|
บล.เอเซียพลัส: รายงานภาวะหุ้น 07/01/53
|
|
|
|
|
Thursday, 07 January 2010 09:12 |
|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 07/01/53
กลยุทธ์การลงทุน SET Index มีโอกาสเดินหน้าต่อไปทดสอบ 740 จุด นำโดยหุ้นใหญ่ทั้งพลังงาน ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และ ธ.พ. ที่คาดว่าผลกำไรในงวด 4Q52 จะเติบโตอย่างมากจากงวด 4Q51 รวมถึงหุ้นขนาดกลางและเล็กในกลุ่มโรงแรม อาหาร และท่องเที่ยว ที่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว Top picks: TOP, BAY, AOT งวด 4Q52 สินเชื่อ ธ.พ. กลับมาเติบโตสูงสุดจากผลของฤดูกาล BAY และ TMB โดดเด่นสุด นักวิเคราะห์กลุ่ม ธ.พ. คาดการณ์ผลการดำเนินงานงวด 4Q52 ของ 7 แห่งพบว่ามีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 73.3% จากงวด 4Q51 (yoy) โดยเป็นการฟื้นตัวของ ธ.พ. ทุกแห่ง สาเหตุหลักมาจากการเร่งปล่อยสินเชื่อในช่วงปลายปี ทำให้สินเชื่อสุทธิในงวด 4Q52 เติบโต 3.7%qoq ทำสถิติสูงสุดของปี และการตั้งสำรองฯ ที่ลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2551 แม้ NIM ยังทรงตัวในระดับ 3.67% ก็ตาม ทั้งนี้ TMB (ซื้อ FV@B 1.53) คาดว่าจะมีกำไร 698 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน 3.89 พันล้านบาทในงวด 4Q51 ตามมาด้วย SCIB(ถือ FV@B 27.17) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 76%yoy และ BAY(ซื้อ FV@B 25.81) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 118% โดยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม ธ.พ. เท่ากับตลาด ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อหุ้น ธ.พ. ทั้งกลุ่ม ยกเว้น SCIB แนะนำให้ถือ โดยคาดว่าหุ้น ธ.พ. จะ Outperform ตลาดในช่วงเดือน ม.ค. 2553 เพราะนอกจากผลประกอบการกลุ่มที่ฟื้นตัวดังกล่าวแล้ว พบว่าหุ้น ธ.พ. มักให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในเดือน ม.ค. หรือมี January Effects
งวด 4Q52 กลุ่มส่งออก ท่องเที่ยวและบริการ ยังโดดเด่น: MINT, AOT นอกจากกลุ่ม ธ.พ. จะรายงานผลกำไรที่ดีขึ้นในงวด 4Q52 แล้ว คาดว่าภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะส่งออก ท่องเที่ยวและบริการ ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะโรงแรมและอาหาร คาดว่าจะฟื้นตัวตามภาคท่องเที่ยว เนื่องจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว จะอยู่ในช่วง ต.ค.-ธ.ค. 2552 และต่อเนื่องถึงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2553 ทำให้คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม (นักท่องเที่ยวเดือน พ.ย. 2552 เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับ พ.ย. 2551) ทำให้อัตราการเข้าพักของโรงแรมอย่าง CENTEL(ซื้อ:FV@B5) และ ERAWAN (
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 57.85% เทียบกับ 54.49% ในเดือนก่อนหน้าแล้ว นอกจากนี้ยังส่งผลต่อเนื่องมายังธุรกิจอาหาร (MINTซื้อ:
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) และผู้ให้บริการสนามบิน (AOT: ซื้อ (FV@B46.2)) ซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมจากผู้เดินทางเข้าออกประเทศไทยถึง 42% ของรายได้รวม ด้วยเหตุนี้ จึงคาดว่าผลประกอบการงวด 4Q52 ของบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้จะทำสถิติสูงสุดของปี ขณะที่ราคาหุ้นยังมี upside สูง
หุ้นน้ำมัน และพลังงานทางเลือก ยังนำตลาด: PTT, PTTEP, KSL วานนี้สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานสต็อกน้ำมันของสหรัฐฯ พบว่าปริมาณสำรองน้ำดิบ เพิ่มขึ้นถึง 1.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลงราว 5 แสนบาร์เรล ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูป(น้ำมันกลั่น) กลับลดลง 3 แสนบาร์เรล สู่ 159 ล้านบาร์เรล เป็นการลดลงของน้ำมันดีเซลถึง 4 ล้านบาร์เรล สะท้อนความต้องการน้ำมันเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงเนื่องในภาวะอากาศหนาวที่เลวร้ายยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสต๊อกน้ำมันเบนซิลจะยังเพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรลก็ตาม ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐ คาดว่าจะยังคงทรงตัวในระดับต่ำ การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด คาดว่าจะยังไม่เกิดขึ้นในงวด 1H53 เป็น ปัจจัยกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้ยังคงมีทิศทางทรงตัวไปจนถึงอ่อนค่าต่อไป หนุนให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้า(ไนเม็กส์) ปรับตัวขึ้นทะลุแนวต้าน 82 เหรียญฯต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 83.04 เหรียญฯต่อบาร์เรล และมีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 85 เหรียญฯต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ขึ้นมาทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 15 เดือน ที่ระดับ 80.40 เหรียญฯต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่คาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในปี 2553 จะอยู่ที่ระดับเพียง 75 เหรียญฯต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้น PTTEP(FV@B180) และ PTT(FV@B312) ยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นดังกล่าว นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ยังส่งผลดีต่อพลังงานทางเลือก เช่น น้ำตาล ซึ่งล่าสุดราคาน้ำตาลในตลาดโลก ปรับตัวขึ้นถึง 15 เหรียญฯต่อตัน ราว 2.4% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ 636.35 เหรียญฯต่อตัน เป็นการเดินหน้าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ผลิตและส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก เช่น บราซิลและอินเดีย ยังคงประสบปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ผลผลิตเสียหาย แต่เป็นผลดีอย่างมากต่อ KSL(
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) ฝ่ายวิจัยจึงยังคงแนะนำซื้อสะสมในหุ้นดังกล่าว
หุ้นโรงกลั่นยัง Outperform ตลาด ต่อตลอดเดือน ม.ค 2553 แนะนำ TOP, BCP แม้ราคาน้ำมันดิบยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นดังกล่าว แต่ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในช่วงฤดูหนาว และฤดูกาลขับขี่ที่กำลังจะมาถึง ทำให้ค่าการกลั่นมีแนวโน้มขยับขึ้นในกรอบ 4-5 เหรียญฯต่อตัน ตามคาดหมาย และน่าจะทำสถิติสูงสุดในปลาย 1Q53 ต่อเนื่อง 2Q53 ซึ่งจะทำให้กำไรในงวด 1H53 โดดเด่นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 2H53 ซึ่งเป็นช่วง Low Season และทำให้คาดหมายว่าหุ้นโรงกลั่นทั้ง BCP(FV@B20) และ TOP(
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) มีโอกาสปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับหุ้นน้ำมันดังกล่าวข้างต้น
|
Comments