่าลงทุนแล้ว - ยิ่งลักษณ์เล็งถกผู้นำมังกรดันสร้างไฮสปีดเทรน คมนาคมชง "ยิ่งลักษณ์" อนุมัติตั้งคณะกรรมการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน เพื่อเร่งเดินหน้าโครงการ - อิตาเลียนฯลั่นลุยโรงไฟฟ้าถ่านหินทวาย อิตาเลียนไทยฯ เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในนิคมอุตสาหกรรมทวาย แม้รัฐบาลพม่าจะประกาศยุติ เพราะห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อม - นิคม304เนื้อหอมต่างชาติแห่ลงทุน นิคมตะวันออก 304 เนื้อหอม ต่างชาติหอบเงินซื้อที่กว่า 5 พันล้าน ผลราคาที่ดินขยับรอแล้ว ด้านงานบีโอไอแฟร์หงอย 6 วันคนร่วมงาน 3.5 แสนคน
ประเด็นการเมือง - 7วันได้ฉบับใหม่'อุกฤษ'ย้ำใช้กูรูเร็วดี-ประหยัด "อุกฤษ" แถลงยืนยันข้อเสนอใช้ผู้เชี่ยวชาญ 34 คนยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ดีกว่าตั้ง ส.ส.ร. เพราะทำได้เร็วภายใน 3-7 วัน ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมาก และไม่ตัดโอกาสการมีส่วนร่วมของประชาชน เตรียมเสนอ "ยิ่งลักษณ์" ตัดสินใจ หากเลือกแนวทางตั้ง ส.ส.ร. จะเสนอร่างแก้ไขประกบให้ประชาชนเปรียบเทียบ "ธิดา" วอนเสื้อแดงร่วมลงชื่อหนุนแก้มาตรา 291 เพื่อเลือกตั้ง ส.ส.ร - เยียวยาทั้งนปช.-พธม.ศพ7.5ล.ย้ำรัฐรับผิดชอบไม่สามารถแก้โดยสันติ ครม.อนุมัติตามหลักยูเอ็นคลุมหมดทุกฝ่าย-ทุกสีตั้งแต่ม็อบ48ถึงพค.53 ชดเชยทางคดี-จิตใจด้วย - ธีระชัยทิ้งหลังตรุษจีน "ปู่ชัย" ฟันธงแก้รธน.รัฐบาลพัง "ปู่ชัย" ชี้รบ.อยู่ไม่ได้แน่หากแก้ รธน.ระบุไม่ยุบสภา ก็เจอรัฐประหาร ขณะที่ "ธีระชัย" ถอดใจ เตรียมทิ้งเก้าอี้ขุนคลังหลังตรุษจีน "กิตติรัตน์" จ่อเสียบ - ยรรยงโชว์กึ๋นว่าที่รมว.พาณิชย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเตรียมปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงปลายเดือน ม.ค. หรืออย่างช้าภายในต้นเดือน ก.พ. โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ได้เรียกนายยรรยง พวงราชปลัดกระทรวงพาณิชย์เข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางในการบริหารกระทรวงพาณิชย์ - เพื่อไทยจี้ปรับสุกำพล เพื่อไทยจี้'ปู' กลางวงประชุมพรรคปรับ'สุกำพล-วรวัจน์' ฐานไม่เห็นหัวส.ส. ครม.สัญจรเล็งลงใต้ รัฐบาลผุด2รายการออกอากาศช่อง 11 - พรก.เผือกร้อนฝ่ายค้านผนึกกำลังสว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญกินโต๊ะรัฐบาลทำผิดออกกม.กู้เงิน ยิ่งลักษณ์ผวา สว.จับมือฝ่ายค้านรุมกินโต๊ะรัฐบาลทำผิดกฎหมายออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 ฉบับ
EXTERNAL FACTOR - DJIA ปิดบวก 69.78 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 12,462.47 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 11.38 จุด หรือ 0.89% ปิดที่ 1,292.08 จุด ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 25.94 จุด หรือ 0.97% ปิดที่ 2,702.50 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯดีดตัวขึ้นหลังจากอัลโค อิงค์ ผู้ผลิตแร่อลูมินัมรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เปิดเผยว่า แม้ว่าบริษัทมีตัวเลขขาดทุน 191 ล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาส 4 แต่รายได้ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% สู่ระดับ 5.99 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้นายเคลาส์ ไคลน์เฟลด์ ซีอีโอของอัลโค คาดว่าความต้องการแร่อลูมินัมในตลาดโลกจะ ขยายตัว 7% ในปี 2555 ซึ่งการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในวงกว้าง เนื่องจากมีอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทที่ใช้แร่อลูมินัมเป็นวัตถุดิบในการผลิต นอกจากนี้การแสดงความคิดเห็นของซีอีโออัลโคยังทำให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัทอื่นๆที่เริ่มทยอยกันรายงานในสัปดาห์นี้และอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า โดยนักลงทุนมองว่าหากผลประกอบการของภาคเอกชนแข็งแกร่งขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและการใช้จ่ายให้เพิ่มขึ้นตามมาด้วย โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯได้แรงหนุนมากขึ้นเมื่อฟิทช์ เรทติ้งส์ส่งสัญญาณว่าจะยังไม่ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ AAA ของฝรั่งเศสในปีนี้แม้ได้ออกรายงานเตือนว่าหลายประเทศในยูโรมีความเสี่ยงที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในช่วงปลายเดือนนี้ รวมถึงอิตาลี สเปน เบลเยียม ไอร์แลนด์ และไซปรัส การที่ฟิทช์ส่งสัญญาณว่าจะยังไม่ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสในปีนี้ได้หนุนตลาดหุ้นยุโรปทะยานขึ้นถ้วนหน้า และยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กคึกคักขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯได้รับแรงกดดันในระหว่างวันหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ปริมาณสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนพ.ย.ขยายตัวเพียง 0.1% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% และสะท้อนให้เห็นว่า ภาคค้าส่งซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐนั้น ยังไม่ค่อยมั่นใจในแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากเท่าใดนัก ปิดตลาดหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง นำโดยหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดีดขึ้น 5.7% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารหรือ KBW Bank Index ปรับตัวขึ้น 1.9% หุ้นแคทเตอร์ พิลลาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับงานก่อสร้างและเหมืองแร่ พุ่งขึ้น 3% ขณะที่หุ้นอัลโค อิงค์ ปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด อย่างไรก็ตาม หุ้นกู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ ดิ่งลง 8.3% หลังจากบริษัทได้แสดงความกังวลว่ายอดจำหน่ายยางรถยนต์อาจลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่หุ้นทิฟฟานี แอนด์ โค ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกอัญมณีรายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 10% หลังบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการปีนี้ เนื่องจากยอดขายในตลาดสหรัฐและยุโรปชะลอตัวลง - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น USD0.93/bbl หรือ 0.92% อยู่ที่ระดับ USD102.24/bblเนื่องจากรายงานที่ว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบเป็นจำนวนมากในปี 2554 และฟิทช์ เรทติงส์ จะยังไม่ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ AAA ของฝรั่งเศสในปีนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่า สถานการณ์ตึงเครียดในไนจีเรียและอิหร่านจะส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอุปทาน ซึ่งจะหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอีก - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น USD23.4 หรือ 1.5% อยู่ที่ระดับ USD1,631.5/ounceโดยทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ และสัญญาณที่บ่งชี้ว่ากลุ่มผู้นำยุโรปกำลังใช้มาตรการที่แข็งแกร่งมากขึ้นในการควบคุมวิกฤตหนี้สาธารณะ - ดัชนีค่าระวางเรือ ลดลง 50 จุด หรือ 3.82% อยู่ที่ระดับ 1,258 จุด - สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนพ.ย. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.2% เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และผลผลิตโรงกลั่นที่สูงขึ้น ส่วนการผลิตในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 1.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค.
