| Daily View - บล.กสิกรไทย |
|
|
|
| Wednesday, 22 February 2012 09:17 | |||
|
จบเรื่องกรีซกลับมาลุ้น พ.ร.ก. 2 ฉบับของไทย
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงในขณะที่สหรัฐฯทรงตัวจากแรงขายทำกำไร หลังกรีซได้รับอนุมัติวงเงินความช่วยเหลือรอบที่ 2 มูลค่า 1.36 แสนล้านยูโร ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในการแลกเปลี่ยนพันธบัตรและเสริมสภาพคล่องให้กับภาคธนาคารกรีซ โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนพันธบัตรชุดเดิมเป็นพันธบัตรใหม่ (swap) ที่ถือได้ว่าลดหนี้ลงถึง 70% จะเริ่มในวันที่ 8 มี.ค.และใช้เวลาราว 3 วัน ซึ่งจะทำให้กรีซเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ 1.45 หมื่นล้านยูโร ที่จะถึงกำหนดชำระในวันที่ 20 มี.ค.ที่จะถึงนี้ได้แม้ในทางปฏิบัตยังต้องรอการอนุมัติของรัฐสภา 3 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนีเนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ก่อน แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาใดและประเด็นกรีซถือได้ว่าจบลงด้วยดีตามที่ตลาดคาด กลับมาสู่ปัจจัยในประเทศ วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องเพิกถอน พ.ร.ก.2 ฉบับ ได้แก่ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท และโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ธปท 1.14 ล้านล้านบาท ทั้งนี้เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่ พ.ร.ก.กู้เงินจะผ่าน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งจะส่งผลดีต่อจิตวิทยาการลงทุนกลุ่มรับเหมา ในขณะที่พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้ธปท.บริหารจัดการ (ซึ่งเป็นที่มาของการเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์เพิ่มเติมอีก0.47%) ซึ่งหากผ่านก็ไม่ได้เป็นข่าวลบเพราะหุ้นรับรู้ไปแล้ว แต่หากไม่ผ่าน ก็จะเกิดแรงเก็งกำไรเชิงบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ถึงการยกเลิกค่าธรรมเนียมที่ ธปท.เตรียมจะจัดเก็บเพิ่มเติม กลยุทธ์การลงทุน: ตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไรบ้างหลังเรื่องกรีซจบ วันนี้เราแนะนำนักลงทุนกลับมามองปัจจัยในประเทศและเก็งกำไรกลุ่มธนาคารและรับเหมาก่อสร้างแนะนำ SCB TCAP KK STEC KBS สำหรับหุ้นอื่นที่ยังปรับห่างจาก High รอบที่แล้วของ SET Index และเหมาะในเชิงเก็งกำไร ได้แก่ STA IVL, KTB, BAY, MINT, BANPU สำหรับนักลงทุนที่ต้องการทยอยลงทุนในหุ้นดีอาจเลือกทยอยสะสม BIGC ESSO MAKRO MINT HMPRO สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ลดพอร์ตทำกำไรไปแล้ว ให้ Wait and See หากจะซื้อกลับขอให้เป็นส่วนน้อย ส่วนพอร์ตที่ยังมีอยู่เน้น switch พอร์ตมาหาหุ้นปันผล การปรับขึ้นในระดับใกล้ 1150 จุด อาจพิจารณาทยอยลดพอร์ตลงบางส่วนอีกครั้ง
ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า - EU: ที่ประชุมรมว.คลังยูโร อนุมัติเงินกู้งวดที่ 2 มูลค่า 1.36 แสนล้านยูโร ให้กับกรีซ
ปัจจัยสำคัญวันนี้ - EU: PMI Composite - US: Existing Home Sales - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (Dollar Tree, TJX, Toll Brothers, Hewlett-Packard)
ปัจจัยสำคัญในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้ - US: Jobless Claims วันที่ 23 ก.พ. - US: Consumer Sentiment, New Home Sales วันที่ 24 ก.พ. - US: ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/54 (คืนพฤหัส: Hormel, Kohl’s Target, AIG,Gap คืนศุกร์: JCPenney)
