|
บล.กรุงศรีอยุธยา: รายงานภาวะหุ้น13/01/53
|
|
|
|
|
Wednesday, 13 January 2010 09:14 |
|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 13/01/53
Market Recap and Trend: การปรับลดลงของตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยกดดัน SET วันนี้ แม้ว่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรผลการดำเนินงาน 4Q09 หุ้นกลุ่มธนาคารเข้ามามากแต่เกิดแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากปรับสูงขึ้นมาแรงในช่วงวันก่อนหน้า ส่งผลให้ SET ปิดตลาดที่ 745.24 จุด ปรับลดลง 0.23% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นต่อเนื่อง 21,447 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 314 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะถูกกดดันจากการปรับลดลงของราคาน้ำมันซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน และการปรับลดลงของตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยราคาน้ำมัน NYMEX ปรับลดลง 2.1% ปิดตลาดที่ US$80.79/บาร์เรลจะเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ดัชนีหุ้น Dow Jones ปรับลดลง 0.34% จากผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนที่ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตามเรายังมองว่าถึงแม้ SET จะมีการพักฐานบ้างการพักฐานน่าจะเป็นไปอย่างจำกัด จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การเก็งกำไรผลการดำเนินงาน 4Q09 และความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการลงทุนเขตมาบตาพุดที่คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ล่าสุด ครม.ให้ตั้งคณะกรรมการประสานงานอิสระแก้ปัญหามาบตาพุดแล้ว
Investment Strategy: แม้จะมีความเสี่ยงจากการพักฐานบ้าง แต่ยังแนะนำถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง (ระวังถ้า SET ปิดต่ำกว่า 735 จุด) แม้ SET จะมีความเสี่ยงจากการพักฐานระยะสั้นๆ ตามการปรับลดลงของตลาดหุ้นต่างประเทศ แต่เนื่องจากเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การเก็งกำไรผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน 4Q09 และความคืบหน้าแก้ไขปัญหามาบตาพุดที่คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับสูงขึ้นของ SET ในช่วง 1Q10 ไปที่ระดับ 800 จุด ทำให้เราคงแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง...อย่างไรก็ตามในกรณีที่ SETปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 735 จุด จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะเห็น SET พักฐานนาน และลึกกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำ ยังเน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน ธนาคารอสังหาฯ เหมือนเดิม และแนะนำทยอยสะสม หุ้นกลุ่มโรงกลั่น (TOP, IRPC, PTTAR - มีประเด็นการควบรวมกิจการด้วย) จากแนวโน้มค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL TUF CPALL AOT STANLY SAT TTA MINT Futures Strategy: ปิดสถานะ Long ไปแล้วที่ Trailing Stop 524 จุด แนะนำรอยืนยันทิศทางตลาดไปก่อน AUTO: เพิ่ม AMATA เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ปิดลดลง 0.34% เช่นเดียวกับ S&P 500ปิดลดลง 0.94% โดยนักลงทุนขายหุ้นกลุ่มการเงิน หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อชดเชยยอดสูญเสียจากโครงการลดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (TARP) และเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณปี 2011 ทั้งนี้ นักลงทุนกังวลว่าค่าธรรมเนียมนี้อาจสร้างความเสียหายต่อผลกำไรของภาคธนาคารในขณะที่ภาคธนาคารพยายามจะฟื้นตัว นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากข่าวที่ว่า ธนาคารกลางจีนกำลังคุมเข้มสถานการณ์ทางการเงินเพื่อตอบรับต่อความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจจีนอาจทวีความร้อนแรงจนเกินไป ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ก.พ. ปิดลดลง 2.10% มาที่ 80.79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากการพยากรณ์อากาศที่อบอุ่นขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐบ่งชี้ว่าอุปสงค์ในตลาดจะลดลง ประกอบกับจีนประกาศเพิ่มเพดานการกันสำรองของภาคธนาคารขึ้น 0.50% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า จีนได้เริ่มคุมเข้มนโยบายการเงินแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าอุปสงค์ในจีนอาจลดลง ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร และสกุลเงินที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ หลังธนาคารกลางจีนแถลงการณ์ว่า จะเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองของภาคธนาคารพาณิชย์ขึ้น 0.50% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ซึ่งเป็นส่งสัญญาณชัดเจนที่สุดที่แสดงถึงการคุมเข้ม นโยบายทางการเงิน ซึ่งทำให้เกิดความวิตกว่า อุปสงค์ของจีนอาจลดลง และจะชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 12 จุดมาที่ 3160 จุด รายงานภาคการผลิตที่ดีขึ้นโดยเฉพาะสหรัฐสร้างความเชื่อมั่นในการสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตทั่วโลกช่วยผลักดันค่าระวางเรือให้มีทิศทางขาขึ้นในช่วงนี้
|
Comments