Error
บล.โกลเบล็ก: รายงานภาวะตลาดหุ้น 19/02/53
Print
Friday, 19 February 2010 11:04

บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/02/53

แนวโน้มตลาดวันนี้
          วานนี้ตลาดหุ้นไทยปรับลง  ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 695.66 จุด ลดลง 1.83 จุด (-0.26%) มูลค่าการซื้อขายเบาบางที่ 1.2 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 575 ล้านบาท
          แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มแกว่งตัว 680-702 เป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบ เพื่อรอดูพัตนาการของปัจจัยกดดันระยะสั้นโดยเฉพาะการขยายตัวของการชุมนุมในวันนี้ที่สนญ. ธนาคารกรุงเทพ ในขณะที่กระทรวงการคลังจะมีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสสี่(+1%)ในวันจันทร์ที่ 22 ก.พ. ส่วนของตลาดอนุพันธ์ S50H10 มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 472-488 SET50 กรอบการเคลื่อนไหว 478-494 ด้านGold Future GFG10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,350-17,560 GFJ10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,410-17,650
           กลยุทธ์  ยังเน้นขึ้นขายลงซื้อหากปริมาณการซื้อขายเพิ่มไม่มากกว่า 2 หมื่นล้าน แรงซื้อเก็งกำไรกระจายไปหุ้นที่คาดว่าจะออกงบมาดี กลุ่มอาหาร/เกษตร GFPT CPF CFRESH วันนี้กลุ่มพลังงาน กลุ่มโรงกลั่นประกาศผลประกอบการอาจมีการกลับเข้าเก็งกำไร ลงซื้อขึ้นขายทำรอบ สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น SEAFCO TUF หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ
         ดัชนี SET ระดับดัชนีทดสอบแนวต้าน 702 ไม่ผ่านยืนเป็นแท่งเทียนที่ 3 แสดงถึงแรงขายทำกำไรระยะสั้น หรือการแกว่งตัวเพื่อสร้างฐานราคา ระหว่างวันเน้นยืนแนวรับSMA5วันและ10วัน 695 ต่ำกว่าเป็นสัญญาณขายแนวโน้มเป็นการปรับตัวทดสอบNeck Line 687 เป็นแนวรับพิจารณาซื้อเก็งกำไรเมื่อยืนเหนือ เน้นยืน 695 ต่ำกว่ารอซื้อรอบใหม่ที่แนวรับ 687
          ดัชนีนิกเกอิ บรรยากาศการซื้อขายเบาบางโดยมีปริมาณการซื้อขายต่ำสุดในรอบปี คาดนักลงทุนชะลอการซื้อขายจนกว่าตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้จะเปิดทำการอีกครั้งหลังช่วงวันหยุดตรุษจีน เพื่อรอดูผลกระทบจากมาตรการเพิ่มเพดานการกันสำรอง ดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวทดสอบแนวรับ 10,000 อีกครั้ง
        ดัชนีฮั่งเส็ง ทดสอบแนวต้านจุดสูงเดิม 20,780(21,000)ไม่ผ่านเป็นสัญญาณลบ แนวโน้มปรับตัวลง คาดยังมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นจากการปรับตัวขึ้นมามาก และมีโอกาสทดสอบแนวรับจิตวิทยา 20,000 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายของจีน (Analyst - ธวัชชัย  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )


Stocks in trend
         BCP (ราคาปิด 14.80 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร เป้าหมาย 15.80) ประกาศผลประกอบการเย็นวันนี้ คาดจะมีการประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H52 อีกราว 0.70-1 บาทต่อหุ้น ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการปี 53 คาดว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการ PQI เต็มปี
       CPF (ราคาปิด 12 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 14.60) คาดผลประกอบการ 4Q52 ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการรับรู้รายได้ที่มากขึ้นจากธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่คาดว่าจะประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H52 อีกราว 0.50-0.55 บาทต่อหุ้น โดยจะประกาศผลประกอบการในวันนี้
       PTTAR (ราคาปิด 24.30 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 35.50) ประกาศกำไร 4Q52 มีกำไรสุทธิราว 1.5 พันล้านบาท น้อยกว่าที่คาดเล้กน้อย โดยลดลงจาก 3Q52 ที่มีกำไร 1.7 พันล้านบา แต่ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับผลประกอบการรวมทั้งปี 52 มีกำไร 9,162 ล้านบาท ดีกว่าปี 51 ที่ขาดทุน 8,465 ล้านบาท
       CPALL (24.20 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 25.65) ประกาศผลประกอบการปี 52 ราว 5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 119% YoY และจ่ายเงินปันผลงวดปี 52 ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น (XD 28 เม.ย.53, จ่ายเงินปันผล 17 พ.ค.53) ขณะที่ในปี 53 CPALL มีการตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10-15% จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งเป้าขยายปี 53 เพิ่มอีก 400-500 สาขา
       SEAFCO (ราคาปิด 4.28 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 6.10) ได้งานใหม่ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นโครงการออกแบบและก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงงานอุโมงค์รถไฟฟ้า มูลค่าโครงการ 123 ล้านบาท ทั้งนี้ SEAFCO ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 53 ที่ 2 พันล้านบาทจากปี 52 ที่คาดว่าจะทำได้ 1.7-1.8 พันล้านบาท และมีเป้าหมายกำไรสุทธิเติบโตในระดับ 10%
        PT (ราคาปิด 1.31 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร) แม้ผลประกอบการปี 52 จะขาดทุน และประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 52 ที่หุ้นละ 0.10 บาทต่อหุ้น (Dividend Yield 7.6%)(Analyst - อำนาจ  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )


