|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 17/02/53
|
|
|
|
|
Wednesday, 17 February 2010 09:36 |
|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/02/53
กลยุทธ์การลงทุน SET Index มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้น โดยจะไปทดสอบแนวต้าน 702-705 จุด ตามการ ฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ หนุนด้วยการฟื้นตัวของหุ้นทิ่อิงสินค้าโภคภัณฑ์ แนะนำ TTA, PTTEP, BANPU และ BCP Top picks รัฐบาลกลางยุโรจะเข้าช่วยเหลือกรีซ หลังจากจัดการวินัยทางการคลังโดยเคร่งครัด ผลการประชุมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปวานนี้ ยังแสดงจุดยืนที่จะให้ความ ช่วยเหลือแก่กรีซ แต่ต้องภายหลังจากที่รัฐบาลกรีซ ได้ดำเนินการตัดลดการขาดดุลงบประมาณ ลง พร้อมเสนอแนวทางให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 16 มี.ค. นี้ (ปี 2552 กรีซขาดดุลงบประมาณ ถึง 13% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าข้อจำกัดของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ราว 3%) และที่ประชุมฯ ยัง ต้องการเข้าตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นจากการบริหารความเสี่ยงต่อหนี้สินของรัฐ ด้วยการลงทุนในตราสารอนุพันธุ์ต่าง ๆ เช่น derivatives instruments และ currency swap เป็นต้น ทั้งนี้ปี 2552 GDP Growth ของกรีซ ติดลบสูงถึง 8% ขณะที่ภาระหนี้สาธารณะ สูงถึง 2.16 แสนยูโร (ราว 3 แสนเหรียญสหรัฐ) หรือคิดเป็นราว 103.7% ของ GDP ซึ่งคาดว่า เกิดจากการดำเนินนโยบายขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทั้งนี้เพื่อชดเชยปัญหาขาด ดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี โดยเฉพาะในช่วงปี 2550-2551 พบว่าขาดดุลการค้า และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เฉลี่ยใกล้เคียงกันคือปีละกว่า 4 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.6 หมื่นล้านเหรียญฯ) ทั้งนี้เชื่อว่าในการตัดลดงบประมาณของรัฐบาลกรีซ อาจไม่ใช่เรื่อง ง่ายนักเนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีประชาชนออกมาตามท้องถนน เพื่อเรียกร้องให้รัฐเพิ่ม ค่าจ้าง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจของกรีซ มีขนาดเล็กเพียง 2% ของ GDP ในกลุ่มสหภาพยุโรป จึงไม่น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าในเอเซียมากนัก แต่อาจ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นหากปัญหายืดเยื้อ และพบว่ากรีซมีการค้าขายกับไทยเพียง 0.8% สะท้อนได้จากสินค้านำเข้าหลักของกรีซ คือ เครื่องจักร เครื่องมือเกี่ยวกับขนส่ง เชื้อเพลิง และ เคมี โดยคู่หลักของกรีซ จะอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ส่วนในเอเซียมี การค้าขายน้อย ยกเว้นจีน ที่เป็นคู้ค้าหลักของกรีซ
ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้น หนุนราคาน้ำมันดีดตัว: PTTEP, BANPU ความกังวลต่อกรีซน่าผ่อนคลายลง ส่งผลให้ค่าเงินยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวเป็นวันแรก ราว 1.2% จากวันก่อนหน้า หลังอ่อนค่าต่อเนื่องตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ Dollar Index อ่อนตัวหลุด 80 จุดอีกครั้ง มาอยู่ที่ระดับ 79.66 จุด และมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 79.3 – 80 จุด ประกอบกับความพยายามของสหรัฐที่ขอแรงสนับสนุนจากประเทศสมาชิก และขอความร่วม มือไปยังซาอุฯ เพื่อช่วยกล่อมจีนให้ร่วมคว่ำบาตรอิหร่านที่มีการทดลองโครงการนิวเคลียร์อย่าง ต่อเนื่อง โดยอิหร่านมีกำลังการผลิตน้ำมันราว 5 ล้านบาเรลล์ต่อวัน คิดเป็นสัดส่วน 5.8% ของ กำลังการผลิตทั้งโลก จากประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนให้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกฟื้นตัวอีก ครั้ง โดยเช้านี้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าส่งมอบเดือน มี.ค. (ไนเม็กส์) พุ่งขึ้นราว 3 เหรียญฯ มาอยู่ที่ 77.03 เหรียญฯต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบขึ้นมาอยู่ที่ 74.84 เหรียญฯต่อ บาร์เรล น่าจะหนุนหุ้นปิโตรเลียมขั้นต้น ทั้ง PTTEP, PTT, BANPU ฟื้นตัว ขณะที่ค่าการกลั่นก็ ยังคงแกว่งตัวอยู่ในทิศทางขาขึ้น อันเป็นผลของฤดูกาล ซึ่งปกติจะมีจุดสูงสุดของปีในช่วงปลาย ไตรมาส 1 ต่อเนื่องถึงต้นไตรมาส 2 ฝ่ายวิจัยยังแนะนำซื้อสะสมหุ้น BCP, TOP เช่นเดิม โดย เฉพาะหุ้น BCP ที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวด 2H52 ราว 1 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div. Yield ทั้งปีสูงกว่า 7%
ดัชนี BDI Futures ฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 วัดใจ BDI Spot มาตามนัด: TTA, PSL, RCL BDI spot ใกล้จะฟื้นตัวตามนัด หลังจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงเทศกาลตรุษจีนราว 2-3 วัน โดยล่าสุดฟื้นตัวเป็นวันแรก ปรับตัวขึ้น 32 จุด มาอยู่ที่ระดับ 2,598 จุด และในเบื้องต้นมีโอกาส ปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 3,300 จุดได้ ขณะที่ BDI Futures ทุกซีรี่ย์ยังฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยวันนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 3% ตอกย้ำความเชื่อมั่นของดัชนี BDI ขาขึ้นรอบนี้ ฝ่ายวิจัยยังคง แนะนำสะสมหุ้นในกลุ่มเดินเรือ โดยเฉพาะ TTA ที่ได้ประโยชน์จากค่าระวางเรือเทกองขาขึ้นสูง สุด แม้ในงวด 1Q53 (ต.ค.-ธ.ค. 2552) จะรายงานผลประกอบการขาดทุนก็ตาม แต่ฝ่ายวิจัยเชื่อ ว่าผลประกอบการจะกลับมามีกำไรในงวด 2Q53 ตามการฟื้นตัวของดัชนี BDI ตามมาด้วย PSL รวมถึงเรือขนส่วนตู้คอนเทนเนอร์ (RCL) ซึ่งนอกจากดัชนี Howe Robinson Index (เป็นตัวแทนของหุ้นเดินเรือทั่วโลก) จะฟื้นตัวต่อเนื่องตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาแล้ว อีกทั้งเป็นหุ้น ไม่กี่บริษัทที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (AFTA)
|
Comments