| ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคทีบี (ประเทศไทย) |
|
|
|
| Friday, 31 January 2014 09:39 | |||
|
DAILY COMMENT
+_Stock of The Day (Trading Strategy) Top Pick Target Price Closing Price % Upside PTTEP 211 156.00 35.3 TUF 72.12* 67.50 6.8 CPALL 55.60 39.00 42.6
SET Index 1264.07 -7.35 จุด (-0.58%) HIGH : 1267.98 -3.44(-0.27%) LOW : 1258.05 -13.37(-1.05%) มูลค่าการซื้อขาย 21,086 ล้านบาท Big Lot 816.55(3.87%) Foreign Board 1,758.39(8.34%)
Stock Market Indices ปิด เปลี่ยนแปลง (%) DJIA 15,848.61 +109.82(+0.70%) NASDAQ 4,123.13 +71.70(+1.77%) FTSE 6,538.45 -5.83(-0.09%) NIKKEI 15,007.06 -376.85(-2.45%) HANG SENG 22,035.42 -106.19(-0.48%) SSE COMPOSITE 2,033.08 -16.83(-0.82%) KOSPI 1,941.15 close
Daily Trading Value by Investor Type (Million Baht) Institution Proprietary Foreign Customer B 1,900 2,261 6,754 10,171 S 1,259 2,250 10,117 7,460 NET +641 +11 -3,363 2,711
Eyeing Factors
ในประเทศ : (+/-) กลุ่มกปปส.ยังคงเคลื่อนไหวก่อนและหลังวันเลือกตั้งแต่จะไม่ปิดหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด (+/-) กกต. พร้อมจัดการเลือกตั้งใหม่หากในวันที่ 2 ก.พ.นี้สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาโดยเบื้องต้นกำหนดเป็นวันที่ 23 ก.พ. 57
ต่างประเทศ : (+) ดัชนีดาวโจนส์บวก 109.82 จุดเมื่อวาน (30 ม.ค.57) หลังประกาศ GDP 4Q56 ของสหรัฐขยายตัว 3.2% (+) ราคาน้ำมันดิบ Nymex บวก 87 เซนต์ ปิดที่ 98.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วน Brent บวก 10 เซนต์ ปิดที่ 107.95 ดอลลาร์/บาร์เรล (-) ราคาทองคำ COMEX ลบ 19.70 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,242.50 ดอลลาร์/ออนซ์ (-) ดัชนี BDI ลบ 21 จุด ปิดที่ 1,127 จุด
ตลาดหุ้นไทย
เมื่อวาน : SET Index เคลื่อนไหว (ลง) ตามตลาดหุ้นในภูมิภาค หลังรับข่าวการปรับลดมาตรการ QE และปัจจัยการเมืองกดดันตลอดวัน SET Index เมื่อวาน (30 ม.ค.57) เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดวันและมีทิศทางปรับลงในลักษณะเดียวกันกับภูมิภาคเอเชีย (ยกเว้นมาเลเซียและอินโดนีเซีย) ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้น จากกลุ่มกปปส.ที่มีการเดินขบวนรอบบริเวณที่ชุมนุม (ตามเส้นทางถนนสุขุมวิท-อโศก) ประกอบกับแกนนำกลุ่มกปปส.ก็มีการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนพรก. ฉุกเฉิน และห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม พร้อมขอศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวในวันเดียวกัน โดยศาลนัดฟังคำสั่งหลังไต่สวนคำขอคุ้มครองชั่วคราวยกเลิกพรก. ฉุกเฉินช่วงบ่ายวันที่ 31 ม.ค. นี้ ส่วนปัจจัยอื่นที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นข่าวประกาศผลประกอบการ 4Q56 ของบมจ. ซึ่งหากพิจารณามูลค่าการซื้อขายในวันมีทิศทางที่ลดลงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์ทางการเมืองช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้งทั่วไป ทั้งนี้ SET Index ปิดตลาดที่ระดับ 1,264.07 (-0.58%) มูลค่าการซื้อขาย 21,086 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยกับนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิเช่นเดิม 2,713 และ 639 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อ 3,364 ล้านบาท ตามลำดับ