สรุปตลาดต่างประเทศ: DJIA+15.82/+0.12% S&P+0.98/+0.07% NASDAQ-3.21/-0.11% FTSE-17.05/-0.29% CAC-7.30/-0.21% DAX-40.07/-0.58% ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2 จะสามารถแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซได้ ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงได้ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
สรุปตลาด Commodity: Oil USD105.84/bbl/+2.60 Gold USD1,758.5/Once/+32.6 สัญญาน้ำมันดิบและทองคำยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังเมื่อวานนี้ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนมีมติอนุมัติมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบ 2
ECONOMICS & POLITICS - ห่วง"หนี้ยุโรป-น้ำมัน"ป่วนศก. "ธาริษา"แนะรัฐไม่ควรก่อหนี้เกินตัว – ยึดหลักพอเพียงรับมือความผันผวน ยุโรปเห็นพ้องอัดฉีดเงินกรีซรอบสอง 1.3 แสนล้านยูโร ตั้งเป้าลดหนี้เหลือ 120.5% ของจีดีพี ภายในปี2563 นักวิชาการเศรษฐศาสตร์หวั่นสถานการณ์ความขัดแย้งอิหร่าน หากลุกลามขั้นสู้รบยิ่งทำราคาน้ำมันทะยานแตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล "ธาริษา"ห่วงเศรษฐกิจโลกผันผวนหนักจากวิกฤติหนี้รัฐ ทำเศรษฐกิจยุโรป แย่ เตือนไทยยึดแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงรับมือ - ตลาดทุนจี้ปปง.คุยรัฐหุ้นขึ้น4จุดรับขวัญกรีซ ภาคตลาดทุนเร่ง ปปง.คุยภาครัฐผลักดันกฎหมายฟอกเงิน"สมพล" ชี้ทำต้นทุนสูง กระทบขีดความสามารถการแข่งขัน ด้าน ก.ล.ต.มองตลาดหุ้นไทยยังน่าเชื่อถือจากเรตติ้งในระดับที่ดี ติงการออกกฎหมายต้องรอบคอบ ให้อำนาจ ปปง.มากกว่าศาล อาจมีผลต่อการลงทุนล่าสุดตลาดหุ้นวานนี้เพิ่มขึ้น 4 จุด รับข่าวดีกรีซ โบรกฯเตือนจับตาราคาน้ำมัน - ปตท.ห่วงลดค่าตลาดทำปั๊มเจ๊ง นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลังจะมีมาตรการลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลออกไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม แต่จะขอให้ผู้ค้าน้ำมันปรับลดค่าการตลาดลงว่า ปัจจุบันค่าตลาดต่ำมากอยู่แล้ว หากปรับลดลงอีกสถานีบริการน้ำมันคงจะเจ๊งกันหมด - กังวลดีเซลพุ่งทะลุ50บาท แนะรัฐทยอยเก็บภาษีเข้ากองทุนน้ำมันไม่กระทบชาวบ้าน อดีตซีอีโอ ปตท.ประเมินน้ำมันดิบอาจแตะ 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุส แนะหาจังหวะจัดเก็บภาษี"เบนซิน-ดีเซล" เพื่อไม่ให้กระทบชาวบ้านมากเกินไป "ไพรินทร์" ค้านแนวคิด"คลัง" เสนอให้ ปตท.หั่นค่าการตลาดลง ยันเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เหตุค่าการตลาดขณะนี้ถือว่าต่ำมาก หากลดลงอีกจะกระทบต่อตลาดน้ำมันโดยรวมระบุปั๊มน้ำมันคงทยอยปิดอีกมาก - เล็งถกMOUไฮสปีดเทรดกับจีน คมนาคมเตรียมถก MOU รถไฟไทยจีน 24 ก.พ. 55 หลังยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียด หวังไม่เสียเปรียบจีน - แท็กซี่ฟ้องศาลปค.ระงับขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี ที่ศาลปกครองถนนแจ้งวัฒนะวานนี้ (21 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบุญ จรรยาเลิศ ประธานกลุ่มปกป้องสิทธิคนขับรถแท็กซี่ พร้อมด้วยนายณรงค์ มีผล ประธานสมัชชาแท็กซี่แห่งชาติ ได้เดินทางมายื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี,นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์รมว.พลังงาน,รมว. คมนาคม คณะรัฐมนตรี(ครม.), บมจ.ปตท. ต่อศาลปกครองสูงสุดในข้อหาว่าร่วมกันละเลยในการปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการโครงการบัตรเครดิตพลังงานผิดพลาด - ชงครม.อีสานเมกะโปรเจ็กต์'6.2แสนล้าน' กรอ.ชงให้ ครม.ทุ่มอีสานสุดตัว ผุดเมกะโปรเจ็กต์วงเงิน 6.2 แสนล้าน ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ปรับปรุงคมนาคมเลียบ แม่น้ำโขง - ชงเพิ่มวงเงินสายสีแดง นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้รฟท.ได้ทำหนังสือผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมและเสนอไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อหารือกรณีที่มติ ครม.เมื่อปี2552 ระบุกรอบวงเงินก่อสร้างโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กม. ในส่วนสัญญาที่ 1หรืองานโยธาสำหรับสถานีรถไฟบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุงไว้ที่ 27,000 ล้านบาท และระบุเพิ่มเติมว่าให้ปรับกรอบวงเงินตามความเหมาะสม เพียงพอ โดยให้ตกลงร่วมกับกระทรวงการคลัง - 'อมตะ'ผุดนิคมแห่ง 2 ในเวียดนาม นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อมตะฯ ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลประเทศเวียดนาม ให้เข้าดำเนินการพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อโครงการ"อมตะเอ็กซ์เพลสซิตี้" บนเนื้อที่ประมาณ 1,500 เฮกเกอร์ (9,375 ไร่) ในจังหวัดดองไน ใกล้นครโฮจินมินห์ ซึ่งอยู่ห่างจากนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (เบียนหัว) เพียง 10 กิโลเมตร โดยแบ่งพื้นที่การพัฒนาของ 2 บริษัทหลัก ได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ประมาณ 800 เฮกเกอร์ (5,000 ไร่) เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยและบริการด้านต่างๆ - โบรกชี้บิ๊กซีส่อล้มเพิ่มทุนออกกองทุนอสังหาฯแทน โบรกเกอร์ชี้บิ๊กซี อาจต้องยกเลิกแผนเพิ่มทุน 2.5 หมื่นล้านบาท หลังผู้ถือหุ้นคัดค้าน ประเมินออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์แทน หนีผลกระทบราคาหุ้นรูด สรุปแผนระดมทุนสิ้นเดือน มี.ค.นี้ขณะเดียวกัน จ่อเพื่อเปิดสาขาในสถานีน้ำมัน ด้านราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีขยับ 8%
ประเด็นการเมือง - ปธ.ศาลชี้ตื่นเต้นไปเองรบ.ระทึก! ตัดสิน 2 พรก.บ่ายวันนี้ รบ.ลุ้นศาล รธน.ชี้ขาด 2 พ.ร.ก.วันนี้ 'วสันต์' แนะให้รอฟังผลวินิจฉัย ชี้ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นหรือวิตกกังวล'พท.'ทำนายผ่าน 1 วืด 1 ย้ำรัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบเล็งดันออกเป็น'พ.ร.บ.'แทน - ขีดเส้น30วันแจงภารกิจลับชั้น7 สอบจริยธรรม"ปู"ประชาหน้าแหกถูกเบรกทัวร์โฟร์ซีซั่นส์ ผู้ตรวจการแผ่นดินก็อยากรู้ "ปู"ไปทำอะไรที่ชั้น 7 โฟร์ซีซั่นส์ จี้ชี้แจงภายใน 30 วัน ปชป.จวกนายกฯ โกหกคำโตอ้างนักข่าวรู้เรื่องไปโรงแรม เชื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องที่ดิน เตรียมรวบรวมข้อมูลยื่นถอดถอน พร้อมยื่นตรวจสอบจริยธรรมประธานสภาทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง คอยแต่ปกป้องนายกฯ "ประชา" หน้าจ๋อย โฟร์ซีซั่นส์ ไม่ให้พา นักข่าวขึ้นชั้น 7 -'คณิต'แนะชะลอแก้รธน.หวั่น'สสร.ใบสั่ง'ตบเท้า คปก.ยื่นหนังสือประธานรัฐสภาชะลอแก้ รธน. แนะรอร่างประชาชนก่อนขยายเวลาให้ ส.ส.ร.รับฟังความเห็น 300 วัน เตือนหากมุ่งประโยชน์ฝ่ายการเมืองจะเพิ่มปัญหาความขัดแย้ง วิปฝ่ายค้านบอยคอตไม่เจรจากรอบอภิปราย โวยให้เวลาแค่วันเดียว เชื่อจ้องยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ทั้งฉบับ พท.กำหนดเวลาฝ่ายละ 8 ชม. จ่อแก้บังคับหากฝ่ายค้านไม่ร่วมนั่งใน กมธ. "เหลิม" มั่น ใจคุมสถานการณ์ได้
