| ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคทีบี (ประเทศไทย) |
|
|
|
| Monday, 14 May 2012 10:55 | |||
|
DAILY COMMENT
Strategy View (3-month) Top Pick Target Price Closing Price % Upside PTT 420 336 25 PTTEP 204 174.5 16.9 CPF 50 40.25 24.2
SET Index 1191.01 จุด +0.36(+0.04%)
High 1195.70 +5.05(+0.42%) Low 1179.80-10.85(-0.91%)
มูลค่าการซื้อขาย 38,048 ล้านบาท Foreign Board 785.14 ล้านบาท (2.06%) Big Lot 762.11 ล้านบาท (2.00%)
Stock Market Indices ปิด เปลี่ยนแปลง (%) DJIA 12,820.60 -34.44(-0.27%) NASDAQ 2,933.82 +0.18(+0.01%) FTSE 5,575.52 +31.57(+0.57%) NIKKEI 8,953.31 -56.34(-0.63%) HANG SENG 19,964.53 -262.65(-1.30%) SSE COMPOSITE 2,394.982 -15.248(-0.63%) KOSPI 1,917.13 -27.80(-1.43%)
Eyeing Factors : ภายในประเทศ (+) ติดตาม MSCI Asia Pacific Index ประกาศหุ้นที่นำเข้าไปคำนวณดัชนี MSCI ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.55 โดยจะประกาศวันที่ 16 พ.ค.55 ซึ่งหุ้นที่มีการคาดหมายได้แก่ DTAC, CPN, MAKRO, HMPRO และ BIGC (+/-) ติดตามผลประกอบการงวด 1Q55 (สิ้นสุดกลางเดือน พ.ค.55)
ต่างประเทศ (+) ประธานาธิบดีกรีซพยายามให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยให้แกนนำ 3 กลุ่มร่วมมือกัน (+) ธนาคารกลางจีนประกาศลดสัดส่วนกันสำรองธนาคารพาณิชย์ (RRR) อีก 0.5% ครั้งที่ 2 ในปี 2555 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (-) ดัชนีดาวโจนส์ลบ 34.44 จุดเมื่อวันศุกร์ (11 พ.ค.55) ... เจพี มอร์แกน ขาดทุนจากการซื้อขายอนุพันธ์ค่อนข้างมาก (-) ราคาน้ำมันดิบ Nymex ลบ 95 เซนต์ ปิดระดับ 96.13 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วน Brent ลบ 47 เซนต์ ปิดที่ 112.26 ดอลลาร์/บาร์เรล (-) ราคาทองคำ COMEX ลบ 11.50 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,584 ดอลลาร์/ออนซ์ (-) ดัชนี BDI ลบ 8 จุดอยู่ที่ 1138 จุด
ตลาดหุ้นไทย เมื่อวาน : Rebound ตามที่คาดไว้ เมื่อวันศุกร์ (11 พ.ค.55) ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนบวกลบในกรอบแคบช่วงแรกๆ ที่ตลาดเปิดทำการ ก่อนที่จะอ่อนตัวลงรุนแรงมากขึ้น แต่เมื่อ SET Index หลุดระดับ 1,180 จุดเพียงเล็กน้อย พบว่า SET Index เกิดการฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าพอใจทันที รวมทั้งยังสามารถปรับตัวฝ่าแดนลบขึ้นมาได้อีกด้วย แม้ว่าจะปรับไปในทางบวกไม่มากนักก็ตาม ซึ่งเราเห็นว่า ตลาดได้ตอบรับปัจจัยลบทางด้านจิตวิทยาจากต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องหลายวันก่อนหน้า ทำให้ปัจจัยลบเดิมๆ (ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติหนี้กรีซ ที่เกิดจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ไม่สำเร็จ, ความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐหรือจีนในระยะสั้น) เริ่มไม่มีอิทธิพลเพียงพอต่อ SET Index ในทางลบมากนัก เนื่องจากมุมมองเศรษฐกิจไทยยังเป็นไปในทางบวกสำหรับส่วนที่เหลือของปี 2555 และยังต่อเนื่องไปในปี 2556 ทั้งนี้ SET Index ปิดตลาดที่ระดับ 1,191.01 จุด (+0.03% d-o-d) แม้กลุ่ม big cap. อย่างกลุ่มสื่อสาร และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ แต่กลุ่มพลังงาน, กลุ่มอาหาร และกลุ่มพาณิชย์ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพาณิชย์และกลุ่มอาหารปรับตัวขึ้นเด่นกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวทั้งวันอยู่ในช่วง 1,179.80-1,195.70 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 38,048 ล้านบาท สำหรับผู้ซื้อสุทธิมีเพียงนักลงทุนรายย่อยกลุ่มเดียวเท่ากับ 2,497 ล้านบาท
