Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.ยูไนเต็ด : รายงานตลาดหุ้น 17/02/53
บล.ยูไนเต็ด : รายงานตลาดหุ้น 17/02/53 PDF Print E-mail
Wednesday, 17 February 2010 11:02

บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/02/53

Market Highlight    
แนวโน้มตลาดหุ้น:
-    วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่พลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง น่าจะช่วยให้
ตลาดเดินหน้าบวกได้ แม้ปัญหาการเมืองยังกดดันอยู่ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นใน
ภูมิภาคที่กลับมาเปิดทำการ จะส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายคึกคักขึ้น โดยมองว่า
SETI  มีโอกาสที่จะแกว่งตัวขึ้น (sideways up) ทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 700& 61617;5 จุด
-    ในเชิงเทคนิค ยังคงให้ถือว่าโมเมนตัมระยะสั้นและกลางเป็น “ลบ” และจะ
ไม่เป็น “บวก”จนกว่า SETI จะ “พิสูจน์ให้เห็น” ด้วยการกลับขึ้นไปปิดเหนือระดับ
705 จุดอย่างมั่นคงได้เสียก่อน
-    วันนี้ หุ้นแสดงสัญญาณบวก (& 61569;=ACCELERATION) คือ SHIN และมีหุ้น
แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=DECELERATION) คือ RCL, TTA
หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BANPU (518.-/534.-), KBANK (76.5/80.5), SCB (78.-
/82.-)

เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:
-    วันนี้:  
-    M-STOR XD @ 0.22 บาท, QHPF XD @ 0.193 บาท,
-    ลูกหุ้นเข้า CAWOW 250.36 ล้านหุ้น, SSE 48.66 ล้านหุ้น
-    พรุ่งนี้:
-    TTW XD @ 0.17 บาท, RS ลูกหุ้นเข้า 1.40 พันหุ้น
-    สรุปการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร:
-    ผู้บริหารซื้อ :  -
-    ผู้บริหารขาย :  -
-    ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:
-    15–19 ก.พ. 53: Chinese New Year (China)
-    16–26 ก.พ. 53: กลุ่มคนเสื้อแดง (นปช.) นัดชุมนุมใหญ่ [“10 วันอันตราย”]
-    22 ก.พ.53: สศช. ประกาศตัวเลข GDP 4Q52
-    26 ก.พ. 53 : ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งในคดียึดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านบาท
(เริ่ม 13.00 น.)              
-    26 ก.พ. 53 : ธปท. แถลงข้อมูลเศรษฐกิจไทย เดือน ม.ค. 53
-    1 มี.ค. 53: ตลท. หยุดชดเชยวันมาฆบูชา (28 ก.พ. 53)