INDUSTRY NEWS - ไอซีที: ค่ายมือถืออ้อนรัฐเอื้อเอกชนลงทุน เอไอเอส-ดีแทคประสานเสียงขอรัฐ-กสทช. ทบทวนกฎหมายเอื้อการลงทุน เตรียมพร้อมประมูลไลเซนส์ 3จี
EXTERNAL FACTOR - DJIA ปิดบวก 15.82 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 12,965.69 จุด ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.98 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 1,362.21 จุด ดัชนี NASDAQ ลดลง 3.21 จุด หรือ 0.11% ปิดที่ 2,948.57 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆและผันผวนตลอดทั้งวัน โดยในช่วงแรก ดัชนี DJIA พุ่งขึ้นเหนือระดับ 13,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2551 ขานรับข่าวที่ว่ารมว.คลังยูโรโซนได้บรรลุข้อตกลงในการอนุมัติมาตรการช่วยเหลือรอบ 2 สำหรับกรีซวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโรเมื่อวานนี้ รวมทั้งข่าวที่ว่านักลงทุนภาคเอกชนที่ถือครองพันธบัตรของกรีซ ก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะยอมรับการขาดทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือกรีซ ด้วยการรับเงื่อนไขการปรับลดมูลค่าหน้าตั๋วพันธบัตรของรัฐบาลกรีซลง 53.5% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะช่วยลดภาระหนี้สินของกรีซและช่วยให้กรีซสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้ นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่จีนประกาศลดเพดานกันสำรองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะบรรเทาภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อระยะสั้น และรับมือกับวิกฤตการณ์ในตลาดต่างประเทศ โดยคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดราว 4 แสนล้านหยวน หรือ 6.354 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่าไรก็ตาม ช่วงบวกของตลาดเริ่มอ่อนแรงลงในตอนบ่าย เมื่อนักลงทุนเริ่มตระหนักว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือรอบสองอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซได้ และคาดว่ากรีซอาจจะผิดนัดชำระหนี้ในที่สุด ซึ่งความกังวลในเรื่องดังกล่าวทำให้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ไม่สามารถเคลื่อนตัวเหนือระดับ 13,000 จุด ได้ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นเหนือระดับ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นพลุ่มพลังงาน โดยหุ้นเชฟรอนปิดบวก 1.6% และหุ้นเอ็กซอน โมบิล ปิดบวก 1.1% หุ้นคราฟท์ฟู๊ดส์ พุ่งขึ้น 1.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยว่าผลประกอบการเพิ่มขึ้น 57 เซนต์ต่อหุ้น ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่รายได้โดยรวมอยู่ที่ 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.6% ขณะที่หุ้นเมซี อิงค์ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำของสหรัฐ เปิดเผยว่ารายได้สุทธิในไตรมาส 4 พุ่งขึ้น 12% หลังจากยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุด ซึ่งช่วยหนุนหุ้นเมซีพุ่งขึ้น 1.2% ขณะที่วอล-มาร์ท สโตเรส ยักษ์ใหญ่ห้างค้าปลีกแห่งสหรัฐ เปิดเผยผลกำไรที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งส่งผลให้หุ้นวอล-มาร์ทดิ่งลง 4% - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น USD2.60/bbl หรือ 2.52% อยู่ที่ระดับ USD105.84/bblหลังจากที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนมีมติอนุมัติมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบสอง ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนสัญญาน้ำมันดิบทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ล้ว - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น USD32.6 หรือ 1.9% อยู่ที่ระดับ USD1,758.5/ounce โดยสัญญาทองคำทะยานขึ้นถึง 1.9% และปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังจากประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนมีมติอนุมัติมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซรอบสอง - ดัชนีค่าระวางเรือ ลบ 9 จุด หรือ 1.26% อยู่ที่ระดับ 706 จุด
TODAY’S REPORTS - SCB: รายงานยอดสินเชื่อเดือนมกราคม 55 เติบโต 1.4%MoM SCB รายงานยอดสินเชื่อเดือนม.ค.55 เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 1.4%MoM จากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ SMEs และลูกค้ารายย่อย โดย SCB ตั้งเป้ายอดสินเชื่อปี 55 เติบโต 12-14% (ปี 54 เติบโต 22%) ขณะที่ยอดเงินฝากเดือนเดียวกันเติบโต 5.4%MoM (+63 พันล้านบาท) ส่วนยอดเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 4.3%MoM (+11 พันล้านบาท) ยังผลให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากและเงินกู้ยืมปรับตัวลดลงจาก 89% ณ สิ้นเดือนธ.ค.54 มาอยู่ที่ 86% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม เรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 143 บาท อย่างไรก็ตามถ้าเราปรับสมมติฐาน Discount rate ลดลงจาก 12.9% (เราปรับ discount rate ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขึ้นจาก 11.8% มาอยู่ที่ 12.9% เนื่องจากความกังวลที่ยุโรปและปัญหาน้ำท่วมในไทย ในปีที่ผ่านมา) มาอยู่ที่ 12% จะส่งผลให้ราคาพื้นฐานของ SCB เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 163 บาท (Upside 26%) - Banks sector: ยอดสินเชื่อของ KK SCB BBL และ TISCO “Outperform” กลุ่มเรายังคงคำแนะนำ Overweight สำหรับกลุ่มะนาคารพาณิชย์ โดยเราชอบ SCB BAY และ KK มากกว่าธนาคารพาณิชย์อื่น ทั้งนี้ ถ้าเราปรับสมมติฐาน Discount rate ลดลงจาก 12.9% (เราปรับ discount rate ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขึ้นจาก 11.8% มาอยู่ที่ 12.9% เนื่องจากความกังวลที่ยุโรปและปัญหาน้ำท่วมในไทย ในปีที่ผ่านมา) มาอยู่ที่ 12% จะส่งผลให้ราคาพื้นฐานของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้น 12-15% และทำให้เราปรับคำแนะนำสำหรับ SCB และ TMB ขึ้นเป็น Buy และปรับคำแนะนำสำหรับ TCAP และ TISCO ขึ้นเป็น Outperform - CPALL: รายงานกำไรปี 54 และเพิ่มทุนด้วย stock dividend CPALL รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q54 ที่ 1.58 พันล้านบาท (+2.1%YoY, -27.3%QoQ) ต่ำกว่าที่เราประมาณการ 8% เนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลให้ทั้งปี 54 CPALL มีกำไรสุทธิที่ 8.01 พันล้านบาท เติบโต 20.2%YoY จากการขยายสาขาของ 7-11 จำนวน 486 สาขา (+8.4%YoY) ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดของ 7-11 เท่ากับ 6,276 สาขา และยอดขายสาขาเดิมที่เติบโต 4.8%YoY นอกจากนี้ CPALL ยังประกาศจ่ายเงินสดปันผลจำนวน 1.25 บาท/หุ้น และจ่าย stock dividend อัตราส่วน 1:1 ยังผลให้ CPALL มีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น 100% จาก 4,493.15 ล้านหุ้นมาอยู่ที่ 8,986.3 ล้านหุ้น (ราคา par 1 บาท) โดยจะขึ้น XD วันที่ 3 พ.