|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะหุ้น 23/11/52
|
|
|
|
|
Monday, 23 November 2009 10:53 |
|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/11/52
ตัวฉุดจากการเมือง และตลาดหุ้นโลกผันผวน ตลาดหุ้นต่างประเทศยังขาดปัจจัยบวกใหม่ ๆ ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยลบรอบด้าน ต่างชาติยังขายสุทธิต่อเนื่องพร้อม Short Futures สอดคล้องกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเล็กน้อย จาก 33.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ เป็น 33.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ด้านดัชนีค่าเงินเหรียญ สหรัฐฯ (US Dollar Index) แข็งค่าขึ้นมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน ชี้ให้เห็นถึงกระแสเงินทุน (Fund flow) ที่เริ่มไหลออกจะสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มากขึ้น ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลก ภาพตลาดวันนี้: แม้ว่าวันนี้ตลาดไทยจะได้รับปัจจัยบวกจากการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/52 ซึ่งเราคาดว่าจะติดลบต่อเป็นไตรมาสสุดท้าย แต่เราคาดวันนี้ดัชนีจะแกว่งตัวลง ทดสอบระดับระดับ 690 จุด โดยมีประเด็นการเมืองเรื่องการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเป็นปัจจัย กดดันสำคัญ ให้กรอบดัชนีที่แนวรับ 687 จุด และแนวต้านที่ 704 จุด กลยุทธ์: ระยะกลาง 1 เดือนยังคงเน้นให้รอจังหวะเข้าซื้อช่วงตลาดปรับฐานในเดือนนี้ โดยให้จุดเข้าซื้อแถวดัชนี 666-686 เพื่อลุ้น January Effect ในช่วงปลายปีนี้ต่อต้นปีหน้า สำหรับกลยุทธ์วันนี้เราเลือกหุ้น Defensive ที่ยังสามารถเติบโตในปีหน้า ได้แก่ BECL,TTW หุ้นกลุ่มเกษตร ได้แก่ CPF และหุ้นที่มีข่าวดีจากการที่การประชุม ครม.อังคารนี้ มีวาระที่จะออก 6 มาตรการเร่งการใช้งบไทยเข้มแข็ง 3.33 แสนล้านบาทได้แก่ TASCO และ SCCC กรอบวันนี้ แนวรับ 687 แนวต้าน 704
ปัจจัยวันนี้ ( - ) ต่างประเทศ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลงเป็นวันที 3 ติดต่อกัน โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวลดลง 14.28 จุด หรือ 0.14% S&P -0.32% Nasdaq -0.50% โดยการแข็งค่า ขึ้นของค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงในสินทรัพย์เสี่ยงทั้ง ตลาดหุ้นและน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบปิดลงลง 74 เซนต์ มาอยู่ที่ 76.72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล แต่ราคาทองคำยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,160 เหรียญ สหรัฐฯ ต่อออนซ์แล้ว ( 0 ) ญี่ปุ่นตรึงอัตราดอกเบี้ย: ไว้ที่ 0.10% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สำหรับไทย ซึ่งจะ มีการประชุม กนง. กันในวันที่ 2 ธ.ค. คาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.25% ต่อไป ( + ) เศรษฐกิจไทย: วันนี้สภาพัฒน์จะมีการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3/52 ซึ่งเรา คาดว่าจะติดลบต่อเป็นไตรมาสสุดท้าย ที่ -2.6% (Consensus คาด -3.2%) ก่อนที่จะปรับตัว ขึ้นมาเป็นบวกได้ 0.7% ในไตรมาส 4/52 โดยทั้งปีเราคาด GDP ปี 52 ติดลบ 3.5% และปีหน้า โต 3.9% ( - ) การเมืองส่งสัญญาณรุนแรง: เริ่มจากการขู่ว่าจะมีการลอบทำร้อย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีซึ่งมีกำหนดการไปเปิดประชุมสภาหอการค้าฯ ที่ จ. เชียงใหม่ ในวันที่ 29 พ.ย. 52 นี้ ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาพูดถึงรายงานข่าวว่ามีชาวต่างชาติเข้าร่วม ชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงด้วยซึ่งอาจกลายเป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงเข้าสลายม็อบได้ (เพราะ รัฐธรรมนูญให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเฉพาะประชาชนไทย) ( -/+ ) AOT จะลดค่าแลนด์ดิ้งดีเดย์ 1 ม.ค.นี้: การให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมการขึ้นลง อากาศยาน (Landing Fee) แบบใหม่ ที่จะกำหนดเงื่อนไขการให้ส่วนลดค่า Landing Fee แทนการให้ส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่น หากมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 9%จะได้รับส่วน ลดค่า Landing Fee 2.5% ด้านหนึ่งถือเป็นการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพราะจะจูงใจให้สายการ บินใช้ส่วนลดทำ Promotion ช่วยเพิ่มรายได้จากผู้โดยสารมากขึ้น แต่หากจำนวนผู้โดยสารเพิ่ม ขึ้นไม่มากพอก็อาจส่งผลให้รายได้รวมของ AOT ลดลงได้ แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ราคาเป้า หมาย 45 บาทต่อหุ้น
|
Comments