Investment Outlook
แนวโน้มระยะสั้น:
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยดีดกลับขึ้นเล็กน้อย โดย SETI +3.64 จุด
(+0.53%) ปิดที่ 692.73 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่ยังคงเบาบางเพียง
7,958.97 ล้านบาท
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้ (market drivers):
ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,268.81 จุด (+1.7%), S&P 1,094.87 จุด (+1.8%),
NASDAQ 2,214.19 จุด (+1.4%), Nikkei 10,251.26 จุด (+2.2%), AOI 4,676.5 จุด
(+1.9%), KOSPI 1,625.02 จุด (+1.5%)
กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติ, สถาบันและ บล. ขายสุทธิ -318, -204
และ -70 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่รายย่อยซื้อสุทธิ +592 ล้านบาท
สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ light NYMEX  $77.01 (+4.0%), BDI 2,598 จุด
(+1.2%), GRM $4.91 (-13.4%), ทองคำ $1,119.1 (+0.7%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ
ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงินบาทแข็งขึ้นเทียบกับ US$ ซื้อขายที่ 33.14-33.15
บาท/ดอลลาร์
วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดพลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ทำให้มีโอกาสเด้ง
กลับ แม้การเมืองในประเทศยังกดดัน อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นในภูมิภาคที่กลับมา
เปิดทำการ น่าส่งผลให้ตลาดมีมูลค่าซื้อขายคึกคักขึ้น โดยเรามองว่า SETI มีโอกาส
จะแกว่งตัวขึ้น (sideways up) ทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 700& 61617;5 จุดได้
ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน (intermarket fund flow indicators) มีสัญญาณ
แสดงว่าความกล้าลงทุน (risk appetite) ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเม็ดเงินไหลจากสินทรัพย์
ปลอดภัยมาสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง โดยเห็นได้จาก ...
ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคหลายแห่งกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง
หลังวันหยุดในเทศกาลตรุษจีน และดีดกลับแรงตามตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา
ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทน US10Y ทรงตัวระดับสูง ล่าสุด
=3.6758% (จุดสูงสุด ณ 31/12/52=3.9176%) [ความหมาย: อัตราผลตอบแทน
ของพันธบัตรรัฐบาล& 61666;=แรงซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง (risk-free asset)+
นักลงทุนคาดการณ์เศรษฐกิจในเชิงลบ]
ค่าเงินดอลลาร์: ล่าสุด=79.664 จุด เริ่มปรับตัวลงหลังจากที่ไม่ผ่านแนวต้าน
80~81 จุด (11/6/52-10/7/52) [ความหมาย: ดัชนี US$& 61665;=แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อ
ขายในสกุล US$ (non-US$ denominated assets)]
สินค้าโภคภัณฑ์: เริ่มดีดกลับ แต่น้ำมันดิบ<$80, BDI<3,000 จุด, ทองคำ& 61627;
$1,100
ในระดับตลาด แม้มีลุ้นทางบวก แต่ยังให้ถือว่าโมเมนตัมระยะสั้นและกลาง
เป็น “ลบ” ไปก่อนจนกว่า SETI จะ “พิสูจน์ให้เห็น” ด้วยการกลับขึ้นไปปิดเหนือ 705
จุดอย่างมั่นคงได้เสียก่อน
ในเชิงกลยุทธ์ เราได้ย้ำมาตลอดว่าในช่วง ก.พ. นักลงทุนควรเริ่มมองหา
จังหวะ “ซื้อ” มากกว่า “ขาย” แล้ว เนื่องจาก …
SETI ได้ถอยลงมาใกล้จุดต่ำสุดเดิมเมื่อปลายปี 52 ที่บริเวณ 670~680 จุด
ค่อนข้างมากแล้ว และเมื่อลงมาระดับ -100 จุด (SETI& 61627;650 จุด) จะเริ่มนิ่ง+มีโอกาส
ดีดกลับได้;
รายใหญ่ถอยไปดูสถานการณ์นอกตลาดระยะหนึ่งแล้ว (จะเห็นว่าปี 53 ไม่
มี “January Effect” อย่างที่หลายคนคาดหวัง) ทำให้ขณะนี้รายใหญ่มีเงินสดในมือ
ค่อนข้างมาก;
ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าทุกครั้งที่ตลาดร่วงลงเพราะเหตุทางการเมืองมัก
เป็นโอกาสของนักลงทุนในการ “ช้อนซื้อของถูก” (bottom fishing)
ในระดับกลุ่ม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรายังแนะนำให้คงน้ำหนักหุ้นกลุ่ม
ต่างๆ ไว้ตามเดิม—ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วน Investment Ideas
ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=”ACCELERATION”) คือ SHIN
และมีหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;= ”DECELERATION”) คือ RCL, TTA [สังเกต:
เครื่องหมาย & 61483;/& 61485; หลัง “คำแนะนำซื้อขาย” (action rating)=“ความชอบของนัก
วิเคราะห์” (analyst’s preference) เทียบกับกลุ่มเดียวกัน—ดู Investment Ideas]
แนวโน้มระยะกลาง:
มองย้อนกลับไปในปี 52 ตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดย
ให้ผลตอบแทนที่สูง มาก ทั้งนี้ SET และ SET50 TRI ให้อัตราผลตอบแทน >70%
ต่อปี—ดูตาราง TRI ซ้ายมือ
อย่างไรก็ตาม หลัง 1H52 นักลงทุนส่วนใหญ่จะคิดแต่ “กลยุทธ์ออก” (exit
strategy) [=”ขายทำกำไร”] มากกว่า “กลยุทธ์เข้า” (entry strategy) [=”หาจังหวะ
ซื้อ”] เพราะกังวลว่า ...   
หลังตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง >3 เดือน คนส่วนใหญ่มองว่า
ตลาด “สะท้อน” การคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจจะไม่ฟุบยาว (“L”) แต่ฟื้นตัวขึ้น
(“U”หรือ “V”) ไปพอควรแล้ว
