|
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะหุ้น 23/11/52
|
|
|
|
|
Monday, 23 November 2009 10:02 |
|
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/11/52
มองดูเหมือนน่ากลัว แต่รอจังหวะซื้อให้ดี ๆ แนวโน้มตลาดวันนี้ : ความกังวลต่อปัจจัยภายในประเทศกรณีมาบตาพุด และการชุมนุม ของกลุ่มเสื้อแดง จะกดดันบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ต่อเนื่อง ในขณะที่ความผันผวนของ ปัจจัยจากต่างประเทศ ไม่ว่าแนวโน้มผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ตลาดหุ้นสหรัฐ และราคาน้ำมัน ดิบล่วงหน้า จะยังคงสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นเช่นกัน คาดว่าตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ มีแนวโน้ม อ่อนตัวลง โดยดัชนีจะแกว่งตัวระหว่างแนวรับ 677-682 จุด กับแนวต้าน 710-715 จุด ในขณะที่ ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ มีแนวโน้มผันผวนแคบๆ จากการชะลอลงทุนของนักลงทุนบางกลุ่ม เพื่อรอ ดูความชัดเจนของปัจจัยหลัก ๆ แนวรับ: 688-690 แนวต้าน : 699-701
กลยุทธ์ : รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนำตลาด ช่วงราคาอ่อนตัว แนวโน้มผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ จะทำให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า และสินค้าโภคภัณฑ์มี การผันผวนเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสเก็งกำไรได้ในช่วงแคบ ๆ เท่านั้น เนื่องจากความกังวลต่อ กรณี นปช. และการชุมนุมทางการเมือง จะยังคงกดดันราคาหุ้นกลุ่มหลักอยู่บ้าง โดยเฉพาะกลุ่ม พลังงานและปิโตรเคมี ในขณะที่แนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนว่าการประมูลโครงการ 3G คงจะเกิด ขึ้นล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม อาจจะทำให้เก็งกำไรหุ้นกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์มือถือได้บ้าง ระยะสั้น : ขึ้นขายก่อน รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนำตลาดช่วงราคาอ่อนตัว ระยะยาว : ถือเงินสด รอทยอยซื้อลงทุนหุ้นกลุ่มหลัก บริเวณ 680 จุด จับข่าวมาเก็งกำไร + ธนาคารกรุงไทย ตั้งวงเงิน 3.9 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้โรงสี หนุนโครงการรัฐ ประกัน รายได้เกษตรกร คาดราคาข้าวยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังทั่วโลกประสบอุทกภัย ประเมินความ เสี่ยง NPL ไว้ได้ที่ 2% ความเห็น: การสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ทั้งการปล่อยกู้ให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ ไทยเข้มแข็ง และการปล่อยกู้โรงสี จะช่วยหนุนให้สินเชื่อปี’53 ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 6-7% ทั้งนี้ ราคาข้าวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และการขึ้นทะเบียนของชาวนากับธกส. ตามนโยบายประกัน ราคาข้าวของรัฐบาล จะช่วยลดโอกาสเกิด NPL ของโรงสีลงได้ แนะนำเก็งกำไร KTB เมื่อราคา อ่อนตัว ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน ปัจจัยในประเทศ + กระทรวงพาณิชย์เผยตัวเลขการส่งออกเดือน ต.ค. 52 มีมูลค่าส่งออก 14,813 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งหดตัวน้อยสุดในรอบปีนี้ หลัง เศรษฐกิจของคู่ค้าฟื้นตัวขึ้น และการส่งออกในตลาดใหม่มากขึ้น ปัจจัยต่างประเทศ - ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 14.28 จุด ปิดที่ 10,318.16 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากผล ประกอบการที่อ่อนแอเกินคาดของบผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อย่างเดลล์ และบริษัทก่อสร้างบ้านอย่าง ดี. อาร์. ฮอร์ตัน ซึ่งเป็นสัญญาบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอาจฟื้นตัวอย่างอ่อนแอ - ราคาน้ำมันดิบ(WTI) ส่งมอบเดือน ธ.ค. ลดลง 0.74 ดอลล่าร์ ปิดที่ 76.72 ดอลล่าร์ ต่อบาร์เรล หลังจากได้รับแรงกดดันจากทั้งการดีดตัวขึ้นของดอลล่าร์และตลาดหุ้นที่ร่วงลงจาก ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
|
Comments