|
บล.ธนชาต : รายงานภาวะหุ้น 06/01/53
|
|
|
|
|
Wednesday, 06 January 2010 09:22 |
|
บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 06/01/53
เราคาดว่าวันนี้ SET จะแกว่งตัวผันผวนอีกในกรอบ +/-10 จุด โดยมีตัวเร่งคือ “ราย ใหญ่” และ “พอร์ตโบรกเกอร์” ที่คาดว่าจะมีบทบาทมากขึ้นและหนุนให้วอลุ่มพอง (> 2 หมื่น ลบ.) เพราะคอมฯถูกหรือเป็นศูนย์ แต่ผลเสียคือทำให้ราคาหุ้นเหวี่ยงแรง อย่างไรก็ตามให้จับตา หุ้น “10/25” อย่าง KTB BEC & BGH เป็นพิเศษ เพราะมีสเปรดราคากว้างสุด (1%) เล่นได้ ทั้งสั้นและยาว (มีปันผล 3-6%)
ประเด็นสำคัญวันนี้ Sliding Scale Commission คอมฯ ถูก หุ้นสวิง รายใหญ่ยิ้ม รายย่อยหนาว การเมือง & มาบตาพุด คือ 2 ความเสี่ยง หลักที่ทำให้นักลงทุนไม่อยากถือหุ้นไทยยาว แต่ประเด็นใหม่ที่เข้ามาเพิ่มความผันผวนให้ตลาด หุ้น คือ การเพิ่มขึ้นของบทบาทนักลงทุนรายใหญ่หลังนำระบบค่าคอมมิชชั่นแบบขั้นบันได (เทรดมากจ่ายน้อย) มาใช้ในช่วง 2 ปีจากนี้ (ก่อนจะเปิดเสรีเต็มรูปแบบในปี 2012) ซึ่งหาก ใช้โปรโมชั่นที่อย่างน้อย 2 โบรกเกอร์เสนอลูกค้า คือ วอลุ่มส่วนที่เกิน 20 ลบ./วัน ไม่ต้อง เสียค่าคอมฯ เช่น หากลูกค้าเทรด 100 ลบ. จะเสียค่าคอมฯ แค่ 41,500 บาท หรือ 0.0042% (vs. อัตราคงที่ในอดีตที่ 0.25% หากใช้มาร์เก็ตติ้ง หรือ 0.20% ผ่านอินเตอร์เน็ต) หรืออีกนัย หนึ่งคือลูกค้ารายใหญ่ที่วอลุ่มเกินวันละ 100 ลบ. จะเสียค่าคอมฯถูกลงอย่างน้อย 80% (ดู ตารางบนสุดขวามือ) ซึ่งต้นทุนที่ถูกลงน่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้รายใหญ่เล่นรอบ (Net Settlement) สูงขึ้น และเมื่อผสมโรงกับพอร์ตโบรกเกอร์ซึ่งไม่มีต้นทุน น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำ ให้ตลาดหุ้นไทยในระหว่างวันมีแรงเหวี่ยงที่สูงมาก หากรายย่อยเข้าผิดจังหวะอาจเจ็บหนัก แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส แนะนำเก็งกำไรในหุ้น “10/25” อย่าง KTB BEC & BGH เราเชื่อว่าค่าคอมฯที่ถูกลงทำให้รายใหญ่ยิ่งพุ่งเป้าไปที่หุ้นบลูชิพสังกัด SET50 เพราะซื้อง่ายขาย คล่องซึ่งจากการคำนวณพบว่าหุ้นใน SET50 มีส่วนต่างของราคาในการขยับขึ้น-ลงแต่ละช่อง (spread) อยู่ที่เฉลี่ย 0.62% ต่ำสุด 0.28% และสูงสุด 1% (vs. ค่าคอมฯเฉลี่ยแค่ 0.0042% หากวอลุ่ม 100 ลบ.) ซึ่งมีทั้งหมด 7 ตัวที่เข้าข่าย spread สูงสุด แต่เราเลือกแค่ 3 ตัวเด่นที่มี ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง (นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชียร์ซื้อ & มีปันผล 3-6% ต่อปี) ได้แก่ KTB (ปิด 9.95 บาท ซึ่งหากราคาแตะ 10 บาทเมื่อไหร่ spread จะขยับขึ้นจาก 5 สตางค์ เป็น 10 สตางค์) BEC (ปิด 24.80 บาท ซึ่งหากราคาแตะ 25 บาท spread จะเปลี่ยนเป็น 25 สตางค์ จาก 10 สตางค์) และ BGH (ปิด 25 บาท) ซึ่งจะเก็งกำไรหรือถือยาวก็ได้ ระวังแรงขายทำกำไรใน TTA ที่วานนี้บวกกระฉูด 6% ตามดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) ที่ปรับขึ้น (ราคาหุ้น TTA มีสหสัมพันธ์กับ BDI ถึง 85%) และแม้ล่าสุดจะบวกต่ออีก 130 จุด(4%) @ 3,270 จุด แต่ BDI Futures เกือบทุกสัญญากลับปรับตัวลงเฉลี่ย 3%
สรุปภาพตลาดวานนี้ เป็นอีกวันที่ SET เหวี่ยงแรง (+/-10 จุด) ด้วยวอลุ่มที่พองขึ้น 60% เป็นเฉียด 2 หมื่น ลบ.โดยช่วงเช้าไป High @ 740.86 จุด แต่สุดท้ายโดน “พอร์ตโบรกเกอร์” และ นักลงทุนทั่วไป (ซึ่งเข้าใจว่าจะเป็น “รายใหญ่” ที่เทรดสนั่นหลังใช้ค่าคอมฯแบบขั้นบันได) เทขายทำกำไร ออกมา กด SET ให้ปิดเกือบ Low ของวัน @ 732.11 จุด แม้ว่าฝรั่งจะจับมือกับกองทุนใน ประเทศซื้อสุทธิ 377 ลบ. และ 96 ลบ. ตามลำดับก็ตาม แต่ดูเหมือนฝรั่งเองก็ยังไม่ไว้วางใจ ตลาดหุ้นไทยเท่าที่ควร จึงขายสุทธิในตลาด Futures ออกมา 158 สัญญา (211 ลบ.) ตลาดหุ้นทั้งสหรัฐฯและยุโรปปิดทรงๆตัว เพราะวันก่อนบวกแรงและรอดูตัวเลขจ้างงาน ของสหรัฐฯในวันศุกร์ เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน NYMEX และ USD ที่แกว่งในกรอบแคบ
|
Comments