| ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคทีบี (ประเทศไทย) |
|
|
|
| Monday, 16 July 2012 09:27 | |||
|
DAILY COMMENT
Strategy View (3-month) Top Pick Target Price Closing Price % Upside PTT 420 334 25.7 PTTEP 204 172.5 18.3 CPF 50 35.5 29.6
SET Index 1210.29 จุด +17.16(+1.44%)
High 1212.66 +19.53(+1.64%) Low 1194.48+1.35(+0.11%)
มูลค่าการซื้อขาย 24,904 ล้านบาท Foreign Board 560.28 ล้านบาท (2.25%) Big Lot 446.58 ล้านบาท (1.79%)
Stock Market Indices ปิด เปลี่ยนแปลง (%) DJIA 12,777.09 +203.82(+1.62%) NASDAQ 2,908.47 +42.28(+1.48%) FTSE 5,666.13 +57.88(+1.03%) NIKKEI 8,724.12 +4.11(+0.05%) HANG SENG 19,092.63 +67.52(+0.35%) SSE COMPOSITE 2,185.895 +0.404(+0.02%) KOSPI 1,812.89 +27.50(+1.54%)
Eyeing Factors : ภายในประเทศ (+) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยกคำร้องกรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 291 ว่า ยังไม่มีการกระทำที่จะเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย (+) ติดตามผลประกอบการงวด 2Q55 สำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์
ต่างประเทศ (+) กระทรวงแรงงานสหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกลดลงเกินคาด 26,000 ราย (0) ตัวเลข GDP ของจีนงวด 2Q55 ขยายตัว 7.6% ตามที่ตลาดคาดการณ์ (ถือว่าชะลอตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6) (+) ดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 203.82 จุดเมื่อวันศุกร์ (13 ก.ค.55) ..ตัวเลข GDP ของจีนลดความกังวลของตลาด รวมถึงผลประกอบการที่ดีของ JP Morgan (+) ราคาน้ำมันดิบ Nymex บวก 1.02 ดอลลาร์ ปิดที่ 87.10 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วน Brent บวก 1.33 ดอลลาร์ ปิดที่ 102.40 ดอลลาร์/บาร์เรล...คาดจีนกระตุ้นเศรษฐกิจ (+) ราคาทองคำ COMEX พุ่ง 26.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,592 ดอลลาร์/ออนซ์ (-) ดัชนี BDI ลบ 11 จุด ปิดที่ 1,110 จุด
ตลาดหุ้นไทย เมื่อวาน : ศุกร์ 13 ... เมฆดำผ่านพ้นไป เมื่อวันศุกร์ (13 ก.ค.55) เป็นวันที่ตลาดหุ้นไทยรอลุ้นแบบใกล้ชิดว่า ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาเป็นอย่างไรในช่วงบ่าย ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจน แต่ที่มีความแน่นอนอยู่ประการเดียวตามที่เราได้นำเสนอไปในบทวิเคราะห์ Morning Bell เมื่อวันศุกร์ก็คือ นายกรัฐมนตรียังคงดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไป แม้คำตัดสินจะออกมาในกรณีเลวร้ายที่สุด (worst case) โดยมีการยุบพรรคเพื่อไทย เนื่องจากนายกฯ ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ดังนั้น SET Index จึงเปิดทำการเมื่อวันศุกร์แบบไม่เลวร้าย โดยมีการเคลื่อนไหวในทางบวกเล็กๆ ก่อนที่จะแสดงภาพผันผวนเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้นการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญภาคบ่าย แต่ที่สุดแล้ว ผลการวินิจฉัยเป็นไปในทางบวก กล่าวคือ ศาลยกคำร้องของผู้ร้อง เนื่องจากการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาถึงวาระที่ 2 ยังไม่ได้สะท้อนว่า จะเป็นการล้มล้างการปกครองตามที่กล่าวหาของผู้ร้อง ดังนั้น นักลงทุนที่ลดสัดส่วน (ขาย) หุ้นในพอร์ตออกไปก่อน เนื่องจากคาดการณ์ในทางลบ จึงต้องผิดหวังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งนี้ SET Index ปิดทำการที่ระดับ 1,210.29 จุด (+1.44%) โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวทั้งวันอยู่ในช่วง 1,194.48-1,212.66 จุด สำหรับมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 24,904 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิเพียงกลุ่มเดียวเท่ากับ 1,122 ล้านบาท
