| รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง |
|
|
|
| Wednesday, 24 October 2012 10:19 | |||
|
สรุปภาพตลาด
Down across the board: Safe haven play รายวันคาดดัชนีฯ ลงไม่ลึก ก่อนจะรีบาวด์สลับ (แต่คาดรีบาวด์ไม่ไกล) แนวรับ 1,290 จุด ต้าน 1,315 จุด ปัจจัยลบจะมาจาก การปรับลดลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และ ยุโรป กดดัน เป็นผลจาก มูดี้ส ลดอันดับความน่าเชื่อถือ 5 รัฐฯใหญ่ในสเปน (Andalucia, Extremadura, Castilla-La Mancha, Catalunya, and Murcia) และผลประกอบการ บจ.สหรัฐฯส่วนใหญ่แย่กว่าคาด จากผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่วนปัจจัยหนุนหุ้นไทยจะมาจาก ดอกเบี้ยภูมิภาคขาลงหนุนตลาดหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเงินปันผลดีกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค (ไทย 3.5% Vs.ภูมิภาค 3%) และ การประกาศงบ บจ.ไทย (ราคาหุ้นผันผวนตามกำไรที่ดีขึ้น/แย่ลง) วันนี้ SCC ตลาดคาดกำไรดีขึ้นมากเทียบ q-q กลุ่มเด่นคาดได้แก่ บ้าน อาหาร โรงแรม หุ้นปันผลดี/สูง ส่วนกลุ่มด้อยคือ พลังงาน ปิโตรฯ แบงก์ (แบงก์ลงรับงบ 3Q12 ไม่มี Positive surprise) และกลุ่มมือถือ Technical view: คาดแนวโน้มดัชนี (1) เบรก 1,315/1,320 จุด และกลับมาเป็นขาขึ้นรอบใหม่ (ให้น้ำหนักเกิด 30%) หรือ (2) ไม่ผ่าน 1,320 จุด และพักฐานมองแนวรับแรก 1,270 จุด และแนวรับสำคัญบริเวณ 1,255 จุด พอร์ตระยะสั้น-แนะซื้อเก็งกำไร ตราบใดที่ไม่หลุดแนวรับ 1,290 จุด ส่วนพอร์ตรายสัปดาห์-เดือน แนะ ขึ้น-ขายกระชับพอร์ต หุ้นเด่น สะสม CFRESH (แนวรับ 8.5 บ. ต้าน > 9 บ.) คาดกำไร 3Q12F ที่ 140-150 ล้านบาท +80% y-y ,+10% q-q และคาดกำไรทั้งปี 400 ล้านบาท โดยคาดปันผล 0.57 บาท อิง Payout 65% คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6.6% (อัตราการจ่ายเงินปันผลปีก่อนอยู่ที่ 80% และคาดว่า Dividend yield มีโอกาสสูงกว่า 7% ทั้งนี้บริษัทฯจ่ายปันผลปีละครั้ง), THAI (รับ 23 บ. ต้าน 24 บ.) Laggard play , อ่อนตัวรับ UMI (แนวรับ 6.6บ. ต้าน 7.10 บ.) แนวโน้มธุรกิจสดใสกว่า DCC (ขาย DCC เข้า UMI), PS แนวรับ 20.2 บ.ต้าน 21 บ. กำไร 3Q-4Q12F ดีต่อเนื่องเด่นกว่ากลุ่ม, และเก็งกำไร TGPRO (รับ 0.62 บ.ต้าน 0.68 บ.) กำไร 3Q-4Q12F พลิกบวก และดีขึ้นต่อเนื่อง
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ (0) ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้คาด Neutral ต่อตลาด: สหรัฐฯ วันพุธ ถ้อยแถลงเฟด (FOMC policy statement) และรายงานตัวเลขบ้าน วันพฤหัสรายงานสินค้าคงทน วันศุกร์รายงาน GDP 3Q12F รอบแรกคาด +1.8% จาก +1.3% q-q ar., ยุโรป-ไฮไลท์อยู่ที่วันพุธ คาด PMI (ตค.Flash) 46.6 +จาก 46.1, ถ้อยแถลงประธาน ECB และ เยอรมนีรายงานดัชนีฯความเชื่อมั่น IFO วันพฤหัสรายงานสินเชื่อแบงก์ยุโรป คาดชะลอตัวต่อเนื่องและหนี้เสียเพิ่มขึ้น, เอเชีย วันพฤหัส คาดฟิลิปปินส์ คงดอกเบี้ย 3.75% และวันศุกร์คาด เกาหลีใต้รายงาน จีดีพี 3Q12F ชะลอตัวลง (-) เราคาดว่าจีนจะยังไม่ส่งสัญญาณออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก ในเร็วๆนี้ จากเศรษฐกิจจีนที่เริ่มขยายตัวดีขึ้น (รอการประชุม Communist Party Congress ครั้งที่ 18 8 พย.นี้ อาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้าง Positive surprise) (-) คะแนนความนิยม โอบามา นำ ตัวแทนพรรครีพลับริกัน คาดตลาดวิตกต่อการผ่านร่าง กม.เพดานหนี้ อาจสะดุด และ มาตรการเรียกเก็บภาษีปันผลฯ อาจนำมาใช้เร็วกว่าคาด (การปรับลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯกดดันบรรยากาศการลงทุนหุ้นไทย) (+/-) งบ3Q12 คาดมีผลบวก หรือลบต่อราคาหุ้นระยะสั้น: ดีกว่าคาด KTB (คาดมี Upward revision-Consensus มีแนวโน้มปรับประมาณการณ์กำไรขึ้น) KBANK TMB แย่กว่าคาด TCAP BIGC BBL BAY
