|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 24/12/52
กลยุทธ์การลงทุน เหล็กสยามยามาโตะของ SCC หลุดจาก 65 โครงการ เป็นสัญญาณที่ดีต่อส่วนที่เหลืออีก 19 โครงการ สต๊อกน้ำมันดีเซล และเบนซิน ลดลงมาก สะท้อนความต้องการที่สูง ดีต่อโรงกลั่น (BCP, TOP) SET Index มีโอกาสทดสอบ 736-740 จุด แนะนำสะสมหุ้น PTTEP, PTT, TOP, BCP, KBANK เหล็กสยามยามาโตะของ SCC หลุดจาก 65 โครงการ เป็นสัญญาณที่ดีต่อส่วนที่เหลืออีก 19 โครงการ คาดว่า Sentiment ตลาดน่าจะตอบรับด้านบวก หลังจากที่วานนี้ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้โครงการของบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SCG ถูกถอดออกจาก 65 โครงการ หลังจากที่ถูกระงับการดำเนินกิจกรรมชั่วคราวในพื้นที่มาบตาพุด เนื่องจากเป็นโครงการที่ได้รับ EIA และได้รับใบอนุญาตการใช้พื้นที่ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2550 (แต่ยังมิได้รับใบประกอบกิจการ) ทั้งนี้ทางบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ เป็นเพียงรายแรก และรายเดียวที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีต่อบริษัทที่เหลือ อยู่ระหว่างการเตรียมการที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฯ เพื่อพิจารณาให้ดำเนินโครงการต่อ โดยเฉพาะ 19 โครงการ ที่ได้รับ EIA ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2550 และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากที่ ครม. ได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เห็นชอบแนวทางการแก้ไขบรรเทาปัญหาผลกระทบจากคำสั่งศาลฯ โดยในจำนวนดังกล่าวพบว่า 16 โครงการเป็น ของ PTT รวม 9 โครงการ และอีก 7 โครงการของ กลุ่ม SCG ซึ่งหากคำสั่งศาลออกมาในลักษณะเดียวกัน คาดว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี หลังจากที่นักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของ ASP ได้ปรับลดประมาณการปี 2553 ลงจากเดิม ไปแล้ว 3.75% โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดของ PTTCH รองลงมาคือ PTT ภายใต้สมมติฐานให้โครงการที่ได้รับผลกระทบต้องล่าช้าออกไป 12 เดือน แนะนำซื้อ PTT, PTTEP มี upside มากสุด
สต๊อกน้ำมันดีเซล และเบนซิน ลดลงมาก สะท้อนความต้องการที่สูง ดีต่อโรงกลั่น (BCP, TOP) วานนี้ราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัวครั้งใหม่ เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันของสหรัฐที่รายงานวานนี้ ลดลงกว่าตลาดคาด ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป กล่าวคือ ปริมาณสำรองน้ำมันดิบลดลงมากถึง 4.9 ล้านบาร์เรล (เทียบกับตลาดคาดว่าจะลดลง 9 แสนบาร์เรล) ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูป (หรือน้ำมันกลั่น) ลดลงมากถึง 3.1 ล้านบาร์เรล (สวนทางตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรล) ทั้งนี้เป็นการลดลงทั้งน้ำมันดีเซล (Heating Oil ลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล) และน้ำมันเบนซิน (ลดลง 9 แสนบาร์เรล) โดยลดลงมากกว่าตลาดคาด ตรงนี้สะท้อนว่าความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี 2553 เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นผลดีต่อค่าการกลั่น โดยวานนี้ค่าการกลั่นวานนี้ยังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อ โดยแกว่งตัวในกรอบ 3.85-4.5 เหรียญฯต่อบาร์เรล สูงกว่าที่แกว่งตัวในกรอบ 1.7-4.2 เหรียญฯ วันก่อนหน้า ซึ่งเชื่อว่ายังเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรขาขึ้นธุรกิจโรงกลั่น ทั้งคาดว่าค่ากลั่นจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใน 1Q53 และจะทำสถิติสูงสุดในงวด 2Q53 ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลขับขี่อีกครั้ง โดยจะทำให้ค่าการกลั่นมีโอกาสแตะ 10 เหรียญฯ ปลาย 1Q53 และต่อเนื่องใน 2Q53 ฝ่ายวิจัยยังแนะนำซื้อหุ้นโรงกลั่นทั้ง BCP และ TOP โดยราคาตลาดยังมี upside จาก Fair Value ปี 2553 ราว 36% และ 33% ตามลำดับ ยังแนะนำสะสมหุ้นโรงกลั่นทั้ง BCP, TOP โดยให้ถือข้ามไปในปี 2553
SET Index มีโอกาสทดสอบ 736-740 จุด แนะนำสะสมหุ้น PTTEP, PTT, TOP, BCP, KBANK แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้น่าจะสดใสตามตลาดต่างประเทศ และปัญหาในมาบตาพุดผ่อนคลายลง น่า จะผลักดันให้ดัชนีขึ้นทดสอบแนวต้าน 736 จุด โดยคาดว่า หุ้นพลังงานยังเป็นกลุ่มนำตลาดต่อเนื่อง กลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นพลังงาน (PTT, PTTEP, TOP, BCP) และหุ้นที่มีลักษณะ January Effects ได้แก่ KBANK, BAY, PTTEP, KK และ KSL นอกจากนี้ยังแนะนำหุ้นที่จ่ายเงินปันผล เนื่องจากเข้าใกล้ฤดูกาลจ่ายเงินปันผลงวดปี 2552 และ 2H52 ซึ่งจากการศึกษาของนักวิเคราะห์เชิงประมาณพบว่าหุ้นที่มีคำแนะนำซื้อ (เฉพาะที่ดูแล) และจ่ายเงินปันผลเกิน 5% มีทั้งหมด 36 บริษัท (ดังแสดงในภาพข้างต้น 20 ลำดับแรก) โดยหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด 6 ลำดับแรกคือ PRIN, TMT, SC, MCS, BCP และ CPI ตามลำดับ
|
Comments