TODAY’S REPORTS - Banks sector: ธปท.เสนอเรียกเก็บค่าธรรมเนียม BE 0.35%เมื่อวานนี้ นสพ.กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า ธปท. ได้เสนอทางเลือกในการลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของ FIDF ด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจากธนาคารในอัตรา 0.35% ของมูลค่าตั๋ว BE บวกกับประโยชน์จากการประหยัดภาษีอีก 7% ที่ธนาคารควรจะได้รับจากมาตรการลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 13% ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเพิ่มเติมนี้จะทำให้ FIDF มีเงินสมทบเพิ่มประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท (จาก BE 7 พันล้านบาทและประโยชน์จากการประหยัดภาษีอีก 9 พันล้านบาท) ดังนั้นเงินสมทบเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 3 หมื่นล้านบาท (0.35% จะโอนไปชำระดอกเบี้ยจ่ายของ FIDF และอีก 0.05% ยังคงไว้ในสถาบันคุ้มครองเงินฝาก) รวมกับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเพิ่มอีก 1.6 หมื่นล้านบาท จะเท่ากับ 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเพียงพอชำระดอกเบี้ยของFIDF ประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาทต่อปี จากข่าวดังกล่าวเรามองว่า TISCO TCAP และ KK จะได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุด เนื่องจากธนาคารทั้ง 3 แห่งพึ่งพิงเงินทุนจาก BE มากที่สุด โดยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม0.35% ของ BE และโอนประโยชน์จากการประหยัดภาษี 7% จะทำให้กำไรสุทธิของ TISCO และ TCAP ลดลงประมาณ 16% ขณะที่ KK จะลดลงประมาณ 13% เทียบกับผลกระทบต่อธนาคารอื่นประมาณ 8-9% - KK: ตั้งเป้าปี 55 สูงกว่าประมาณการของเรา เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 45 บาทเมื่อวานนี้ KK เปิดเผยกับ Reuters ว่า ธนาคารตั้งเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อ อย่างน้อย 20% ในปี 55 โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ นอกจากนี้ KK คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นในปี 55 (อิงสมมติฐานที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 2.50%) และเชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมจะไม่สงผลให้ NPL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม KK ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเป้าหมายอย่างเป็นทางการแก่นักวิเคราะห์ ขณะที่เราประมาณการอัตราการเติบโตของสินเชื่ออยู่ที่ 12% และคาดว่า NIM จะลดลง 50 bps อย่างไรก็ตามหากสินเชื่อเติบโตสูงกว่าที่คาดไว้หรือ 20% จาก 12% และ NIM ลดลงเพียง 25 bps เทียบกับที่คาดว่าจะลดลง 50bps ประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิของ KK จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน +16% เป็น+25% ส่งผลให้ราคาพื้นฐานเพิ่มขึ้น 15% จาก 45 บาท เป็น 52 บาท ทั้งนี้ เรามองว่า upside 15% ต่อราคาเป้าหมายของ KK ดังกล่าวจะเพียงพอชดเชยผลกระทบต่อกำไรสุทธิของธนาคารประมาณ 13% ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตัดสินใจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 0.35% จากมูลค่า BE เพื่อนำมาช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของ FIDF - PTTEP: ข้อมูลจาก Conference call เรายังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 180 บาทเมื่อวานนี้ PTTEP จัดให้มี Conference Call เพื่อเปิดเผยรายละเอียดแผนการลงทุน 5 ปี (ปี 55-59) มูลค่ารวม20 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราประมาณการ โดยเราประมาณการปริมาณขายปิโตรเลียมใน 4 ปีข้างหน้า (ปี 56-59) ที่ conservative กว่าแผนของ PTTEP และมีความเป็นไปได้ที่เราจะปรับประมาณการกำไรของ PTTEP ขึ้น ตั้งแต่ปี 56 ถ้าเราเห็นสัญญาณบวกจากโครงการ Montara ที่เลื่อนเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ออกไป ทั้งนี้เรายังเชื่อมั่นว่า PTTEP จะมีการเพิ่มทุนเพื่อนำมาใช้ในการลงทุน ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้นของ PTTEP ดังนั้นเราจึงยังคงคำแนะนำ Neutral ราคาพื้นฐาน 180 บาท
ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY
สุชีล นารูลา ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0021)
Gold Futures: ถือ GFG12 เพื่อรอจัหวะขึ้นต่อ และ Long เพิ่ม ถ้าทะลุ 24,700 จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ยังอยู่ในเขตตั้งหลักขึ้น โดยมีแนวต้านต่อไปที่ $1,630, $1,646 และ $1,655 ซึ่งถ้าสามารถทะลุขึ้นไปได้ มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ 1,700 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่แนวรับของการแกว่งอยู่ที่ $1,605 และ $1,597 สำหรับแนวโน้มระยะกลางถึงยาวยังอยู่ในทิศทางซิกแซกขึ้นต่อ สำหรับ Gold Futures (GFG12) ทาง Technical กำลังทดสอบแนวต้านที่ 24,700 โดยถ้าสามารถทะลุขึ้นไปได้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ 24,980 และ 25,500 หรือสูงกว่านั้น เรายังคงคำแนะนำให้ถือ Long ใน GFG12 เพื่อรอจังหวะขึ้นต่อ และเปิด Long เพิ่มเมื่อทะลุ 24,700 ขึ้นมา เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 25,500 โดยใช้ 24,000 เป็น Stop loss ส่วนที่เข้าเพิ่ม
SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50H12 ทะลุแนวต้านบริเวณ 723-724 ขึ้นมา และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 737-738 ซึ่งถ้าสามารถทะลุขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านต่อไปที่ 742 และ 779-780 อย่างไรก็ตามถ้าหลุด 727 ลงมาระหว่างวัน มีโอกาสลงมาทดสอบบริเวณ 717-716 หรือ 714-712 สำหรับกลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงเงินจำกัด
กลยุทธ์การลงทุน : 1) กรณี Long แนะนำให้ถือ Long เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 737-738 และ/หรือ 742 โดยใช้ 727 และ 716 เป็น Stop loss สำหรับส่วนที่เปิด Long เพิ่ม 2) กรณี Short แนะนำให้รอดูจังหวะไปก่อน (S50H12 มีแนวต้าน 737-738, 742 และ 779-780 แนวรับ 727, 717-716 และ 714-712)
MARKET EVENT
Thai Event - 05-20/01/12 นิทรรศการ บีโอไอแฟร์ 2011 - สัปดาห์ที่ 2 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค - สัปดาห์ที่ 2 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)แถลงข้อมูลสรุปภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ - 15/01/12 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำวินิจฉัยการสิ้นสภาพความเป็น สส.ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป - 16/01/12 ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรนัดแรก ที่จังหวัดเชียงใหม่ - 16/01/12 กระทรวงพลังงาน ทยอยปรับขึ้นราคา LPG และ NGV - สัปดาห์ที่ 3 กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของไทย - สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม,ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ - สัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง - 25/01/12 ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/2555 - 27/01/12 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน - 30/01/12 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดีทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกทม. - 31/01/12 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน
World Event - 12/01/12 EU: Industrial Production* - 12/01/12 US: Jobless Claims* - 12/01/12 US: Retail Sales* - 13/01/12 EU: Trade Balance - 13/01/12 US: International Trade* - 13/01/12 US: Consumer Sentiment *Markets will pay more attention to these figures
กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030 กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 11 ม.ค. 2555
|






![]() | Today | 789 |
![]() | All days | 789 |
Comments