|
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะหุ้น 24/11/52
|
|
|
|
|
Tuesday, 24 November 2009 09:55 |
|
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 24/11/52
เก็งกำไรได้สั้น ๆ แต่รอดูการเมืองอีกสักระยะ ปลอดภัยกว่า แนวโน้มตลาดวันนี้ : การฟื้นตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ คงจะเป็นปัจจัยบวกในแง่จิตวิทยา ของการซื้อขายหุ้นวันนี้บ้าง อย่างไรก็ดีความกังวลต่อกรณีมาบตาพุด และโอกาสวุ่นวายทางการ เมืองในช่วงปลายเดือน ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนเช่นเดิม นอกเหนือไปจากความผันผวน ของค่าเงินดอลลาร์ ที่จะส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าขาดทิศทางที่ชัดเจนอีกสักระยะ ตลาด หุ้นวันนี้ยังคงมีแนวโน้มผันผวนเช่นเดิม จากการขาดความมั่นใจของนักลงทุนบางกลุ่ม แนวรับ: 683-685 แนวต้าน : 696-698
กลยุทธ์ : ระยะสั้น ขายทำกำไรบ้าง ช่วงราคาแกว่งขึ้น รอซื้อคืนช่วงตลาดปรับฐาน ตลาดหุ้นไทยคงจะถูกกดดันจากปัจจัยภายในประเทศต่อไป การลงทุนระยะยาว คงต้อง รอจังหวะที่สถานการณ์ค่อนข้างสุกงอม ไม่ว่าจากประเด็นการเมือง และกรณีมาบตาพุด ในขณะที่ การเก็งกำไรระยะสั้น คงต้องเน้นหุ้นขนาดกลาง ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีมาบตาพุด หรือ ประเด็นการเมืองมากนัก รวมทั้งหุ้นที่มีข่าวซื้อขายกิจการ หรือปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น ระยะสั้น : ขายทำกำไรบ้าง ช่วงแกว่งขึ้น รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลักช่วงอ่อนตัว ระยะยาว : ถือต่อ และถือเงินสด รอทยอยซื้อลงทุนบริเวณ 680 จุด จับข่าวมาเก็งกำไร + วันนี้ บล.ทิสโก้ ที่ปรึกษาทางการเงิน ในการขายหุ้น SCIB ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู จะส่งข้อมูลผลการศึกษาการซื้อขายหุ้น SCIB เพื่อกำหนดราคาขาย โดยคาดว่ากระบวนการ ทุกอย่างจะแล้วเสร็จไม่เกินไตรมาสที่ 2/53 ซึ่งล่าสุด MayBank Group ธนาคารรายใหญ่สุด ของมาเลเซีย ได้แสดงความสนใจเข้ามาประมูลหุ้น SCIB ด้วย ความเห็น: ราคาหุ้น SCIB ในปัจจุบันคิดเป็น 1.22 เท่าของมูลค่าหุ้นทางบัญชี ณ สิ้น ไตรมาสที่ 3/52 และจากข้อมูลการซื้อขายหุ้นกลุ่มธนาคารในอดีตส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1.2-1.5 เท่า ดังนั้นหากคิดมูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นปีนี้ที่ประมาณ 20.35 บาท ราคาขายที่เป็นไปได้จะอยู่ ระหว่าง 24.4-30.5 บาท แนะนำ เก็งกำไร SCIB ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน ปัจจัยในประเทศ + สภาพัฒน์ฯ เผยจีดีพีของไทยในไตรมาส 3/52 ติดลบ 2.8% จากช่วงเดียวกันของปี ก่อน ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเป็นการหดตัวน้อยที่สุดในรอบปีนี้ แสดงถึงการฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน และคาดการณ์จีดีพีไตรมาส 4/52 จะกลับมาขยายตัว 2.7-3.2% ปัจจัยต่างประเทศ + ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 132.79 จุด ปิดที่ 10,450.95 จุด หลังการประกาศยอดขาย บ้านเดือนตุลาคมที่แข็งแกร่งเกินคาดสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นของ นักลงทุนให้กลับมาอีกครั้ง + ราคาน้ำมันดิบ(WTI) ส่งมอบเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 0.09 ดอลล่าร์ ปิดที่ 77.56 ดอลล่าร์ ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากความอ่อนแอของดอลล่าร์แต่ได้รับแรงกดดันจากสต็อกน้ำมัน คงคลังที่อยู่ในระดับสูงซึ่งทำให้การปรับขึ้นอยู่ในกรอบจำกัด
|
Comments