คนจำนวนไม่น้อยมองว่าการฟื้นตัวดังกล่าวเป็นแค่ “การดีดกลับชั่วคราว
ในแนวโน้มขาลง” (bear market rally) เพราะเศรษฐกิจโลกอาจฟุบลงอีกครั้ง
(“double dips”) คือ เศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวตามรูปแบบ “V” หรือ “U” แต่กลายเป็นรูป
แบบ “W” แทน
แต่เราได้ย้ำมุมมอง “เชิงบวก” (bullish bias) ตลอดเช่นกันว่าการปรับฐาน
ดังกล่าวเป็นเพียง “การจบฉากแรก” (“the end of the beginning”) [ของแนวโน้มขึ้น]
ไม่ใช่ “จุดเริ่มต้นของฉากจบ” (“the beginning of the end”) โดยเราได้แนะนำให้ผู้
อ่าน Market Insight หาจังหวะเข้าตลาด (re-entry strategy) ด้วยเหตุผล ดังนี้
เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประเทศต่างๆ อัดเข้าสู่ระบบจะเริ่มเห็นผล ทำให้
เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว L (“great
depression”)
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ (bottom out) ในปี 52 ทั้งนี้ จาก
ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 พบว่าเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น (“green shoots”
or “pre-recoveries”)
เราคาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิด
ใหม่ในเอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ ประเทศเอเชียไม่ประสบปัญหารุนแรงเท่ากับสหรัฐ
อเมริกาและยุโรป เพราะไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่เหมือนช่วงปี 40
แต่อีกจุดหนึ่งที่เราเขียนย้ำตลอดด้วยเช่นกัน คือ ต้อง “เลือกเล่น”
(selective buy) โดยต้องวางน้ำหนักกลุ่ม (sector weighting)/เลือกหุ้น (stock
picking) ที่ถูกต้องด้วย [ดูกลุ่มที่เราแนะนำให้วางน้ำหนักระดับ OVERWEIGHTED
และหุ้นที่มีสัญญาณ & 61569;= ACCUMULATE ได้ใน Investment Ideas หรือ หุ้นที่มี “& 61514;”
ใน Fast Fact  เป็นหลัก]
สำหรับแนวโน้มปี 53 เรายังคงมีมุมมอง “เชิงบวก” และประเมินเป้าหมาย
ใหม่ของ SETI ที่ 838 จุด [ประเมินจากราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าของหุ้นใน
coverage] เนื่องจาก ...
ในขณะนี้ นักเศรษฐศาสตร์เห็นค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ว่าเศรษฐกิจได้ “ผ่าน
จุดต่ำสุดแล้ว” (bottom out) ในปี 52 ซึ่งเรามองว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเคลื่อนตัวผ่าน
จากช่วงแรก (“& 61678;”) และช่วงกลาง (“& 61640;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 61694;”) ของตัว “U”
การฟื้นตัวในภาคเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีมากขึ้น (broad-based recovery)
จะมีผลให้การปรับตัวขึ้นของตลาดกระจายตัวในกลุ่มต่างๆ มากขึ้น (broad-based
rally) [ไม่ใช่ดีแค่ ไม่กี่กลุ่มเหมือนในปี 52]
“คุณภาพของกำไร” (quality of earnings) มีแนวโน้มดีขึ้น เพราะ “การ
เติบโตของกำไร” (bottom-line growth) ไม่ได้มาจากกำไรสต็อก (inventory gain)
เหมือนกับการฟื้นตัวในระยะแรก แต่มีแรงหนุนจาก “การเติบโตของยอดขาย” (top-
line growth) ด้วย
ในเบื้องต้น เราแนะนำให้มองเป้าหมายที่ 750~800 จุดก่อน เพราะมีปัจจัย
ถ่วงตลาด คือ ...
ช่วงปลายปี 52 หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ได้ผลกระทบจากคำสั่ง
ศาลปกครองที่ให้ระงับการลงทุนใน “มาบตาพุด” กดดันไม่ให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้
มาก
ในช่วงต้นปี การเมืองก็เป็นประเด็นที่ยังกดดันตลาดอยู่ เพราะศาลฎีกาได้
นัดฟังคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของทักษิณวันที่ 26 ก.พ. 53
อาจทำให้เกิดสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองได้อีกครั้ง
ในเชิงเทคนิค โมเมนตัมระยะยาวจะยังดูดี “ถ้า” SETI & 61619; 705 จุด ในเชิง
กลยุทธ์ เราให้ถือว่าเป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ของการลงทุนเพื่อลุ้นเป้าหมายที่ระดับ
800~850 จุดด้วย
คำอธิบาย: OVERWEIGHTED=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะ
คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม
เพราะคาดว่าให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHTED=ควรลงทุน
น้อยกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะ
นำนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี (beat the index) โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=
น้ำหนักของหุ้นแต่ละกลุ่มใน SETI, “ผลตอบแทนของตลาด” (market total return)=
อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจาก SET Total Return Index (SETTRI)
ทั้งนี้ TRI (total return index)=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่ง
คำนวณจาก 1) กำไร/ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ (capital
gain/loss); 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน (right); 3) เงินปันผล (dividend) โดยสมมติว่าเงิน
ปันผลถูกนำไปลงทุนซ้ำ (reinvest) ในหลักทรัพย์เดิมด้วย โดยจุดเริ่มต้นของดัชนี
TRI (2/1/45)=1,000 จุด


Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1430
mod_vvisit_counterAll days1430

We have: 1430 guests online
Your IP: 216.73.216.147
Mozilla 5.0, 
Today: May 18, 2026

4289912