|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น11/02/53
|
|
|
|
|
Thursday, 11 February 2010 09:20 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 11/02/53
ตลาดขยับขึ้นยังเน้นทำกำไร เพื่อรอทยอยซื้อแถว 670 ... เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยขยับบวกได้ตามตลาดหุ้นในภูมิภาค จากการคาดหวังมาตรการ ช่วยเหลือกรีซ และกลุ่มประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ในยุโรป ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันนี้(11 ก.พ.) อย่างไรก็ตามเรายังเห็นแรงขายออกมากดดันตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะมา จากการขาดความมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองในบ้านเราเป็นหลัก ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐ เมื่อคืนนี้ปรับตัวลงอีกครั้ง หลังประธานเฟดได้กล่าวถึงกลยุทธ์ของเฟดในการถอนมาตรการสนับ สนุนฉุกเฉินที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามดัชนีดาวโจนส์สามารถดีดกลับ มาปิดลบเพียงเล็กน้อยได้ในที่สุด เนื่องจากยังมีความหวังต่อมาตรการช่วยเหลือกรีซที่จะเห็นภาพ ชัดเจนในวันนี้ ซึ่ง FSS คาดว่าวันนี้ตลาดหุ้นทั้งภูมิภาคจะเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนระหว่างรอ ความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือกรีซจากทางยุโรป โดย SET ยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัว ลดลงทั้งจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ และแนวโน้มของเงินดอลลาร์ที่เราคาดว่าจะแข็งค่า อีกรอบในระยะถัดไป ดังนั้นเราจึงยังแนะนำให้ขายทำกำไรเมื่อตลาดขยับขึ้นและถือเงินสดให้ มากขึ้นเพื่อรอรอบปรับตัวลงของตลาดอีกครั้งโดยมีแนวโน้มที่ดัชนีจะลงไปเคลื่อนไหวแถวจุดต่ำ สุดเดิมบริเวณ 670 จุดหรือต่ำกว่าได้ โดยเราแนะนำให้ทยอยเข้ารับหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายปันผลสูง ไว้ก่อนได้แก่ AIT, ADVANC, CSL, DELTA, LPN, MCOT, TRT, SPALI, TUF, TVO เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเร็วกว่าคาดเมื่อคืนนี้ หนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เมื่อคืนนี้ตลาดหุ้น ในยุโรปปรับตัวขึ้นเพราะมีความหวังเรื่องการแก้ปัญหาของกรีซ แต่ตลาดเงินกลับมองในทิศทาง ตรงกันข้ามโดยยังกังวลถึงความเป็นไปได้ในการช่วยเหลือกรีซ ค่าเงินยูโรจึงอ่อนค่าลง หนุนให้ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ประกอบกับการที่ Bernanke กล่าวถึงการเริ่มถอนมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจและการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ยิ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และส่งผลให้ราคาทอง ปรับลดลงเล็กน้อย 90 เซนต์ ส่วนราคาน้ำมันบวก 77 เซนต์จากการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันที่ เพิ่มขึ้นโดย EIA ที่คาดว่าจะเพิ่ม 1.2 แสนบาร์เรลเป็น 1.2 ล้านบาร์เรลในปี 2010 Fed อาจขึ้น Discount rate ก่อนการประชุมวันที่ 16 มี.ค. การปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ Bernanke พูด หมายถึงการปรับขึ้น Discount rate (ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่าง Fed กับ ธนาคาร) โดยอัตราปัจจุบันอยู่ที่ 0.5% ใช้มาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2008 โดย Fed อาจจะปรับขึ้น Discount rate ก่อนที่จะมีการประชุม FOMC ครั้งถัดไป 16 มี.ค. ก็ได้เพื่อเริ่มมาตรการแตะ เบรกเศรษฐกิจก่อนที่อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ Fed อัดฉีดเม็ดเงินเข้าไป ในระบบ US$1 ล้านล้านเหรียญ ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ยูโรโซนต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา เรายังคงเชื่อว่าค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าใน ช่วงครึ่งปีแรกเนื่องจากค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าเพราะปัญหาหนี้สินของประเทศในยูโรซึ่งต้องใช้เวลา ในการแก้ปัญหา ภาระหนี้สินของกรีซที่จะครบกำหนดชำระในปีนี้มีถึง 55,000 ล้านยูโร ซึ่งภายใน วันที่ 16 มี.ค. นี้กรีซจะต้องส่งแผนการปรับโครงสร้างและการลดงบประมาณขาดดุล ความช่วย เหลือของกลุ่มยูโรน่าจะเป็นการให้เงินกู้ (Refinance) โดยเยอรมนีหรือฝรั่งเศส หรือโดย European Commission ซึ่งย่อมไม่ใช่เงินให้เปล่า ซึ่งเท่ากับปัญหาหนี้ต่อ GDP ที่สูงถึง 113% ยังไม่ได้รับแก้ไขแบบเด็ดขาด ยอดส่งออกของจีนแย่กว่าตลาดคาด ยอดส่งออกของจีนเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 21.1% Y-Y น้อยกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่ม 28% Y-Y เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน ส่งออกลดลง 5.5% M- M (ปรับฤดูกาลแล้ว) ส่วนการนำเข้าพุ่งขึ้น 85.5% Y-Y ใกล้เคียงที่ตลาดคาดที่ 85.2% ดุลการ ค้าในเดือน ม.ค. จึงเกินดุลเพียง US$14.2 พันล้าน ลดลง 23% M-M และ 64% Y-Y ต่ำกว่า ตลาดคาดไว้ที่ US$20 พันล้าน อย่างมาก ตลาดเอเชียยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เช่นการส่ง ออกไปอินเดียเพิ่ม 37% Y-Y ไต้หวันเพิ่ม 85% Y-Y ส่วนตลาดซีกโลกตะวันตกยังขยายตัวได้ ไม่ดีนัก โดยส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มเพียง 8% Y-Y ญี่ปุ่นเพิ่มเพียง 4.7% Y-Y และยุโรปเพิ่ม 18% Y-Y เนื่องจากตลาดยุโรปเป็นหนึ่งในตลาดหลักของจีน ปัญหาภาระหนี้ที่สูงของประเทศใน ยูโรโซน จึงอาจทำให้แนวโน้มการส่งออกของจีนในระยะถัดไปไม่สดใสนัก ในด้านการนำเข้า สินค้าที่ยังเป็นที่ต้องการสูงในจีนได้แก่อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และสินค้าทุน การส่งออกของจีนที่ โตต่ำกว่าคาด พอจะช่วยหนุนตลาดหุ้นในระยะสั้นไม่ให้ได้รับแรงกดดันจากมาตรการเบรก เศรษฐกิจของจีน
Technical View : “แม้จะมีจังหวะแกว่งตัวบ้าง แต่ก็ยังเทรดดิ้งต่อได้ โดยยังเน้นขาย ทำกำไรเมื่อตลาดขยับขึ้น และถ้าย้อนหลุดต่ำกว่า 680 จุดให้หยุดเทรดดิ้งเพื่อรอจังหวะเข้ารับ ใหม่ที่ 669-666 จุดหรือต่ำกว่า...” แนวรับ : 686-680*** , 669-666* แนวต้าน : 692-694** , 697-702***
Technical Picks: CK (Bt 5.20 เป้าเทคนิค 5.40-5.60 cut loss ถ้าหลุด 5.05) ASIAN (Bt 2.92 เป้าเทคนิค 3.10 cut loss ถ้าหลุด 2.86) CSP (Bt 2.12 เป้าเทคนิค 2.24-2.28 cut loss ถ้าหลุด 2.08)
|
Comments