ปัจจัยบวก
      + อังกฤษรายงานยอดการผลิตยานยนต์เดือนม.ค. 53 ที่ 101,190 คัน พุ่งขึ้น 65%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลที่ให้ส่วนลด 2,000 ปอนด์ในการนำรถเก่าอายุเกิน 10 ปีมาแลกซื้อรถใหม่
      + FED สาขาฟิลาเดลเฟียรายงานดัชนีภาคการผลิตเพิ่มขึ้นแตะระดับ 17.6 จุด ในเดือนก.พ. จากระดับ 15.2 จุดในเดือนม.ค.
        + บริษัทในกลุ่มค้าปลีกในสหรัฐ อาทิ วอล-มาร์ท  และฮิวเล็ต-แพคการ์ด เปิดเผยผลประกอบการเพิ่มขึ้นเกินคาด
       + สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังของรัฐบาลในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 53 มียอดขาดดุล 116,363 ล้านบาท ลดลง34.2%YoY
         + HSBC คาด GDP ไทยโต 4.6%  จาก4 ปัจจัยหนุน 4  ประการได้แก่การบริโภค การลงทุน การส่งออก และการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเรื่องการเมือง

ปัจจัยลบ
        - FED ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน 0.25% เป็น 0.75%  มีผลบังคับใช้ 19 ก.พ. 53 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องจากตลาดการเงินและภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นจาก GDP ในช่วง 4Q52  5.7% แสดงถึงการขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี ทำให้ FED เห็นว่าจำเป็นต้องคุมเข้มด้านการเงินและยังย้ำว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง
        - FED คาดอัตราว่างงานของสหรัฐปี 53 ราว 9.5-9.7% และคาดว่าอัตราว่างงานจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีก 2 ปีจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้ภาคเอกชนของสหรัฐระมัดระวังเรื่องการจ้างงาน และคาดตลาดจ้างงานจะกลับคืนสู่ภาวะปกติต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
        - สหรัฐเปิดเผยยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 31,000 คน เป็น 473,000 คนในสัปดาห์ที่แล้ว
        - อังกฤษมียอดขาดดุลงบประมาณ 4.3 พันล้านปอนด์ในเดือนม.ค. ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเกินดุล 2.8 พันล้านปอนด์จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทำให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีหดตัว 11.8%YoY แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินสวัสดิการคนว่างงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ อังกฤษคาดว่าหนี้สาธารณะปีนี้ จะปรับตัวสูงขึ้นถึง 1.78 แสนล้านปอนด์คิดเป็น 12.6% ของ GDP
          - สถานการณ์ด้านการเมืองที่ไม่แน่นอนมีน้ำหนักมากขึ้นในการกดดันตลาดหุ้นไทยในเดือนนี้ จับตาการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้ที่ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่ ถ.สีลม


ปัจจัยที่ต้องจับตา
        * คืนนี้สหรัฐจะรายงาน 1) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนก.พ. นักวิเคราะห์คาดว่าดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้น 2) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค.
          * 22 ก.พ. สภาพัฒน์ ฯ จะประกาศตัวเลข GDP ในช่วง 4Q52
          * 26 ก.พ. ธปท. จะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย เดือน ม.ค.53 (Analyst - วิลาสินี  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )

Wall Street:  ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 83.66 จุด ตลาดยังขานรับข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง
         ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 83.66 จุด ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยตลาดยังได้แรงหนุนจากการประกาศตัวเลขภาคการผลิตที่แข็งแกร่งทำให้นักลงทุนคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามดัชนีไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเนื่องจากนักลงทุนส่วนหนึ่งยังกังวลกับปัญหาการว่างงานหลังจากที่กระทรวงแรงงานเปิดเผยตัวชาวอเมริกันที่ขอรับสวัสดิการการว่างงานในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 31,000 คน เป็น 473,000 คน นอกจากนี้ตลาดยังถูกกดดันจากข่าวรายงานยอดขายที่ลดลงของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอย่างวอล-มาร์ท ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้นเพียง 83.66 จุด หรือ 0.81% แตะที่ 10,392.90 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 7.24 จุด หรือ 0.66% ปิดที่ 1,106.75 จุด และดัชนี Nasdaq ดีดขึ้น 15.42 จุด หรือ 0.69% ปิดที่ 2,241.71 จุด

ราคาน้ำมัน  : NYMEX เพิ่มขึ้น 1.73 เหรียญ ตลาดให้น้ำหนักตัวเลขภาคการผลิตที่สดใสมากกว่าสต๊อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น
        ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 1.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยนักลงทุนให้น้ำหนักกับการรายงานตัวเลขภาคการผลิตที่แข็งแกร่งมากกว่าการเปิดเผยสต๊อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อวานนี้กระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 12 ก.พ. พุ่งขึ้น 3.1 ล้านบาร์เรล แตะที่ระดับ 334.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.2 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ดีเนื่องจากนักลงทุนคาดว่าตัวเลขภาคการผลิตที่สดใสจะทำให้ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นในอนาคตจึงทำให้นักลงทุนยังคงเข้าซื้อสัญญาน้ำมันดิบ โดยปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือ 2.24% ปิดตลาดที่ 79.06 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดกรุงลอนดอนส่งมอบเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 1.51 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 77.78 ดอลลาร์/บาร์เรล (Analyst -อาทิตย์   This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )    
  

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment