|
บล.กิมเอ็ง : Banking Sector แนะนำเป็นบวก/เป็นบวก
สินเชื่อเดือน ม.ค. หดตัว 0.68%mom กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เราทำการศึกษาทั้ง 9 แห่ง ได้แก่ BAY BBL KBANK KTB SCB SCIB TMB TCAP และ TISCO รายงานยอดสินเชื่อคงค้าง ณ วันที่ 31 ม.ค. 52 ที่ 5,588,364 ล้านบาท ลดลง 38,356 ล้านบาท หรือ 0.68% จากสิ้นเดือนก่อน (%mom) สาเหตุหลักของการชะลอตัวของสินเชื่อมาจากวัฎจักรของธุรกิจปกติที่สินเชื่อมักจะชะลอตัวในช่วงต้นปี มีธนาคารเพียง 2 แห่งที่รายงานยอดสินเชื่อเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน (mom) คือ KTB (+1.01%mom) จากสินเชื่อภาครัฐ และ TCAP (+0.52%mom) จากการฟื้นตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ต่อเนื่องมาจากเดือน ธันวาคม 2552 ส่วนธนาคารที่มียอดสินเชื่อลดลงมากที่สุดในกลุ่มคือ TMB (-3.02% mom), SCB (2.18% mom) และ KBANK (-1.04% mom) ตามลำดับ จากการชะลอตัวของสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการผลิตสินค้า อย่างไรก็ตามเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของสินเชื่อปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังคงเป้าอัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่ระดับ 4-10% ตามเดิม บนสมมติฐาน GDP ปี 53 ขยายตัวในกรอบ 3.5 - 4.5% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการบริโภค การลงทุนในประเทศ และโครงการภาครัฐ
สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยยังอยู่ในระดับสูง ณ วันที่ 31 ม.ค. 52 ธนาคารพาณิชย์ที่เราทำการศึกษาทั้ง 9 แห่งรายงานยอดเงินฝากคงค้างอยู่ที่ 6,018,255 ล้านบาท ลดลง 0.73% จากสิ้นเดือนก่อน จากยอดเงินฝากที่ปรับตัวลงแรงกว่ายอดเงินให้สินเชื่อส่งผลให้สภาพคล่องเดือน ม.ค. 53 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือน ธ.ค. 52 โดยดูได้จากสัดส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝาก (LD Ratio) ที่เพิ่มขึ้นจาก 92.81% เป็น 92.86% อย่างไรก็ตามหากพิจารณาแบบรายปี เราพบว่า LD Ratio ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงจากระดับ 93.75% ณ วันที่ 31ม.ค. 52 อยู่ที่ระดับ 92.86% ณ วันที่ 31 ม.ค. 53 สะท้อนว่าสภาพคล่องในระบบยังสูงอยู่ ดังนั้นเราเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะยังไม่แข่งขันกันระดมเงินฝากในระยะเวลาอันใกล้นี้
NIM ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว เราเชื่อว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ของธนาคารพาณิชย์ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาณที่ได้รับจากธนาคารแห่งประเทศไทย (คาดว่าเร็วสุดจะเป็นช่วงกลางปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ) ธนาคารพาณิชย์สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ได้ทันที ขณะที่ต้นทุนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำจะค่อยๆ ทยอยปรับขึ้นในเวลาต่อมา ทำให้ NIM ของธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในจังหวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เราเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ให้ปรับตัวดีขึ้น
แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในลักษณะ 'ซื้อเมื่ออ่อนตัว' ในหุ้นปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง แม้ว่าทางฝ่ายวิจัยมีมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่มธนาคาร โดยเชื่อมั่นว่าธุรกิจในปี 53 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นทั้งในด้านการขยายตัวของสินเชื่อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interst Margins: NIM) อย่างไรก็ตามในระยะสั้นราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดจากข่าวเชิงลบทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ดังนี้ทางฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในลักษณะเลือกซื้อหุ้นธนาคารที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และหาจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสมโดยดูภาวะตลาดโดยรวมประกอบ หรือซื้อ 'เมี่ออ่อนตัว' โดยหุ้นที่เราแนะนำได้แก่หุ้นธนาคารปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีส่วนลดจากมูลค่าเหมาะสมมากพอควร ได้แก่ KBANK, BBL, SCB, BAY, KTB และ TISCO
|
Comments