วันนี้ : คาด SET Index มีแนวโน้มปรับตัวลงต่อ หลังความเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้มข้น (กดดันตลาดหุ้น) ในช่วงวันเลือกทั่วไป เรามองว่าตลาดหุ้นไทยยังจะเผชิญปัจจัยการเมืองต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า ซึ่งจะส่งผลให้ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดจะผันผวนตามเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเดินขึ้น โดยหากเหตุการณ์มีความรุนแรงอาจจะส่งผล SET Index หลุดต่ำกว่าระดับ 1250 จุด แต่หากเหตุการณ์อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ไม่เกิดความรุนแรง SET Index อาจตอบรับในทิศทางบวกได้บ้าง โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ +/- 10-15 จุด ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เรายังมองว่า SET Index อาจจะเผชิญกับกระแสที่นักลงทุนที่ยังมีความกังวลต่อกระแสเงินทุนไหลออกจากประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย แต่เรามองว่าปัจจัยพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งไม่เลวร้ายเช่นปี 2540 โดยหากสถานการณ์การเมืองสามารถยุติโดยเร็วจะส่งผล SET Index พลิกกลับโดยเร็วตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เราก็มองว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดีที่เก็บหุ้นพื้นฐานดี โดยกลุ่มที่อิงการบริโภคและใช้จ่ายภายในประเทศจะเป็นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุน ได้แก่ สื่อสาร พาณิชย์ พลังงาน และขนส่ง รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์ช่วงค่าเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่ กลุ่มส่งออกอาหาร อิเล็กทรอนิก และท่องเที่ยว เราให้กรอบ SET วันนี้ในช่วง 1,260-1,283 จุด
กลยุทธ์การลงทุน : เก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่มี sentiment เป็นบวก ไม่แนะนำเก็งกำไร หาก SET หลุดกรอบล่างรายวันที่ให้ไว้ (ต้องยืนเหนือ 1250) นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ซื้อลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เมื่อหุ้นเป้าหมายมีราคาอ่อนตัว ส่วนหุ้นพื้นฐานดี-ต้นทุนต่ำ ยังแนะนำถือลงทุน (let profit run) สำหรับ SET Index ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะพลิกกลับไปในทางบวกบริเวณ 1,400-1,450 จุด
หุ้นเด่นวันนี้ : แนะนำเก็งกำไร CPALL และ PTTEPโดย CPALL ตั้งเป้าปี 57 เติบโตยอดขาย 6% พร้อมขยายสาขาเพิ่มอีก 600 สาขาจากเดิม 500 สาขา รวมมีสาขากว่า 8,000 สาขา ซึ่งในปี 56 มียอดขายของสาขาเดิมเติบโตตามเป้าหมาย โดยมองว่าสถานการณ์การเมืองจะไม่กระทบยอดขายที่ตั้งเป้าในปี 57 แนวโน้มการเติบโตระยะยาวน่าสนใจ โดยเฉพาะการผนึกกำลังกับ MAKRO ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในปี 57 ส่วน PTTEP เป็นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับการขยายตัวการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นและวานนี้ประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังในอัตรา 3 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2% โดยขึ้น XD วันที่ 11 ก.พ.นี้ ให้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 55.60 และ 211 บาท ตามลำดับ
*ในบทวิเคราะห์ฉบับนี้ หมายถึง ตัวเลขอ้างอิงจาก SAA Consensus หรือบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ที่ปรากฏใน NEWSCenter หรือ Bloomberg)
จตุพร บำรุงจิตร Jatuporn Bumrungjit นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 009537 Tel: 02-6481125
News Release
ปูนใหญ่ ปันผล 7 บาท ซดกำไร 3.67หมื่นล้าน ปีนี้ทุ่มงบ 5 หมื่นล้าน ขยายธุรกิจ - ซื้อกิจการ + SCC ปันผลครึ่งหลังอีกหุ้นละ 7 บาท รวมทั้งปี 56 จ่าย 15.50 บาท ขึ้น XD วันที่ 1 เม.ย. และจ่าย 24 เม.ย. 57 หลังมีกำไร 3.67 หมื่นล้านบาท โต 56% กานต์ ลั่นปี 57 ยอดขายพุ่งอีก 10% พร้อมทุ่มงบลงทุน 5 หมื่นล้านบาท ลุยขยายธุรกิจ-ซื้อกิจการ (ข่าวหุ้น)
VGI บุกรับงานพม่า กำไร ทะลุ 1.2พันล้าน + VGI เปิดตลาดใหม่บุกเข้ารับงานในพม่า ลั่นมีลุ้นคว้างานโฆษณาต่างประเทศเพิ่มอีก จ่อคิวได้บริหารโฆษณาพื้นที่ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าอีก 7 สถานี คาดได้ข้อสรุปกลางปี 57 มองกำไรทั้งปี 57 โตทะลุ 1,200 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)
ปตท. ขึ้นเบอร์ 2 มูลค่า สูงอาเซียนเป็นรองสิงเทล + ปตท.ขึ้นแท่นเบอร์ 2 มูลค่าตลาดสูงสุดในอาเซียน ด้วยมูลค่าร่วม 80,000 ล้านบาท ทิ้งห่าง กลุ่มเจเอ็กซ์ ยักษ์ธุรกิจน้ำมันของญี่ปุ่นกว่าเท่าตัว ส่วนเบอร์ 1 สิงเทล มูลค่าตลาดเกือบ 150,000 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)
CENTELวางเป้า ปี 57 โต 10% รายได้ พุ่ง 1.9 หมื่นล้าน-เล็งบริหารโรงแรมเพิ่ม 6 แห่ง + CENTEL วางเป้าปี 57 รายได้ 1.9 หมื่นล้านบาท โตกว่า 10% จากปี 56 เล็งรับบริหารโรงแรมเพิ่ม 5-6 แห่ง เชื่อรายได้จากโรงแรมที่มัลดีฟส์ 2 แห่งเพิ่มขึ้น แม้ธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯทรุด แต่ในต่างจังหวัดดี มีอัตราการเข้าพัก 80-90% (ข่าวหุ้น)
FORTH สอยงาน เฉียด 500 ล. Q1/57มีลุ้น Wi-Fi ทีโอที 950 ล. + FORTH สอยงานใหม่จากกฟภ.อีกเกือบ 500 ล้านบาท ดันยอด Backlog เพิ่มขึ้นสูงกว่า 600 ล้านบาท พร้อมลุ้นผลประมูลงาน Wi-Fi เฟส 2 ของทีโอที มูลค่างาน 950 ล้านบาท ภายในไตรมาส 1/2557 หลังเจอโรคเลื่อนมาหลายรอบ ตั้งเป้าประมูลงานใหม่ในปีนี้อีกเกือบ 2 พันล้านบาท มั่นใจรายได้รวมปี 2557 ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท (ทันหุ้น)
GLOW กำไร 7.2 พันล. ยอดขาย-ค่าไฟฟ้าเพิ่ม + GLOW โชว์กำไรปี 2556 โต 33.2% เป็น 7.2 พันล้านบาทและรายได้ 6.9 หมื่นล้านบาท จากปริมาณการขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น บวกอัตราค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวตามต้นทุนการผลิตจากราคาค่าก๊าซ (ทันหุ้น)
RATCH ฮุบโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ดันกำลังการผลิตขึ้น 6,653 เมกะวัตต์ + RATCH เข้าถือหุ้นโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ครบ 50% จากเดิมถืออยู่ 49.99% หลังซื้อหุ้น 17.1 ล้านหุ้นจากเชฟรอนไทยแลนด์ เป็นเงิน 703 ล้านบาท หนุนกำลังผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มเป็น 6,653 เมกะวัตต์ (ทันหุ้น)
ECF เนื้อหอมต่างชาติรุมทึ้งจ่อเหินฟ้าคว้าออเดอร์ยักษ์ + หัวเรือใหญ่ ECF อารักษ์ สุขสวัสดิ์ เผยเตรียมบินลัดฟ้าคุยลูกค้ารายใหญ่ในยุโรป อิตาลี อเมริกาและฟิลลิปปินส์ไตรมาส 3-4 นี้ เชื่อกวาดออเดอร์เดือนละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท พร้อมเปิดแผนปี 2557 ปักหมุดรายได้ปี 2557 พุ่ง 15% เล็งลงทุนสร้างคลังสินค้าเพิ่ม พร้อมโชว์แบ็กล็อกในมือ 500 ล้านบาท (ทันหุ้น)
เพิ่มทีม K-Expert เพียบให้คำปรึกษาลูกค้าตจว. + นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารมีแผนจะเพิ่มทีมงานเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและวางแผนทางการเงินแก่ลูกค้า หรือ K-Expert โดยที่ลูกค้าไม่เสียค่าใช้จ่ายไปประจำยังสาขาทั่วประเทศอีกราว 1,500 คน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 2,500 คน ทำให้ธนาคารจะมีทีมเจ้าหน้าที่ K-Expert ทั้งสิ้น 4,000 คน เพื่อรองรับลูกค้าที่มีอยู่ร่วม 1 หมื่นรายต่อเดือน ที่มีการใช้บริการผ่านสาขาและอีก 500 ราย ใช้บริการผ่านทางอีเมล (โพสต์ทูเดย์)
รุ่งนภา เลิศสมผล Tel 02 – 6481127/ Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 31 ม.ค. 2557
|






![]() | Today | 909 |
![]() | All days | 909 |
Comments