| รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง |
|
|
|
| Tuesday, 30 October 2012 10:50 | |||
|
สรุปภาพตลาด
Rebound first - Consolidated later (2) รายวันคาดดัชนีฯ “ผันผวนสลับรีบาวด์” แนวรับ 1,270 จุด ต้าน 1,295 จุด คาดปัจจัยหนุนจะมาจาก (1) วันนี้ลุ้น BOJ ขยายโครงการ APP (Asset purchase program) เกิน 10 ล้านล้านเยน แต่คาดบวกต่อตลาดจำกัด เพราะเม็ดเงินอัดฉีดเฉลี่ย จะไม่มากอย่างที่ตลาดหวัง (2) ประชุม ครม.วันนี้ เก็งฯข่าวเดินหน้า รฟฟ.สายสีแดง สัญญา 1 (3) กลุ่มโรงกลั่นรีบาวด์ จากข่าวพายุแซนดี้ กระทบโรงกลั่นสหรัฐฯ คาดบวกจำกัด เพราะอุปทานหายไปเพียง 1.2 ล้านบาร์เรล แต่อุปสงค์ลดลงมากกว่า 2 ล้านบาร์เรล ส่วนปัจจัยลบ คือ ดัชนีฯไม่เกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคหากยังดีดไม่พ้น 1,300 จุด และ ข่าวลบกลุ่มบ้าน จากข่าวแบงก์ชาติทบทวนเกณฑ์ LTV บ้าน-ราคาต่ำ 10 ล้านบาท อาจต้องเรียกเก็บเงินดาวน์เพิ่ม จากเดิมคุมเฉพาะราคาเกิน 10 ล้านบาท คาดเป็นลบ ต่อ PS (แนวรับ 18 บ.) QH (ขายเล่นรอบ แนวรับ 1.96 บ.) จากสัดส่วนราคาบ้านส่วนใหญ่ <10 ล้านบาท และเก็บเงินดาวน์ต่ำ Technical view: แนวรับลุ้นรีบาวด์สัปดาห์นี้ 1,270 จุด และ แนวรับสำคัญของรอบบริเวณ 1,255 จุด แนะเริ่มซื้อคืน 25-30% พอร์ตระยะสั้น- ซื้อเล่นเด้ง (นำโดยกลุ่มแบงก์, ปูน, โรงแรม, รับเหมาฯ, และหุ้นมี Catalyst) แนวรับ 1,270 จุด ส่วนพอร์ตระยะกลาง-ถือเงินสด รอซื้อเมื่ออ่อนตัว หุ้นเด่น CFRESH UMI STEC เล่นรีบาวด์สั้น TOP PTTGC KBANK Let profit run CFRESH (แนวรับ 9.05 บ. ต้าน 9.35 บ.) คาดกำไร 3Q12F ที่ 140-150 ล้านบาท +80% y-y ,+10% q-q และคาดกำไรทั้งปี 400 ล้านบาท โดยคาดปันผล 0.57 บาท อิง Payout 65% คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6.4% (อัตราการจ่ายเงินปันผลปีก่อนอยู่ที่ 80-90% และคาดว่า Dividend yield มีโอกาสสูงกว่า 7% ทั้งนี้บริษัทฯจ่ายปันผลปีละครั้ง) เทรดดิ้งในกรอบ THAI (รับ 22.3 บ. ต้าน 23.4 บ.) Laggard play , Let profit run UMI (แนวรับ 7.65 บ. ต้าน 8.10 บ.) แนวโน้มธุรกิจสดใสกว่า DCC (ขาย DCC เข้า UMI), เก็งกำไร TGPRO (รับ 0.58 บ.-Stop loss ต้าน 0.63 บ.) กำไร 3Q-4Q12F พลิกบวก และดีขึ้นต่อเนื่อง
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ (+) ตัวเลขเศรษฐกิจคาด Slightly positive: สัปดาห์นี้จับตา วันพุธรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดไทย (Current account) เดือน กย.คาดเกินดุลเพิ่มขึ้นเป็น US$1,700 ล้าน จากเดือนก่อน US$ 900 ล้าน วันพฤหัสคาดจีนรายงานดัชนีฯภาคการผลิตเดือน ตค.ดีขึ้นเป็น 50.3 จาก 49.8 (-) หุ้นที่ขึ้นแรง YTD, MTD กำไรเกินกว่า 25%-10%, RSI เกิน 70, PE เกิน 20 เท่า คาดมีโอกาสลงแรงหากตลาดหุ้นปรับลงต่อ จากคาดแรงขายล็อกกำไรชดเชยผลขาดทุน หุ้นที่เข้าเกณฑ์ได้แก่ JAS CPN RML CPALL STPI MAKRO TTCL (-) คาดตลาดวิตกต่อการผ่านร่าง กม.เพดานหนี้สหรัฐฯ อาจสะดุด และ มาตรการเรียกเก็บภาษีปันผลฯ อาจนำมาใช้เร็วกว่าคาด หาก โอบามา ชนะเลือกตั้ง ปธน. (*) ที่มาข่าวหุ้น: หุ้นติด MSCI รอบนี้ ประกาศกลางเดือน พย. มีผล สิ้นเดือน พย.ได้แก่ BGH AOT MAKRO
Investment theme: กำไร 3Q12F โตเด่น TGPRO SORKON AI CFRESH UMI THAI กลุ่มที่เชื่อมโยงปัจจัยฤดูกาล สะสม/เก็งกำไรในกรอบเทคนิค MINT ERW CENTEL MAJOR THAI หุ้นมีข่าวบวกเล่นสั้น STEC UNIQ PYLON เตรียมเซ็นงาน รฟฟ. สายสีแดง สัญญา1 31 ตค.นี้ หลังผ่าน ครม. 30 ตค.
วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
คาดปีหน้าจีดีพีโต 5.2% นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. และไตรมาส 3 ปี 55 ว่า ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการใช้จ่ายในประเทศ ทั้งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดีสะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือน ก.ย. ขยายตัวที่ 67.8% ทำให้ไตรมาส 3 ขยายตัว 78.6% สำหรับการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ดีต่อเนื่องสะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุนในเดือนก.ย.ขยายตัว 24.5% ทำให้ไตรมาส 3 ขยายตัว 18.3% สอดคล้องกับปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์เดือนก.ย. ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง 39.4% ทำให้ไตรมาส 3 ขยายตัวถึง 53.5% (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)
"เสี่ยปั้น"ฟันธงเอเชียผงาดเจ้าโลก นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเปิดงานเสวนานานาชาติหัวข้อ "อนาคตแห่งทศวรรษ : เอเชีย" ว่าเศรษฐกิจเอเชียมีบทบาทช่วยพยุงเศรษฐกิจโลก หลังเศรษฐกิจในฝั่งตะวันตก ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาต่างมีปัญหาเศรษฐกิจ และการค้าขายในเอเชียหลังจากนี้จะมีมากขึ้น จากปัจจุบันเอเชียมีประชากร 60% ของโลก และมีรายได้ประชาติ 1 ใน 3 ของโลก จีนและญี่ปุ่นยังเป็นผู้นำเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจโลกจะยังอยู่ในภาวะถดถอยอีก 3-4 ปีข้างหน้า "เอเชียหลังจากนี้จะมีบทบาทและพลังมากขึ้นในการขับเคลื่อนจีดีพีโลก คนเอเชียมีกำลังซื้อมากขึ้น ขณะที่ความร่วมมือระหว่างประเทศและการค้าขายระหว่างกันก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน เห็นได้จากการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เมื่อปี 43 มีการซื้อขายระหว่างกัน 160,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ปี 54 การซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 600,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โตเร็วมาก" (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)
ไม่ต้องใช้มาตรการเข้มคุมแบงก์ ธปท.ไม่ห่วงค้างชำระหนี้ครัวเรือนพุ่ง นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่สินเชื่อส่วนบุคคลอื่นๆ เร่งตัวสูง และเริ่มเห็นสัญญาณภาคครัวเรือนรายได้ต่ำถึงปานกลางเริ่มค้างชำระหนี้มากขึ้นกว่า ขณะนี้ทางสายนโยบายสถาบันการเงินยังไม่เห็นความจำเป็นต้องใช้มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงิน เพื่อช่วยดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ(Macro prudential) แต่ถ้าจำเป็นที่เริ่มเห็นความเสี่ยง ธปท.สามารถนำหลักเกณฑ์ที่มีใช้ในปัจจุบันมาปรับปรุง เพื่อนำมาดูแลภาคสถาบันการเงินได้ ซึ่งธปท.ได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว "หากมีความจำเป็น ธปท.สามารถหยิบมาตรการที่มีอยู่ในกระเป๋ามาใช้ได้ ซึ่งก็มีช่องว่างขยับได้อยู่แล้ว ยกตัวอย่างการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์สามารถปรับปรุงหลักเกณฑ์อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ได้ แต่ยืนยันขณะนี้ยังไม่เห็นความจำเป็น" (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)
เอกชนเชื่อมั่น ครม.ใหม่ นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะรองประธานและเลขาธิการสภาธุรกิจไทย เมียนมาร์ กล่าวในการเสวนากฎหมายใหม่ด้านการลงทุนในพม่า ว่า พื้นที่ที่มีศักยภาพในการลงทุนของพม่าคือพื้นที่ทางภาคกลางในอิระวดี ย่างกุ้ง และพะโค ซึ่งมีท่าเรือและสิ่งอำนวยความสะดวกในการส่งออกเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันออกของพม่า ติดกับภาคตะวันตกของประเทศไทย พื้นที่ยาวกว่า 2,400 กิโลเมตร แต่การลงทุนในพม่ายังคงมีอุปสรรคด้านกฎหมายที่ไม่มีความชัดเจน ในเรื่องของการถือหุ้นและการเช่าที่ดิน และข้อบังคับมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย รวมทั้งแรงงานขาดทักษะฝีมือ ระบบธนาคารยังมีความล้าหลัง จึงควรที่จะเร่งเจรจาส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ของไทยเข้าไปตั้งสำนักงาน เพื่อที่นักธุรกิจไทยจะสามารถทำธุรกรรมทางด้านการเงินได้สะดวกขึ้น (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)
ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1
รายงานวันนี้
หุ้น: VGI คำแนะนำ: ถือ ราคาเป้าหมาย (บาท): 56.75 เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2555/56 และปี 2556/57 ที่ 12.6% และ 7.6% ตามลำดับ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 50 บาท เป็น 56.75 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/55/56 ปรับตัวสูงขึ้น 32% QoQ เราคาดว่ากำไรในไตรมาส 3-4/55/56 จะออกมาใกล้เคียงกับไตรมาส 2/55/56 เนื่องจากประมาณ 70% ของรายได้ได้ถูกรับรองจากสัญญาขายพื้นที่โฆษณาแล้ว (อายุสัญญา 6 เดือนถึง 1 ปี) แม้เราปรับลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" แต่เราเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงจะยังคงหนุนราคาหุ้นไม่ให้ปรับตัวลดลงไป
นักวิเคราะห์: จินดารัตน์ เล้าทวีรุ่งสวัสดิ์
กลุ่ม: ปิโตรเคมี คำแนะนำ: ลดน้ำหนักการลงทุน ราคาเป้าหมาย (บาท): - สัปดาห์แล้ว ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเคลื่อนไหวในทิศทางที่แตกต่างกัน แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างมากส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้นเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าอุปสงค์ในภูมิภาคจะยังคงชะลอตัว อุปทานที่ตึงตัวยังคงหนุนให้ราคาและส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ต้นน้ำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ปรับตัวสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ส่วนต่างราคา HDPE ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ส่วนต่างราคา MEG ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนต่างราคาพีวีซีอ่อนตัวลงจากสัปดาห์ก่อน
นักวิเคราะห์: สุพพตา ศรีสุข
หุ้น: CPN คำแนะนำ: ซื้อ ราคาเป้าหมาย (บาท): 74.00 เราได้พา CPN ไปพบนักลงทุนที่สิงคโปร์ นักลงทุนส่วนมากมีมุมมองเชิงบวกต่อ CPN ขยายธุรกิจในเชิงรุกมากขึ้น ขายสินทรัพย์ที่เชียงใหม่และรามอินทราในปี 2556 หลังจากนั้นขายโรงแรมในปี 2557 สาขาใหม่ผลการดำเนินงานดีกว่าคาด อัตราค่าไฟถือว่าเป็นประเด็นที่น่ากังวล คาดผลประกอบการไตรมาส 3/55 แข็งแกร่ง
นักวิเคราะห์: ไชยธร ศรีเจริญ
หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม
Technical Analysis
Security: BBL Position: ซื้อ เป้าหมาย: 182/186 Stop loss< 175 Reason: สัญญาณทางเทคนิคมองการฟื้นตัวดีดกลับบนแนวรับ 175 บ. สอดคล้องกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นและเครื่องมือทางเทคนิคฟื้นตัวเมื่ออยู่ในภาวะ Oversold
Security: CFRESH Position: ซื้อ เป้าหมาย: 9.5/9.7 Stop loss< 8.7 Reason: สัญญาณทางเทคนิคมองการฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับ 8.7 ภายหลังจาก Break out ทะลุกรอบสามเหลี่ยมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
Security: MAJOR Position: ซื้อ เป้าหมาย: 20.5/20.8 Stop loss< 19 Reason: ฟื้นตัวขึ้นจากแนวรับ 19 สอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิคที่กำลังฟื้นตัวและวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Security: JAS Position: ขายทำกำไร Reason: ไม่ผ่านแนวต้านสำคัญ 5 บ. ขณะที่ราคาหุ้นยังปิดต่ำ โดยมีสัญญาณเตือนจากเครื่องมือทางเทคนิคอยู่ในช่วงปรับตัวลงสอดคล้องกับรูปแบบของราคาหุ้น
Security: ROJNA Position: ขายทำกำไร Reason: ROJNA รอบนี้ถือว่าสัญญาณไม่ดีและส่งสัญญาณอ่อนกว่าตลาด ขณะที่แนวโน้มระยะสั้นต้องระวังเนื่องจากหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน 9.8 สอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิค MACD ปรับลงต่ำกว่าเส้น 0
Security: BTS Position: ขายทำกำไร Reason: โมเมนตัมลดลง ขณะที่ราคาหุ้นปิดต่ำหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน 5.7และทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 1เดือน
โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 30 ต.ค. 2555
|






![]() | Today | 1079 |
![]() | All days | 1079 |
Comments