Investment theme: กำไร 3Q12F โตเด่น TGPRO SORKON AI CFRESH กลุ่มที่เชื่อมโยงปัจจัยฤดูกาล สะสม/เก็งกำไรในกรอบเทคนิค MINT ERW CENTEL MAJOR เพิ่ม THAI ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อลด-Yield gap เพิ่มขึ้น บวกกลุ่มเช่าซื้อตัวเล็ก ASK TK KCAR /บ้าน SIRI SC LPN วัสดุก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับบ้าน SCCC และหุ้นปันผลดี CPF TTW CFRESH
วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
กองทุน PIMCO เตรียมลดน้ำหนักถือครองตราสารหนี้บริษัทจีน กองทุน PIMCO ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ใหญ่สุดของโลกได้เตรียมลดน้ำหนักการถือครองตราสารหนี้ในตลาดประเทศเกิดใหม่เพื่อลดความเสี่ยงจากภาพเศรษฐกิจจีนชะลอตัวต่อเนื่องไปปีหน้า โดยเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นของราคาตราสารหนี้ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีนอาจเป็นช่วงเวลาที่ราคาดีที่สุดแล้ว การปรับตัวขึ้นของราคาตราสารหนี้ขณะนี้ได้สะท้อนมาตรการเพิ่มเติม QE3 ของธนาคารกลางสหรัฐ แต่ไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่อาจแย่ลงอีกในยุโรป และ เอเชีย โดยผู้บริหารกองทุนตราสารหนี้บางท่านได้ประเมินว่า การปรับตัวขึ้นของราคาตราสารหนี้เหล่านี้อาจจะต่อเนื่องได้ถึงสิ้นปีนี้ก่อนที่จะถูกเทขายทำกำไรในปีหน้า (Bloomberg)
ลุ้น'โต้ง'ยืดสิทธิลดภาษี 2 กองทุน นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่า ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ กรมมีนัดหารือนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ถึงแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมถึงสิทธิประโยชน์การลดหย่อนว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร ซึ่งต้องพิจารณาด้วยว่าอัตราภาษีที่ไทยเก็บอยู่นี้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้หรือไม่ อัตราภาษีใหม่เอื้อต่อการกระจายรายได้หรือไม่ และจะกระทบการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรอย่างไร นอกจากนี้ เตรียมเสนอนายกิตติรัตน์พิจารณาถึงสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนของกองทุนรวมเพื่อ การเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ซึ่งสิทธิประโยชน์ดังกล่าวใช้ได้ถึงปี 2559 และผู้ซื้อต้องถือครองยาว 5 ปี หากจะต่ออายุสิทธิประโยชน์ออกไปน่าจะอยู่ที่ 5 ปี (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)
ขอคืนภาษีรถคันแรกพุ่ง3.2แสนราย นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนสนใจเข้ายื่นขอใช้สิทธิในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกแล้ว 3.2 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท คาดว่าสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 ธ.ค.2555 น่าจะมีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด 5 แสนราย และคาดว่าจะใช้เงินในการดำเนินโครงการราว 3-3.5 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงนี้จะพบว่ามีประชาชนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ประชาชนจึงตัดสินใจซื้อรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)
