Error
บล.กิมเอ็ง: รายงานภาวะตลาดหุ้น 05/01/53
Print
Tuesday, 05 January 2010 09:46

บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 05/01/53


แนวโน้มตลาดวันนี้
            แม้มูลค่าการซื้อขายโดยรวมของตลาดหุ้นไทยในวันทำการวันแรกของปีดูจะเงียบเหงา แต่เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป เมื่อคืนที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต้อนรับปีใหม่ไปแล้ว และเราคิดว่านักลงทุนในตลาดหุ้นไทยจะตอบรับข่าวดังกล่าวในเชิงบวกด้วย เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 800 จุดในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 9% จากระดับดัชนีในปัจจุบัน โดยนักลงทุนควรเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นนำตลาด อย่างไรก็ตามวันนี้เราขอแนะนำ KSL, PDI และ TASCO   

            ขอให้นักลงทุนวางแผนดังนี้: มูลค่าการซื้อขายโดยรวมของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 11,646 ล้านบาทเมื่อวานนี้ ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดไว้กว่าครึ่งหนึ่ง โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 167 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 280 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองในสัปดาห์นี้คือมูลค่าการซื้อขายโดยรวมของตลาด และแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนกลุ่มต่างๆ ที่จะเข้ามาหนุนตลาดให้ปรับตัวขึ้นได้ในระยะต่อไป เนื่องจากการปรับลดค่าคอมมิชชั่นแบบขั้นบันไดได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในปีนี้ เราจึงคาดหวังว่ามูลค่าการซื้อขายโดยรวมในแต่ละวันไม่ควรต่ำกว่าระดับ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งระดับดังกล่าวถือเป็นจุดตัดสินที่สำคัญมาก
สำหรับเรา นักลงทุนสามารถซื้อตามได้เลยหากมูลค่าการซื้อขายเริ่มกระเตื้องขึ้นไปที่ระดับดังกล่าว และควรถอยออกจากตลาดหากมูลค่าการซื้อขายไม่เป็นไปตามนั้น 

            การเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่นจะช่วยหนุนมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย: เราเชื่อว่านักลงทุนบางส่วนอาจยังไม่ได้รับข้อมูลในส่วนนี้ซึ่งเราคิดว่ามีความสำคัญมาก รายได้ค่าคอมมิชชั่นถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ ดังนั้นหากมูลค่าการซื้อขาย
โดยรวมไม่กระเตื้องขึ้นมาชดเชยรายได้ค่าคอมมิชชั่นที่สูญเสียไปหลังเปิดเสรีคอมมิชชั่น ระบบดังกล่าวจะอยู่ไม่ได้ในที่สุด ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในช่วงนี้คือมูลค่าการซื้อขายโดยรวมของตลาด 

            ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งต้อนรับปีใหม่: ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งหลังตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมออกมาดีกว่าคาด โดยปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับแต่เดือนเมษายน 2549 ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 1.50% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 1.60% และ 1.73% ตามลำดับ ดังนั้นเราเชื่อว่าข่าวดีดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นแรง สวนทางกับค่าเงิน US dollar ที่อ่อนตัวลง ทำให้มีเม็ดเงินไหลกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทย

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment