|
บล.กิมเอ็ง: รายงานภาวะหุ้น 12/11/52
|
|
|
|
|
Thursday, 12 November 2009 09:46 |
|
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 12/11/52
แนวโน้มตลาดวันนี้ ภาพตลาดระยะสั้นยังคงมีแนวโน้มผันผวน แต่เราก็ยังคงมีมุนมองที่ค่อนข้างเป็นบวกต่อแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะกลางและระยะยาว โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดได้รับปัจจัยบวกจาก รายงานผลประกอบการที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี, แนวโน้ม GDP ไตรมาส 4/52 ที่คาดว่าจะพลิกกลับขยายตัว 3% และ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เราแนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นเมื่อมีการอ่อนตัว ซึ่งหุ้นที่เราแนะนำวันนี้ได้แก่ SPALI, SCC และ BANPU นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิ: ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นไทยค่อนข้างที่จะเคลื่อนไหวตอบรับกับกระแสข่าวต่างๆในเชิงที่ค่อนข้างบวก นับตั้งแต่ SET index สามารถผ่านระดับ 700 จุดขึ้นมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าปัจจัยบวกจากต่างประเทศและกระแส Fund Flow เป็นตัวที่กำหนดทิศทางของตลาดมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของตลาดเอง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยต่อไป วานนี้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 850 ล้านบาท และ 49 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่พอร์ตโบรกเกอร์พลิกกลับมาซื้อสุทธิ 753 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างบวกต่อทิศทางตลาดในช่วง 2-3 วันข้างหน้า ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ตลาดหุ้นมักจะต้องการกระแสข่าวกระตุ้นเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอ และตลาดหุ้นสหรัฐฯวานนี้ FED ส่งสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะไม่มีขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาใกล้นี้ เนื่องจากภาคอสังหาฯและภาคการบริโภคของสหรัฐฯยังคงอ่อนแอ นอกจากนั้นกระแสข่าวการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชีย ก็ส่งผลให้ทิศทางค่าเงินเอเชียมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน ดัชนี Dow Jones ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน สูงสุดในรอบ 13 เดือน ปิดที่ 10,291.26 จุด หรือ 0.43% S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.50% และ 0.74% ตามลำดับ เศรษฐกิจเอเชียฟื้นตัวโดดเด่น: วานนี้ตลาดหุ้นทั่วโลก ได้รับปัจจัยบวกจาก ข่าวที่จีนรายงานตัวเลขการผลิตภาคอุตฯเดือนตุลาคม ที่เพิ่มขึ้น 16.1% YoY เพิ่มขึ้นจาก 13.9% ในเดือนกันยายน ในขณะที่รายงานดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงยอดขายและการบริโภคภายในประเทศ ยังขยายตัวได้ไม่ดีนัก ภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเอเชียเป็นไปในทิศทางที่ค่อนข้างบวก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพิงการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ค่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ปรับตัวลดลงในระหว่างวัน: ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงแรกอ่อนค่าลง จาก 2 ข่าวหลักๆ จากการที่ FED มีแนวโน้มที่จะคงระดับอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำไปอีกระยะ รวมทั้งการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของเอเชีย ที่ส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวแข็งค่าขึ้น 0.1% จากระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน และดูเหมือนว่า ธปท.ยังคงดูแลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค โดยค่าเงินบาทวานนี้แข็งค่าสู่ระดับ 33.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ราคาน้ำมันดิบยังคงเคลื่อนไหวที่ระดับต่ำกว่า $80/บาร์เรลเล็กน้อย ในขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้น $12.10 สู่ระดับ $1,114.60/ ออนซ์
|
Comments