|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 08/02/53
|
|
|
|
|
Monday, 08 February 2010 09:15 |
|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/02/53
กลยุทธ์การลงทุน คาด SET แกว่งตัวในกรอบแคบๆ 684-695 จุด จากแรงกดดันของราคาน้ำมันดิบที่ร่วง หนักเกือบ 2 เหรียญฯ แต่ใกล้ถึงจุดฟื้นตัวระยะสั้น ให้ทยอยซื้อหุ้นปิโตรเลียมเมื่ออ่อนตัว ขณะที่ ดัชนีค่าระวางเรือเทกองยังมีโอกาสฟื้นตัวหลังตรุษจีน ตาม BDI Futures ที่บวกต่อเนื่องเป็นวัน ที่ 4 แนะนำซื้อสะสม TTA, RCL และหุ้นปันผล CPF, BCP, MAKRO, GLOW ข้อสรุปคดียึดทรัพย์ 26 ก.พ. นี้ น่าจะเป็นประเด็นร้อน และกดดันตลาดรุนแรงสุดในเดือนนี้ คาดหมายว่าสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ จะมีอุณหภูมิร้อนแรงเพิ่มขึ้นตาม ลำดับ หลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่พรรค ปชป. ไม่เห็นด้วย ดัง นั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่าย ค้าน และวุฒิสมาชิกบางส่วน ขณะที่การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดว่าจะเป็นประเด็นที่ตาม มา ซึ่งคงจะต้องติดตามถึงความร่วมมือระหว่างของพรรคร่วมรัฐบาล และสุดท้าย คือวันที่ 26 ก. พ. ศาลฯ จะมีคำตัดสินเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของอดีตนายกฯ เชื่อว่าประเด็น หลังมีโอกาสจะสร้างความพลิกผันให้กับตลาดได้อย่างมาก และถือว่าเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดใน เดือนนี้ ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า SET Index น่าจะยังยืนเหนือ 680-690 จุด ในช่วงก่อน 26 ก.พ. 2553 แต่หลังจาก SET Index จะมีความผันผวนสูงสุด ซึ่งจะประเมินกรอบดัชนีอีกครั้ง
ปัญหาสถาบันการเงินในยุโรป ยังเป็นปัจจัยถ่วงการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก แม้เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะฟื้นตัว ตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐในเดือน ม.ค. 2553 ลดลงเหลือ 9.7% เทียบกับระดับสูงสุด 10.1% ในปลายปี 2552 สอดคล้องกับเศรษฐกิจ ในสหภาพยุโรปที่ผ่านมาจุดเลวร้ายไปแล้ว แต่วิกฤติการเงินของกลุ่มสถาบันการเงินในสหภาพ ยุโรป ยังคงมีปัญหาเรื้อรัง โดยเฉพาะเหตุการณ์ในประเทศกรีซ และอาจดึงให้เศรษฐกิจของ สหภาพยุโรปอื่น ๆ ในกลุ่มต้องประสบปัญหาตามมา ซึ่งประเด็นนี้เป็นปัจจัยหลักที่การประชุมของ กลุ่มประเทศ G-7 (ประกอบด้วยสหภาพยุโรป อเมริกาเหนือ และญี่ปุ่น) ให้ความสำคัญในการ ประชุมครั้งที่ผ่านมา โดยสมาชิก G-7 ยังแสดงความเห็นว่าควรให้การสนับสนุน และแก้ไขปัญหา ดังกล่าวต่อไป อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปมีแผนที่จะยกเครื่องสถาบันการเงินใหม่ หลังจากที่ได้ รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินครั้งหลังสุด ขณะที่ยังไม่ไปแตะอัตราแลกเปลี่ยน แม้ค่าเงินยูโรจะ ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ก็ตาม แต่ถือว่าเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของยุโรป แต่น่า จะเป็นปัจจัยถ่วงการฟื้นตัวราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และเศรษฐกิจโลก
ราคาน้ำมันร่วงหนัก แต่มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น ให้ทยอยสะสมหุ้นปิโตรเลียมเมื่ออ่อนตัว Dollar Index ยังคงเดินหน้าแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หลังค่าเงินยูโรยังคงอ่อนค่าจาก สถานะการเงินการคลังของหลายประเทศในยุโรปประสบปัญหา กดดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาด โลกอ่อนตัวลงเนื่องเป็นวันที่ 3 ในวันนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า Nymex ร่วงลงมาเกือบ 2 เหรียญฯ มาอยู่ที่ 71.19 เหรียญฯต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ลดลงมาที่ 68.83 เหรียญฯต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 แห่งในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับแนวรับแล้ว น่า สามารถฟื้นตัวในระยะสั้นได้ ขณะที่ค่าการกลั่นเช้านี้แกว่งตัวที่กรอบ 7-9 เหรียญฯต่อบาร์เรล จึง แนะนำให้ให้นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ทยอยเลือกสะสมหุ้นพลังงาน PTTEP, PTT, BANPU, BCP, TOP
คาด BDI Spot ฟื้นตัว ขณะที่ Futures ยังบวกเป็นวันที่ 4 แนะสะสม TTA, RCL BDI spot ฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 มาอยู่ที่ 2,715 จุด หลังจากที่ตกต่ำติดต่อกัน นานกว่า 2 เดือน (ลดลงกว่า 42%) ขณะที่ BDI Futures ยังบวกตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ฝ่ายวิจัย ยังมีความเชื่อมั่นต่อ BDI Spot จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้งนับจากกลางเดือน ก.พ. เป็น ต้นไป หรือหลังตรุษจีน เพราะโดยปกติจีนมักจะมีการนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์เช่น ถ่านหิน และสิน แร่เหล็ก เพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นหลังผ่านการเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่ หนุนความ ต้องการใช้เรือเทกองให้เพิ่มสูงขึ้น โดยจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลังไป 10 ปี ของนักวิเคราะห์ เชิงปริมาณ ASP พบว่า 9 ใน 10 ปี ราคาสินค้าโภคภัณฑ์กลุ่มนี้ มักปรับตัวขึ้นหลังวันตรุษจีน จากเหตุผลดังกล่าวเชื่อว่านักลงทุนมีโอกาสทำกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้อง จึงยังแนะนำสะสมเรือเท กอง โดยเฉพาะ TTA ที่ได้ประโยชน์จากค่าระวางเรือเทกองขาขึ้น สูงสุด และ PSL (จ่ายเงินปัน ผลสำหรับงวด 4Q52 หุ้นละ 0.6 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD 12 ก.พ.) รวมถึงเรือขนส่วนตู้ คอนเทนเนอร์ (RCL) ซึ่งนอกจาก ดัชนี Howe Robinson Index (เป็นตัวแทนของหุ้นเดินเรือ ทั่วโลก) ฟื้นตัวต่อเนื่องตลอด 1 เดือนผ่านมาแล้ว อีกทั้งเป็นหุ้นไม่กี่บริษัทที่ได้ประโยชน์จากการ เปิดเสรีการค้าอาเซียน (AFTA)
|
Comments