ค.55 ทั้งนี้จากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เรามีการปรับประมาณการกำไร/หุ้น (EPS) ปี 55-56 ลง 43% และ 50% มาอยู่ที่ 1.23 บาท/หุ้น และ 1.24 บาท/หุ้นตามลำดับ โดยเรายังคงราคาพื้นฐานที่ 60 บาท (หลัง XD ราคาพื้นฐานจะลดลงมาอยู่ที่ 34 บาท) แต่ปรับคำแนะนำลงจาก Buy สู่ Neutral เนื่องจาก Upside ที่เหลือเพียง 2% - MINT: รายงานกำไรงวด 4Q54 เติบโต 9%YoY MINT รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q54 ที่ 472 ล้านบาท (+9%YoY) สูงกหว่าประมาณการของเรา 10% โดยการเติบโตที่สูงขึ้นของ MINT มาจากการรวมผลประกอบการของ Oak เข้ามา ประกอบกับยอดขายของ St. Regis ที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและ QRS มี EBITDA เพิ่มขึ้น YoY แต่ธุรกิจ retail ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมยังผลให้ EBITDA ขาดทุน 173 ล้านบาท นอกจากนี้ MINT ยังประกาศจ่ายเงินสดปันผลจำนวน 0.15 บาท/หุ้น และจ่ายstock dividend ที่อัตรา 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล (XD วันที่ 9 เม.ย.55) อย่างไรก็ตามแม้ว่า MINT จะรายงานผลประกอบการงวด 4Q54 สูงกว่าที่เราคาด แต่เรายังคงประมาณการกำไรปกติจากการดำเนินงาน (Core net profit) ปี 55 ที่ 2.4 พันล้านบาท (+34%YoY) ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้นจากการรวมผลประกอบการของ Oak เข้ามาเต็มปีประกอบกับเราคาดว่าธุรกิจโรงปรมจะฟื้นตัวขึ้นด้วย เรายังคงคำแนะนำ Outperform ราคาพื้นฐาน 13 บาท (หลัง XD ราคาพื้นฐานจะลดลงมาอยู่ที่ 12.2 บาท) - TUF: รายงานกำไรงวด 4Q54 สูงกว่าคาด TUF รายงานกำไรสุทธิงวด 4Q54 ที่ 1.52 พันล้านบาท สูงกว่าที่เราและ Consensus ประมาณการ 20% เนื่องจากTax credit ของบริษัทลูกในยุโรปที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ผลประกอบการงวดดังกล่าว เติบโตสูงขึ้น 332%YoY เนื่องจาก 1) ผลจากการควบรวม MW Brands เข้ามา 2) อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 11.8% ในงวด 4Q53 มาอยู่ที่ 16.7% 3) Tax credit จากการปิดกิจการที่ยุโรป ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 80 บาท - AMATA: ปีทองของ AMATA เราปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 22 บาท เราปรับประมาณการกำไรปี 55-57 ขึ้น 16-57% หลังจากปรับประมาณการยอดขายที่ดินปี 55-57 ขึ้น 50%, 20% และ 25% มาอยู่ที่ระดับ 2,400 ไร่, 1,500 ไร่ และ 1,250 ไร่ ตามลำดับ เนื่องจากประเด็นเรื่องการย้ายฐานการผลิตเพื่อปิดความเสี่ยงต่อการเผชิญภาวะน้ำท่วมของผู้ประกอบการ นอกจากนี้เรายังคาดว่าผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เวียดนามจะช่วยหนุนกำไรให้แก่ AMATA ในระยะข้างหน้าด้วย ทั้งนี้จากการที่เราปรับประมารการกำไรของ AMATA ขึ้น ยังผลให้ราคาพื้นฐานของ AMATA เพิ่มขึ้นจาก 17.5 บาท เป็น 22 บาท โดยเรายังคงคำแนะนำ Buy สำหรับ AMATA และยังคงให้เป็น Top pick ของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ร่วมกับ HEMRAJ
ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY
