|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 23/12/52
|
|
|
|
|
Wednesday, 23 December 2009 09:24 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/12/52
บรรยากาศสดใส น่าจะเห็น 730 จุดเร็วกว่าที่คาด บรรยากาศในต่างประเทศที่สดใส และ VIX Index ที่ปรับลงไปต่ำกว่า 20 จุดเป็นครั้ง แรกในรอบกว่า 1 ปี ประกอบกับประเด็นมาบตาพุดที่มีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ น่าจะผลักดันให้ SET Index ขึ้นไปแตะ 730 จุดเร็วกว่าที่เราคาด แม้จะมีแรงขายตามแนวต้าน ที่ 725 – 726 จุดแต่เชื่อว่าจะผ่านไปได้ไม่ยาก หุ้นที่จะพาตลาดขึ้นต่อจนถึงสิ้นปีน่าจะอยู่ในกลุ่ม ที่เกี่ยวข้องกับมาบตาพุด นอกเหนือจากกลุ่มแบงก์ที่น่าสนใจอยู่แล้ว ในบรรดาหุ้นในกลุ่มมาบตา พุด PTT เป็นหุ้นที่ discount จาก Valuations มากที่สุด และต่างชาติยังคงสะสมอย่างต่อเนื่อง รวมถึง PTTEP และ SCC ด้วย นอกจากนี้ วันนี้เรามีรายงานหุ้นที่คาดว่าจะให้อัตราเงินปันผล ตอบแทนสูงสำหรับการลงทุนในช่วงปลายปีได้แก่ TRT, BCP, DELTA, HANA, SPALI, TVO เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้ วานนี้ ครม. เห็นชอบให้เอกชน 19 โครงการที่ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้ เนื่องจากเห็นว่าไม่กระทบต่อสิ่ง แวดล้อมและไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยจะให้เอกชนยื่นเสนอเป็นรายโครงการเอง ส่วนใหญ่จะเป็น โครงการลงทุนในกลุ่มปิโตรเคมีและพลังงาน รวมถึงโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 6 ของ PTT ด้วย ข่าวนี้ เหมือนจะเป็นข่าวดีที่ยังเป็นเพียงความหวัง เราเชื่อว่าไม่ง่ายที่โครงการ 19 โครงการจะถูกปลด ล๊อก ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับศาลปกครองสูงสุดจะเป็นผลตัดสิน เพราะอย่าลืมว่าศาลปกครองสูงสุดได้ ตัดสินและพิจารณาคัดเลือกโครงการ 11 โครงการที่ให้ได้รับการยกเว้นระงับโครงการมาแล้ว เรื่องการขอปลดล๊อกยังต้องใช้ระยะเวลาพิจารณา อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงราคาหุ้นในกลุ่มปตท. และ SCC ได้สะท้อนความเสี่ยงจากปัจจัยลบดังกล่าวมากแล้ว ดังนั้น เราจึงแนะนำให้เริ่มทยอย สะสมในหุ้นกลุ่มปตท. และ SCC ทั้งหมด เราแนะนำ PTT มาหลายวันแล้ว ยังคงแนะนำให้ซื้อ ต่อ (เป้าหมายกรณีเลวร้ายสุด 265 บาท) รายงานเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สดใสจากตัวเลขยอดขายบ้านที่เพิ่มขึ้นมากและมากจน ชดเชย GDP ที่แย่กว่าคาดได้ โดยยอดขายบ้านมือสองเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 7.4% ดีกว่าตลาด คาดค่อนข้างมาก ส่วนราคาบ้านเฉลี่ยยังลดลง 4.3% Y-Y แต่ก็เป็นการหดตัวที่ลดลงต่อเนื่อง ตัว เลขตลาดบ้านที่ดีขึ้นมีน้ำหนักต่อความมั่นใจของนักลงทุนค่อนข้างมากเพราะเป็นต้นตอของ วิกฤตครั้งนี้ ส่วนรายงาน GDP 3Q09 (คาดการณ์ครั้งสุดท้าย) เพิ่มขึ้น 2.2% ต่ำกว่าที่ตลาด คาดที่ 2.7% และต่ำกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อน แต่อย่างน้อยก็เป็นการบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ การให้เงินซื้อรถ ใหม่สำหรับผู้ที่เอารถเก่ามาแลก และการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านครั้งแรก นัก เศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า GDP 4Q09 จะเติบโต 4% - 4.5% แม้ว่าดอลลาร์จะยังแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ราคาทองลดลงอีก US$9.30 มาปิดที่ US$1,086 แต่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้นและสูงสุดในรอบ 14 เดือน นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน แม้ว่า Moody’s จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลง 1 ขั้นเป็น A2 ก็ตาม ขณะที่ตลาด หุ้นวอลล์สตรีทปรับขึ้น 0.4% - 0.6% นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มที่อยู่อาศัย จากตัวเลขบ้าน ที่ออกมาดีกว่าคาดมาก OPEC ตกลงตรึงปริมาณการผลิตที่ระดับเดิม ราคาน้ำมันในช่วงเช้าซื้อขายในแดนลบ เพราะดอลลาร์แข็งค่า แต่สุดท้ายกลับมาบวก 68 เซนต์ตามตลาดหุ้นและการคาดการณ์ว่าสต็อก น้ำมันดิบที่ EIA จะประกาศคืนนี้ อาจลดลง 9 แสนบาร์เรล ค่าระวางเรือ (BDI) ลดลงอีก 91 จุด ปิดที่ 3,063 จุด
|
Comments