วันนี้ : ... แล้วฟ้าจะใสหรือไม่? การเคลื่อนไหวของ SET Index เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ตอบรับทางบวกอย่างชัดเจนต่อปัจจัยในประเทศที่สำคัญของไทย ก็คือ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ... ซึ่งคำตอบที่ออกมาชัดเจนแล้วว่า การดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการมาถึงวาระที่ 2 ในรัฐสภา และกำลังจะเข้าสู่วาระที่ 3 ในอนาคตอันใกล้ไม่ได้ขัดต่อมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งสรุปว่า ข้อหาการล้มล้างการปกครองต้องตกไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ตามมาในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ทั้งฉบับทำไม่ได้ หากจะดำเนินการต้องมีการทำประชามติจากประชาชนทั้งประเทศ เพื่อให้มีมติเห็นด้วยก่อน แต่ถ้าจะเป็นการแก้ไขบางมาตรา สามารถทำได้ ดังนั้น ผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว จะทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยต้องนำมาสู่การพิจารณาอีกครั้งว่า จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลำดับต่อไปอย่างไร ...จะเลือกแก้ไขทั้งฉบับหรือบางส่วนเป็นคำตอบที่จะต้องหาข้อสรุปต่อไป อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่า กรณีดีที่สุด (best case) สำหรับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้เกิดขึ้น เนื่องจากการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 จะเกิดขึ้นต่อไป แต่มีข้อจำกัดเพียงบางมาตราเท่านั้น ดังนั้น SET Index จึงทะลุ 1,200 จุดไปอย่างรวดเร็วตามที่ให้มุมมองไว้เมื่อวันศุกร์ สำหรับวันนี้ เราให้กรอบ SET Index เคลื่อนไหวในช่วง 1,205-1,220 จุด (ไม่เกิน 1,225 จุด)
กลยุทธ์การลงทุน: นักเก็งกำไร ยังคงแนะนำ “ขึ้นขาย ... ลงซื้อ” โดยยึดกรอบ SET Index รายวันที่ให้ไว้ (ไม่เล่น หาก SET หลุดกรอบล่าง) ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว ยังคงให้ทยอยซื้อหุ้นปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เมื่อหุ้นเป้าหมายมีราคาอ่อนตัว ส่วนหุ้นพื้นฐานดี ต้นทุนต่ำ ยังแนะนำถือต่อไป
หุ้นเด่นวันนี้: ยังแนะนำเล่นเก็งกำไรในหุ้น PTT, PTTEP, PTTGC และ TOP ต่อไป โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ราคาเป้าหมายเท่ากับ 420, 204, 85.50 และ 67.60 บาท ตามลำดับ
ปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์: Parin Kitchatornpitak เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 017611 Tel: 02-6481120/Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
News Release
"ซีฟโก้" ลั่นปีนี้พลิกโชว์กำไร รับงานมาร์จิ้นสูง ตุนแบ็กล็อกเพียบ + SEAFCO มั่นใจผลงานปีนี้พลิกเป็นกำไร จากปีก่อนขาดทุน 50 ล้านบาท หลังรับงานรถไฟฟ้ามาร์จิ้นสูงหนุน ย้ำเป้ารายได้ปีนี้โต 15-20% หลังตุนแบ็กล็อกเพียบ 1 พันล้านบาท มองธุรกิจเสาเข็มสดใส แย้มผลงาน Q2 น่าพอใจ แย้มปีนี้ควักกระเป๋าจ่ายปันผลชัวร์ (ข่าวหุ้น)