พลอย ตั้งอุทัยสุข ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0056)
Gold Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ระยะสั้นเริ่มดูดีขึ้น หลังจากตั้งหลักขึ้นมาจากแนวรับที่ $1,700 และสามารถทะลุแนวต้านที่ $1,756 และ $1,763 ขึ้นมาได้ โดยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ $1,800, $1,816 และ $1,843 หรือสูงกว่านั้น อย่างไรก็ตามถ้าหลุด $1,700 ลงมา มีโอกาสแกว่งได้แรงลงไปทดสอบที่ $1,670 และ/หรือ 1,640 หรือต่ำกว่านั้น โดยมีแนวรับของการแกว่งที่ $1,729 สำหรับ Gold Futures (GFG12) ทาง Technical ถ้าสามารถทะลุผ่าน 25,460 ขึ้นไปได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบที่ 25,660 และ 25,850-25,900 หรือสูงกว่านั้น ขณะที่ความเสี่ยง คือ ถ้าหลุด 25,100 ลงมา มีโอกาสแกว่งลงมาที่ 24,800 และ 24,600 หรือต่ำกว่านั้น (หมายเหตุ GFG12 ซื้อขายวันสุดท้าย วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้)
กลยุทธ์การลงทุน: 1) กรณี Long GFG12 แนะนำให้กลับเข้าไป Long หลังจากลดพอร์ตออกมาแล้ว โดยเปิด Long เมื่อทะลุ 25,460 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 25,850-25,900 โดยใช้ 25,100 เป็น Stop หรือเปิด Long ใน GFJ12 เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรบริเวณ 25,900-26,100 โดยใช้ 25,360 เป็น Stop 2) กรณี Short สำหรับผู้ที่เปิด Short ไปแล้ว แนะนำให้ถือเพื่อรอจังหวะลงมาแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 24,800 โดยใช้ 25,460 เป็น Stop และแนะนำให้เพิ่มพอร์ต ถ้าหลุด 24,800 ลงมา
SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50H12 มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 799-800 หรือสูงกว่านั้นที่ 806.5 ซึ่งเป็น High เดิม ซึ่งถ้าสามารถทะลุผ่าน High เดิมได้ จะมีแนวต้านต่อไปบริเวณ 813-814 อย่างไรก็ตามถ้ามีการแกว่ง จะมีแนวรับบริเวณ 793-792 และ 786-785 (ปรับจาก 785-784) และถ้าหลุดลงมา มีโอกาสแกว่งลงมาแรงทั้งนี้สถานการณ์ระยะสั้นมีโอกาสแกว่งแบบ Sideway-up สำหรับกลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงเงินจำกัด
กลยุทธ์การลงทุน : 1) กรณี Long แนะนำให้ถือ Long เพื่อรอจังหวะซิกแซกขึ้นต่อ และแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 806.5 และแนะนำให้ลดพอร์ตออกมาส่วนหนึ่งถ้าหลุด 792 และ 785 ลงมาระหว่างวัน โดยแนะนำให้ Stop ถ้าปิดหลุด 785 ลงมา 2) กรณี Short แนะนำให้ดูจังหวะไปก่อน (S50H12 มีแนวต้าน 799-800, 806.5 และ 813-814 แนวรับ 793-792, 786-785 และ 780-778)
MARKET EVENT
Thai Event - สัปดาห์ที่ 4 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง - 28/02/12 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน - 29/02/12 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน
World Event - 22/02/12 EU: PMI Composite* - 22/02/12 US: Existing Home Sales* - 23/02/12 US: Jobless Claims* - 24/02/12 US: Consumer Sentiment - 24/02/12 US: New Home Sales* *Markets will pay more attention to these figures
กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030 กิจพล ไพรไพศาลกิจ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0053
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 22 ก.พ. 2555
|






![]() | Today | 741 |
![]() | All days | 741 |
Comments