|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/02/53
สำหรับระยะสั้น..ตลาดลงเป็นจังหวะทยอยเข้ารับเพื่อลุ้นดีด!! ค่าเงินดอลลาร์เมื่อคืนนี้อ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดพอควร ขณะที่ผลประกอบการของ บจ.ในสหรัฐ และข้อมูลการผลิตยังออกมาดี บ่งชี้ว่าการดีดตัวทางเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป ทำให้ดัชนีดาวโจนส์และตลาดหุ้นยุโรปยังสามารถขยับบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเช้านี้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วโดย Dollar Index ขยับขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ รวมทั้งตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เปิดทำการด้วยการปรับตัวลง ขณะที่วันนี้จะมีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่สีลม และรวมไปถึงความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองไทยในสัปดาห์หน้า ทำให้คาดว่า SET จะยังคงแกว่งตัวผันผวนและเน้นหนักทางด้านลบได้ อย่างไรก็ตามจากปัจจัยทางด้านการเมือง FSS เราคาดว่าไม่ว่าการตัดสินของศาลฯ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้จะออกมาเช่นใด และเหตุการณ์หลังจากนั้นจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้นได้ระยะหนึ่ง โดยเทียบเคียงกับในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา (ดูรายละเอียดใน Special Report ฉบับวันที่ 18 ก.พ.) ดังนั้นเราจึงมองว่าจังหวะที่ SET ยังขยับขึ้นไม่ได้และเน้นหนักทางด้านลบอยู่นี้ถือเป็นโอกาสในการทยอยเข้า “ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น” เพื่อรอหาจังหวะขายหลังวันที่ 26 ก.พ.ได้ โดยเราแนะนำทยอยเข้ารับหุ้นที่ราคาปรับลงมาแรงในช่วงก่อนหน้า และมี Beta สูง ซึ่ง FSS คัดเลือกมาได้ดังนี้ BANPU, BAY, BBL, CPN, QH, IRPC, PS, PTT, PTTAR, PTTCH, PTTEP, TOP, TMB, TTA และ TRUE เป็นต้น
ประเด็นสำคัญวันนี้ Fed ขึ้นดอกเบี้ย Discount rate 0.25% ดอลลาร์แข็งกดดันหุ้นและโภคภัณฑ์ Fed ขึ้น Discount rate จากเดิม 0.50% เป็น 0.75% มีผลวันนี้ การขึ้นดอกเบี้ย Discount rate ครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2008 อาจ Surprise ตลาดเพราะเป็นการขึ้นเร็วกว่าตลาดคาด แต่ข่าวนี้ไม่ Surprise เราเพราะ Bernanke เคยเตือนแล้วว่าอาจมีการขยับขึ้นดอกเบี้ย เราเห็นว่าการขึ้น Discount rate แทบไม่มีผลกระทบกับเศรษฐกิจและตลาดเงิน เพราะ Discount rate เป็นดอกเบี้ยที่ Fed ให้กู้ฉุกเฉินแก่แบงก์ที่มีปัญหาสภาพคล่องโดยต้องเปิดเผยรายชื่อแบงก์นั้นๆ และวงเงินกู้แบงก์ต่างๆ จึงไม่ชอบที่จะใช้ช่องทางนี้ ปริมาณเงินกู้ผ่านช่องทางของ Fed จึงมีน้อยมากอยู่แล้ว เรากลับมองเป็นข่าวบวกเพราะแสดงว่า Fed เห็นว่าปัญหาสภาพคล่องที่ตึงตัวของแบงก์คลี่คลายไปมากจนไม่จำเป็นต้องตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ฉุกเฉินในระดับต่ำต่อไป และเชื่อว่าส่วนหนึ่งต้องการรักษาส่วนต่างระหว่าง Discount rate Fed และ Fund rate ให้เข้าสู่ระดับเกือบปกติ อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับตีความว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย Fed Fund rate เร็วกว่าคาด ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทันที ซึ่งจะเป็นแรงกดดัน Risk assets (ราคาหุ้นและโภคภัณฑ์) ในวันนี้ ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังน่าเป็นห่วง โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดคือเพิ่มขึ้น 31,000 ราย ขณะเดียวกันดัชนีราคาของผู้ผลิตเดือน ธ.ค. เพิ่มเร็วกว่าตลาดคาด โดยเพิ่มขึ้น 1.4% M-M อัตราเงินเฟ้อที่กำลังเป็นที่จับตามองว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นเร็ว จะเพิ่มแรงกดดันให้กับ Fed ในการตัดสินใจที่จะคุมเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ในขณะที่ตลาดแรงงานที่ยังอ่อนแอ ไม่สนับสนุนการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ สถานการณ์เช่นนี้เสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและไม่เป็นผลดีกับตลาดหุ้น คืนนี้ต้องตามตัวเลขเงินเฟ้อระดับผู้บริโภคว่าจะพุ่งขึ้นจนกดดัน Fed ในการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยหรือ ไม่ (Fed ประชุม 17 – 18 มี.ค.) BoJ คงดอกเบี้ยตามคาด ที่ 0.1% HMPRO: จ่ายเงินปันผล 0.16 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 3.7% โดยจะขึ้น XD วันที่ 12 เม.ย. และจ่ายเงินวันที่ 30 เม.ย. สำหรับกำไร 4Q09 ดีกว่าที่เราคาดประมาณ 5% โดยมีกำไรสุทธิ 392.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.0% Q-Q และ 14.6% Y-Y และทำให้ทั้งปีมีกำไร 1,241.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 19.1% น่าประทับใจเพราะในปีที่ผ่านมาการบริโภคในประเทศหดตัว เราคาดว่ากำไรปีนี้จะยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง 11.6% จากการขยายสาขาอีก 4 – 5 แห่ง เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นจากเดิม 5.30 บาทเป็น 5.50 บาท ซึ่งมี Upside 27.9% ยังคงแนะนำซื้อ Technical View : “ตลาดทดสอบแนวต้าน 702 จุดเป็นวันที่สาม แต่ก็ยังมีแรงขายกดดัน จึงต้องระวังใกล้จบรอบรีบาวด์ และเริ่มไหลลงต่อเนื่องได้ ซึ่งเป้าหมายยังมองที่ 669-666 จุดเป็นอย่างน้อย!?” แนวรับ : 690-686* , 680-675** , 669-666*** แนวต้าน : 698-702***
Technical Picks: CPF (Bt12 / Target: Bt12.80-13 / Stop loss: Bt11.60) ITD (Bt2.66 / Target: Bt2.78-2.88 / Stop loss: Bt2.60) CPN (Bt18.70 / Target: Bt19.8 / Stop loss: Bt18.40)
|
Comments