สั่ง กรอ.ถกกรอบเลิกใช้แร่ใยหิน นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ไปเปิดเวทีสัมมนาใหญ่ที่ต้องเชิญผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภคให้ครบทุกหน่วยงานเพื่อหาข้อสรุปแนวทางการจัดทำร่างแผนยกเลิกการใช้ และผลิตผลิตภัณฑ์ที่ใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ภายใน 2-3 สัปดาห์ ก่อนที่จะทำเรื่องสรุปในการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)
สนข.เล็งขยายเส้นทางรถไฟสีชมพูชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องเพิ่มปลายทางสุวินทวงศ์ นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สนข.อยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้เพิ่มเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู จากเดิมที่มีแผนกำหนดให้ดำเนินการในเส้นทางระหว่างแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร วงเงิน 5.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้จะเสนอให้มีการขยายเส้นทางเพิ่มอีกเส้นทางหนึ่งในระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร ภายหลังมีประชาชนต้องการให้สร้างสถานีปลายทางเป็นสถานีสุวินทวงศ์แทนสถานีมีนบุรี เนื่องจากมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นกว่า และจะส่งผลดีต่อประชาชนผู้ใช้บริการมากกว่าด้วย (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)
อุตฯ ก่อสร้างผวาขาดแรงงานหนัก นายจักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถาบันก่อสร้างได้ประเมินสถานการณ์อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในขณะนี้พบว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่สามารถขยายงานได้ตามแผนที่วางไว้ และเริ่มชะลอรับงานใหม่ เนื่องจากเกิดภาวการณ์ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก โดยเฉพาะโครงการพัฒนาบ้านที่อยู่อาศัยส่งผลกระทบต่อการส่งมอบบ้านให้ลูกค้าที่ล่าช้าตามไปด้วย อีกทั้งยังคาดการณ์ว่ากำลังแรงงานที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอสำหรับรองรับโครงการก่อสร้างภาครัฐและเอกชนในปี 2555-2556 (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)
ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1
รายงานวันนี้
กลุ่ม: ปิโตรเคมี คำแนะนำ: ลดน้ำหนักการลงทุน ราคาเป้าหมาย (บาท): - สัปดาห์ที่แล้ว ราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวในทิศทางที่แตกต่างกัน อุปทานตึงตัวและต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวในระดับสูงส่งผลให้ราคาและส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ต้นน้ำปรับตัวสูงขึ้น อุปสงค์ภูมิภาคที่ชะลอตัวลงส่งผลกดดันต่อราคาและส่วนต่างราคา HDPE และ MEG ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน ส่วนต่างราคา HDPE และ MEG ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนต่างราคาพีวีซีอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน
นักวิเคราะห์: สุพพตา ศรีสุข
หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม
โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 24 ต.ค. 2555
|






![]() | Today | 890 |
![]() | All days | 890 |
Comments