วันนี้ : นักลงทุนรายย่อยสู้ต่อไป ... ปัจจัยพื้นฐานยังเป็นบวก เราค่อนข้างพอใจต่อการเคลื่อนไหวของ SET Index เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนรายย่อยของไทย ซึ่งเคยเป็นกลุ่มนักลงทุนที่คอยเป็นผู้ตามนักลงทุนต่างชาติในอดีต ได้มีพัฒนาการในทางบวกมากขึ้นเรื่อยๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา และสอดคล้องกับการเป็นผู้มีความรู้และเข้าใจเกมการลงทุนมากกว่าในอดีต โดยไม่ได้ตื่นตระหนกกับการขายสุทธิของนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ในตลาดมากนัก เนื่องจากได้มองเห็นแล้วว่า ปัจจัยลบต่างๆ ของต่างประเทศเป็นผลกระทบเฉพาะประเทศ และไม่ได้มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและเอเชีย (เนื่องจากเกิดมาหลายปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด) ประกอบกับล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทย (GDP growth) ในปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 6.0% (เทียบกับเดิม 5.7%) เป็นผลจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ฟื้นตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่า ธปท.มีสมมติฐานว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกเล็กน้อยในปี 2555 เนื่องจากมีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น สำหรับปี 2556 ธปท. คาดการณ์ GDP growth ของไทยจะเพิ่มขึ้น 5.8% สะท้อนถึงการเติบโตที่ต่อเนื่อง เรายังคงเน้นให้นักลงทุนระยะกลาง-ยาวหาจังหวะทยอยซื้อหุ้นพื้นฐานดีเข้าพอร์ตในช่วงอ่อนตัวของแต่ละวัน แม้ต่างชาติยังเป็นผู้ขายสุทธิก็ตาม โดยให้กรอบ SET Index วันนี้ในช่วง 1,188-1,200 จุด (อาจ +/- จากกรอบเล็กน้อย)
กลยุทธ์การลงทุน: นักเก็งกำไร แนะนำ “ขึ้นขาย ... ลงซื้อ” โดยยึดกรอบ SET Index รายวันที่ให้ไว้ (ไม่เล่น หาก SET หลุดกรอบล่าง) ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว ทยอยซื้อหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งในช่วงที่ SET อ่อนตัวระหว่างวัน ส่วนหุ้นพื้นฐานดี ต้นทุนต่ำ ยังแนะนำถือต่อไป
หุ้นเด่นวันนี้: ยังแนะนำให้ทยอยซื้อ CPALL, CPF และ TUF ต่อไป (ต่อเนื่องจากวันศุกร์) ราคาหุ้นปรับขึ้นสอดคล้องกับที่แนะนำไว้ ... มุมมองที่เป็นบวกไม่เปลี่ยนแปลง และไม่มีผลกระทบจากวิกฤติหนี้ยุโรป แนวโน้มกำไรสุทธิยังแข็งแกร่งในปี 2555 เรายังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 46, 50 และ 88 บาท ตามลำดับ
ปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์: Parin Kitchatornpitak เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 017611 Tel: 02-6481120/Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
News Release
ธปท.ชี้ศก.ฟื้นปรับ GDP โต6% + "แบงก์ชาติ" ชี้ตัวเลขเศรษฐกิจฟื้นตัวดีเกินคาด ปรับคาดการณ์ GDP ปีนี้โต 6% จากเดิม 5.5.7% พร้อมขยับเงินเฟ้อเป็น 3.5% เผยประเมินบนสมมติฐานดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณดอกเบี้ยกลับสู่ขาขึ้น "ประสาร" ระบุตรึงราคาสินค้าอาหารช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ต้องทำแค่ระยะสั้น หวั่นกลไกตลาดบิดเบือน (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
TRC กำไร Q1 โต 500% รายได้แตะ 1,000 ล้าน + "ทีอาร์ซี" ไตรมาส 1/55 กำไรกว่า 70 ล้านบาท เติบโต 487% จากไตรมาส 1/54 ส่วนรายได้รวมแตะ 1,000 ล้านบาท เหตุรายได้การให้บริการเพิ่มขึ้น ตุนแบ็กล็อกในมือกว่า 4,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้ถึงปีหน้า ดอดรับงานโอมาน 400 ล้านบาท คาดเซ็นสัญญาเร็วๆ นี้ (ข่าวหุ้น)
