Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะหุ้น 19/11/52
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะหุ้น 19/11/52 PDF Print E-mail
Thursday, 19 November 2009 09:44

บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/11/52

SET วานนี้ปิดบวกเล็กน้อย ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค จากแรงซื้อหุ้นในกลุ่ม
พลังงานและแบงก์ ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลาง
SET ปิดบวกเล็กน้อยตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยภาคเช้าตลาด
เคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ แต่ในภาคบ่ายมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน และแบงก์
เข้ามา ในขณะที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาในตลาด ส่งผลให้ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ
707.26 จุด เพิ่มขึ้น 0.71 จุด (+0.11%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 18,302.77
ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างประเทศยังขายสุทธิต่อเนื่องจำนวน 1,032.37 ล้านบาท

ตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2552
Jul -09  Aug -09 Sep -09 Oct -09 Nov -09  Total -09
9,040    2,996    22,994    654    -8,650    47,230
ที่มา : รวบรวมโดย KKS

แนวโน้มตลาดวันนี้
เราคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในช่วง 700-715 จุด เป็นแนวโน้ม
แกว่งตัวตามดาวโจนส์ที่ +30 จุด จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวผันผวนใน
กรอบข้างต้นได้
ด้านสถาบันซื้อสุทธิ +307 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ -1,032 ล้านบาท
แสดงถึงตลาดหุ้นจะเป็นแนวโน้มทางแกว่งตัวผันผวน ถ้าตลาดยืนแนว 715 จุดได้มี
โอกาสปรับขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนว 720-730 จุดได้
ด้านศาลปกครองสูงสุดยังไม่กำหนดวันฟังคำสั่ง และให้สอบพยานแวดล้อม
เพิ่มเติม ทำให้ตลาดเข้าสู่แนวโน้มไซด์เวย์ไปอีกระยะหนึ่งต่อไปในกรอบ
700-720 จุด
สำหรับกลยุทธ์ภาพรวมในช่วงนี้ ในระยะสั้นตลาดหุ้นยังแกว่งตัวผันผวน ทิศ
ทางยังอิงกับแนวโน้มตลาดหุ้นเอเชีย แนะนำซื้อเก็งกำไรถ้าตลาดยืนเหนือ 715 จุด
ส่วนการปรับตัวลงต่ำกว่าแนว 700 จุดจะเป็นสัญญาณขาย
สำหรับสัดส่วนการลงทุนในช่วงนี้ให้เป็นถือหุ้น 50% ถือเงินสด 50%

ปัจจัยที่ส่งผลต่อหุ้นวันนี้ :
(-)    1. ตลาดหุ้นสหรัฐ  วานนี้ปิดลบเป็นวันแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ปรับขึ้น 3 วัน หลัง
ได้รับผลกระทบจากการเปิดเผยแนวโน้มที่น่าวิตกของบริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์ราย
ใหญ่ 2 ราย ได้แก่ บริษัทออโต้เดส์ค อิงค์ และบริษัทเซลส์ฟอร์ซ คอม อิงค์ รวมถึง
การเปิดเผยข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านที่ปรับตัวลงเกินคาดในเดือนที่ผ่านมา โดยระหว่าง
วันดัชนีปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดของวัน 66.17 จุด จากระดับเปิด ก่อนที่ดัชนีดาว
โจนส์ปิดตลาดที่ระดับ 10,426.31 จุด ลดลง 11.11 จุด (-0.11%) ส่วนตลาดหุ้นยุโรป
ปิดบวกและลบในกรอบ 0.02-0.28% หลังตัวเลขเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐลดลงอย่าง
รุนแรงเกินคาดในเดือน ต.ค.
(-)    2. นักลงทุนต่างประเทศ  วานนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิจำนวน
1,032.37 ล้านบาท ส่งผลให้ปี 52 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิจำนวน 47,230 ล้าน
บาท
(+)    3. บัญชีบริษัทหลักทรัพย์  วานนี้บริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิจำนวน 102.37
ล้านบาท
(+)    4. ค่าเงินบาท On shore  วานนี้เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง และเคลื่อนไหวใน
กรอบ 33.12-33.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.17 บาท/ดอลลาร์
สหรัฐ ส่วนเช้านี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.15-33.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-)    5. ค่าเงินเยน  เช้านี้เงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 89.28-89.41
เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้เงินเยนปิดที่ 89.32 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ และ
เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 89.02-89.48 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ
(+)    6. ราคาน้ำมัน  วานนี้ปิดบวกวันที่ 3 หลังสต็อกน้ำมันดิบลดลงเกินคาดใน
สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบตลาด Nymex ปิดตลาดที่ระดับ 79.58 ดอลลาร์/
บาร์เรล เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ (+0.56%) ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นและปิด
ตลาดที่ระดับ 79.47 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 50 เซนต์ (+0.63%)
(+)    7. ราคาทองคำ  วานนี้ปิดบวกวันที่ 4 หลังแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เหนือ 1,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นผลจากดอลลาร์อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง และดัชนี
ราคาผู้บริโภคที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐ กระตุ้นความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดย
ราคาทองคำที่ตลาด Comex ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดตลาดที่ระดับ 1,141.20 ดอลลาร์/
ออนซ์ เพิ่มขึ้น 1.80 ดอลลาร์ (+0.16%)
(+)    8. ค่าระวางเรือ  วานนี้ปิดบวกเป็นวันที่ 14 โดยปิดที่ 4,643 จุด ซึ่งเป็นระดับ
สูงสุดของปีนี้ เพิ่มขึ้น 262 จุด (+5.98%)
(+)    9. LTF-RMF  ในช่วงปลายปีจะมีการเข้าลงทุนในกองทุน LTF/RMF ทำให้
สถาบันยังมีแนวโน้มของการซื้อสุทธิต่อเนื่อง
(-)    10. มาบตาพุด  วานนี้ (18 พ.ย.) ศาลปกครองสูงสุด ยังไม่กำหนดวันฟังคำ
สั่งกรณีพิจารณาเรื่องที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ระงับ 76 โครงการในพื้นที่มาบตา
พุด ในขณะที่ให้เรียกพยานเอกสารเพิ่มเติมตามคำร้องขอของสมาคมต่อต้านสภาวะ
โลกร้อนด้วย
(-)    11. กลุ่มเสื้อแดง  วานนี้ (18 พ.ย.) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผย
ว่า รัฐบาลจะดูแลการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไม่ให้กระทบต่อการฟื้นตัวทาง
เศรษฐกิจ
(+)    12. เศรษฐกิจ  วานนี้ (18 พ.ย.) รองนายกรัฐมนตรีผู้ดูแลด้านเศรษฐกิจเผย
ว่า เศรษฐกิจไทยอาจเติบโต 5% ในปีหน้า ถ้าหากการเมืองมีเสถียรภาพ แต่อย่างไร
ก็ดีการทะยานขึ้นของเงินบาทเป็นเรื่องที่น่าห่วง สำหรับโพลล์รอยเตอร์คาดว่าจีดีพี
ไตรมาส 3/52 จะหดตัว 3.3% YOY และคาดว่าเศรษฐกิจอาจเริ่มมีการเติบโตเป็นบวก
ในไตรมาส 4 ของปีนี้ ทั้งนี้ติดตามการประกาศตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/52 จาก
สภาพัฒน์ในวันจันทร์ที่ 23 พ.ย. นี้

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1045
mod_vvisit_counterAll days1045

We have: 1043 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.216.150
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 14, 2026

4252944