โรจนะปลื้มผลงานครึ่งปี โอนที่ดิน 400 ไร่พันล้าน + ROJNA คุยครึ่งปีแรกมียอดโอนที่ดิน 400 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของเป้าทั้งปี 2,000 ล้านบาท หลังลูกค้าแห่โอนและซื้อที่ดินไม่ขาดสาย ส่วนคอนโดที่จีนมียอดจองแล้ว 80% คาดโอนปลายปีนี้ (ข่าวหุ้น)
PJW ครึ่งหลังเด้ง ออเดอร์เพิ่ม30% สรุปลูกค้าจีนปี 56 + PJW แย้มครึ่งปีหลังรายได้เด้งสูงกว่าครึ่งปีแรก เหตุมีออเดอร์เพิ่มขึ้น 30% ดันยอดขายปีนี้โตเกินเป้า 20-25% หลังโรงงานที่ชลบุรีเริ่มผลิต และมีรายได้เข้ามาแล้ว เดินหน้าเจรจาเพิ่มลูกค้ารายใหม่ในจีน ได้ข้อสรุปต้นปีหน้า (ข่าวหุ้น)
ราชบุรีขายหุ้นโรงไฟฟ้ารับ 3.9พันล. + "ราชบุรีโฮลดิ้ง" ขายหุ้นโรงไฟฟ้า "ลอย ยาง เอ" ออสเตรเลีย 14% ให้ "เอจีแอล" ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดังกล่าว หนุนบริษัทรับรู้รายได้ 3,900 ล้านบาท โดยเป็นการรับเงินสด 650 ล้านบาท และสัญญาการชำระเงินเป็นงวด 15 ปี อีก 3,250 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เป็นการเสริมสภาพคล่อง-กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และเดินหน้าลงทุนเพิ่มโครงการพลังงานลม 3 แห่ง รวม 300 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
ประมูลซื้อโคฟฯแข่งเดือดเชลล์ขยายเวลาถึง 25 ก.ค. + ประมูลซื้อโคฟเอนเนอร์ยี่ยังแข่งขันดุ ล่าสุด เชลล์ขยายเวลารับคำเสนอซื้อเป็นวันที่ 25 ก.ค.นี้ ขณะที่ ปตท.สผ.เส้นตายเมื่อวานนี้ ส่งผลให้เชลล์ มีโอกาสยื่นขอวงเงินเสนอซื้อสูงกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ จาก ปตท.สผ. (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
จีเอฟพีที ลุ้นไตรมาส 2 กำไรนอมินีต่างชาติรุกถือหุ้นเพิ่ม + จีเอฟพีที ลุ้นผลงานไตรมาส 2/2555 พลิกมีกำไร จากไตรมาสแรกขาดทุนกว่า 13 ล้านบาท เดินหน้าผลิตสินค้ามากขึ้น ประเมินไตรมาส 3 โตต่อเนื่อง พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 10-15% ขณะที่ นอมินีต่างชาติรุกคืบ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น (กรุงเทพธุรกิจ-เสาร์)
COLOR ครึ่งหลังเร่งเครื่องเต็มสูบ เหตุย้ายโรงงานใหม่ผลิตสินค้าเพิ่ม + สาลี่ คัลเล่อร์ คาดไตรมาส 2 ผลงานน่าจะออกมาดี แย้มไตรมาส 3 เร่งผลิตสินค้าให้ลูกค้าเต็มสูบ หลังชะงักระยะหนึ่งเหตุย้ายโรงงาน มั่นใจครึ่งปีหลังผลิตส่งออเดอร์ตามที่ต้องการ ยันหากไม่มีปัจจัยลบผลงานเติบโตตามเป้า 20-25% อ่อยราคาหุ้นไม่เป็นไปตามปัจจัยพื้นฐาน แย้มผู้บริหารช้อนซื้อหากราคารูดลง ประคองให้ระดับราคาเทรดที่ 2.80-2.90 บาท (ASTVผู้จัดการรายวัน-จันทร์)
ไมเนอร์ ทุ่ม 2 หมื่นล.ลงทุนนอก ปั้น'อนันตรา'ขึ้นแท่นโกลบอลแบรนด์ "ไมเนอร์" ทุ่มงบลงทุน 5 ปี 2 หมื่นล้านบาท ปั้นแบรนด์ธุรกิจโรงแรม-อาหารบุกตลาดต่างประเทศ พร้อมหาโอกาสซื้อกิจการนอก ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20-30% หวังลดความเสี่ยง ชี้วิกฤติหนี้ยุโรปไม่กระทบธุรกิจ เหตุเบนเข็มเจาะลูกค้าจีน-รัสเซีย (กรุงเทพธุรกิจ-จันทร์)
เชาว์สตีลรุกลงทุนตลาดพม่า ลุ้น 2 ปีรายได้แตะ 8 พันล้าน + เชาว์สตีลรุกคืบศึกษาตลาดพม่า หลังเห็นโอกาสการขยายตัวสูง วางเป้าหมาย 2 ปี รายได้แตะ 8 พันล้านบาท จากการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น ส่วนปีนี้คาดรายได้โตตามเป้า 20-30% ประเมินครึ่งปีหลังอุตสาหกรรมเหล็กกลับเข้าสู่ภาวะปกติ (กรุงเทพธุรกิจ-จันทร์)
พรรณนภา เขมะสุรัตน์ Tel 02 – 6481124 / Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 16 ก.ค. 2555
|






![]() | Today | 1133 |
![]() | All days | 1133 |
Comments