"อีเอ็มซี" ตั้งเป้ารายได้เพิ่ม10% เน้นรับงานมาร์จินสูงชดเชยต้นทุนพุ่ง + อีเอ็มซี ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10% มีมูลค่า 3.85 พันล้านบาท เหตุมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้และเตรียมประมูลงานล็อตใหม่ หันเน้นยื่นประมูลโครงการใหญ่ มาร์จินสูง หวังชดเชยต้นทุนค่าแรง-ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น หากทำได้เชื่อประคองกำไรขั้นต้นไว้ที่ 5% (กรุงเทพธุรกิจ-จันทร์)
อิตาเลียนไทยฯเล็งกู้เงิน "เจบิค-ธสน." ลงทุนทวาย ผู้บริหารอิตาเลียนไทยฯ เดินหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่า มูลค่า 8,600 ล้านดอลลาร์ เร่งเจรจาแหล่งเงิน "เจบิค-ธสน." คาด 6 เดือนรู้ผล นักลงทุนญี่ปุ่นลังเลเข้าร่วม ระบุเป็นเรื่องอ่อนไหว ขณะที่ "อมตะ-โรจนะ" สนใจร่วมพัฒนาพื้นที่ พร้อมอัดฉีดกว่า 200 ล้านบาท จ่ายชดเชยชาวบ้าน 16 หมู่บ้าน ออกจากพื้นที่ ยอมรับทำได้แค่ 5% แต่ยังมั่นใจอิตาเลียนไทยฯ เป็นที่ยอมรับของพม่า (กรุงเทพธุรกิจ-จันทร์)
"ปตท." โชว์กำไร 3.7 หมื่นล้าน บ้านปูชี้น้ำมันแพงฉุดปีนี้แค่ทรงตัว + ปตท. โชว์กำไรไตรมาสแรก 3.7 หมื่นล้าน รายได้รวมเฉียด 7 แสนล้าน โต 28% รับอานิสงส์ ราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมลดลง 9.5% เหตุผลงานกลุ่มโรงกลั่นลดลงด้านบ้านปูเผยน้ำมันแพงฉุดผลการดำเนินงานปีนี้ทรงตัว จากเดิมประเมินว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา เฉพาะไตรมาสแรกกำไร 2.7 พันล้านบาท ลดลงถึง 70% (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
"ทียูเอฟ" เล็งซื้อธุรกิจเพิ่มมูลค่า 6 พันล. + "ทียูเอฟ" คาดสรุปซื้อกิจการใหม่ 3-6 พันล้านบาทเร็วๆ นี้ ชี้ปีนี้มีโอกาสจ่ายปันผลเพิ่มเท่าตัว หลังบริษัทมีแนวโน้มเติบโต 15% (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
สมาร์ทโฟน-แทบเล็ตดัน เจมาร์ท กำไรพุ่ง + "เจมาร์ท" ตั้งเป้าปีนี้กำไรโต 50% หลังจากไตรมาสแรกพุ่งเท่าตัว เนื่องจากได้อานิสงส์สมาร์ทโฟน และแทบเล็ต เล็งนำบริษัทบริหารหนี้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ แจงยื่นไฟลิ่งแล้ว (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
ไทยคมไตรมาส 1 ขาดทุนในเขมรกำไรเหลือ 42 ล. + THCOM เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ว่า บริษัท มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 83 ล้านบาท มีรายได้รวม 1,950 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำกำไรติดต่อกันถึง 3 ไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2554 โดยบริษัท มีรายได้เพิ่มขึ้น 364 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23% โดยมีรายได้ที่มาจากธุรกิจดาวเทียมแบบ Conventional ที่เพิ่มขึ้น 18% ในขณะที่ธุรกิจดาวเทียมไอพีสตาร์มีรายได้เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 47% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
ฝรั่งเศสโหมเข้าตลท. หุ้นไทยรับเต็มอัตรา จรัมพร ยันตลาดฯฟรีโฟลตสูง-บจ.กำไรต่อเนื่อง ทุนฝรั่งเศสเตรียมขนเงินเข้าไทย หลบภาษี 75% พร้อมเข้าลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ-กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้าน “จรัมพร” มั่นใจเป็นโอกาสของตลาดหุ้นไทย แถมตอนนี้สภาพคล่องสูงรับได้ไม่อั้น แนะรายย่อยอย่ากังวล บจ.พื้นฐานแกร่ง กำไรเติบโตต่อเนื่อง มีปันผลตลอด เชื่อระยะกลาง-ยาวฟื้นตัว ชี้ตลาดเอเชียภูมิคุ้มกันแข็งแรง (ข่าวหุ้น)
พรรณนภา เขมะสุรัตน์ Tel 02 – 6481124 / Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 14 พ.ค. 2555
|






![]() | Today | 1149 |
![]() | All days | 1149 |
Comments