|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 16/03/53
|
|
|
|
|
Tuesday, 16 March 2010 10:17 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/03/53
ยังเทรดดิ้งได้ แต่แนะนำให้แบ่งส่วนขายทำกำไรเมื่อตลาดขยับขึ้นด้วย สถานการณ์การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงเป็นวันที่ 3 แม้ว่าจะยังไม่มีเหตุการณ์ รุนแรงเกิดขึ้น แต่หลังจากที่นายกฯ ได้ปฎิเสธข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมไปแล้ววานนี้ ทำให้ยังเป็น ที่น่ากังวลว่าจะมีการยกระดับการชุมนุมกดดันให้เข้มข้นขึ้นถึงระดับใด ซึ่งนับว่ายังเป็นประเด็นที่ ต้องจับตา ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศยังค่อนข้างผันผวน โดยดัชนีดาวโจนส์เมื่อคืนนี้ปิดบวก เพียง 17 จุดเศษ ด้วยหุ้นกลุ่มธนาคารที่ดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายตลาด แต่ความวิตกกังวลว่ารัฐบาล จีนอาจจะมีการคุมเข้มสินเชื่อซึ่งอาจจะส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกชะลอลง ก็ยังกด ดันให้ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงอยู่ ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้แม้ส่วนใหญ่จะเปิดบวกแต่ก็เพียง เล็กน้อยเท่านั้น FSS จึงยังคงคาดว่า SET จะแกว่งตัวขึ้น-ลงผันผวนอยู่เช่นเดิม แต่จากเม็ดเงิน ของนักลงทุนต่างประเทศที่ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องในระดับกว่าพันล้านบาทอีกครั้ง และถ้า สถานการณ์การเมืองไม่ได้เพิ่มความตึงเครียดขึ้น เราก็ยังคงคาดหมายว่า SET จะสามารถแกว่ง ตัวขยับขึ้นได้ต่อ ดังนั้นจึงยังสามารถตามเข้าเทรดดิ้งเพื่อรอขายทำกำไรตามรอบเมื่อดัชนีขยับสูง ขึ้นต่อไปได้ แต่ยังแนะนำให้แบ่งส่วนขายทำกำไรตามรอบด้วยเมื่อตลาดขยับขึ้นเพื่อลดความ เสี่ยง เพราะในเดือน เม.ย.นี้ SET มีแนวโน้มที่จะเริ่มปรับพักตัวลงจริงจังมากขึ้นได้
ประเด็นสำคัญวันนี้ ยอดขายรถของไทยเดือน ก.พ. เพิ่มติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ยอดขายรถยนต์เดือน ก.พ. มีปริมาณขายทั้งสิ้น 54,175 คัน เพิ่มขึ้น 57.7% Y-Y และ 9% M-M เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือน ที่ 6 และเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 89 เดือน โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจในประเทศที่ดี ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และราคาพืชผลการเกษตรที่เพิ่มขึ้น สำหรับยอดขายในเดือน มี.ค. ที่จะได้รับผล กระทบจากการชุมนุมทางการเมือง แต่ บ.โตโยต้าเห็นว่าการออกรถรุ่นใหม่ ปรับปรุงโฉมรุ่น พิเศษ ข้อเสนอพิเศษและเงื่อนไขการเช่าซื้อที่หลากหลายจากค่ายรถยนต์ต่างๆ ตลอดจนการจัด งานมอเตอร์โชว์ในช่วงปลายเดือน จะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อการเติบโตของตลาดรถยนต์ ยอด ขายรถที่เติบโตต่อเนื่องสอดคล้องกับที่ผู้บริหาร KCE แจ้งว่าขณะนี้คำสั่งซื้อมีมากจนล้นกำลังการ ผลิต เราเชื่อว่ากำไรใน 1Q10 จะยังคงดีมากทั้งที่ปกติแล้วเป็น low season และยังคงแนะนำ ซื้อโดยมีราคาเป้าหมาย 9.30 บาท ดอลลาร์แข็งค่า การประชุมของ รมต.คลังในกลุ่มยุโรปวานนี้ที่กรุงบรัสเซล ปรากฎว่าไม่ มีข้อสรุปเป็นรูปธรรมในการช่วยเหลือกรีซซึ่งทำให้ตลาดผิดหวัง นอกจากนี้ ยังมีรายงานตัวเลข การจ้างงานของยุโรปใน 4Q09 ที่ลดลง ประกอบกับ Moody’s แจ้งว่าอันดับเครดิตของสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสเปนยังคงที่ที่ AAA แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินยูโร อ่อนค่าลงโดยเฉพาะเงินปอนด์ นอกจากนี้ ตลาดยังกังวลว่าจีนอาจปรับขึ้นอัตราการกันสำรองเงิน ฝาก (RRR) อีกครั้งเร็วๆ นี้ หลังจากยอดปล่อยกู้ในเดือน ก.พ. ยังคงสูงกว่าคาดแม้ว่าจะชะลอลง มาแล้วจากเดือนก่อนหน้าก็ตาม ดอลลาร์ที่แข็งค่าส่งผลให้ราคาโภคภัณฑ์เช่นน้ำมันลดลง US$1.47 กลุ่มแบงก์: เมื่อวานกลุ่มแบงก์ outperform ตลาดเช่นเดียวกับตลาดหุ้นในต่างประเทศ ที่กลุ่มสถาบันการเงินปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มแบงก์บวก 0.9% ขณะที่ SET Index +0.2% ทั้งนี้ แบงก์ที่ Outperform ได้แก่ BBL (+2.4%) และ KTB (+2.9%) ซึ่งหากพิจารณาจาก PBV และ PE พบว่าทั้ง BBL และ KTB ก็ยังถูก โดย BBL มี PBV 1.1 เทา และ PE 10.4 เท่า ส่วน KTB มี PBV 1.0 เท่า และ PE 8.4 เท่า เราเชื่อว่าหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้น่าจะยังเป็นตัวนำตลาดได้ อยู่ อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่า BAY, KBANK และ TMB ยังคงน่าสนใจในฐานะที่ underperform หุ้นตัวอื่นในกลุ่ม และ PBV ของหุ้นทั้ง 3 ตัวนี้ก็ยังไม่แพงนักโดยอยู่ที่ 1.2 – 1.6 เท่า
Technical View : “ตลาดยังแกว่งทดสอบแนวต้าน 735 จุดอยู่ ต้องรอผ่านขึ้นยืนได้จึง จะน่าลุ้นเทรดดิ้งต่อขึ้นหาแนวต้านถัดไปที่ 745-749 จุด... แต่ถ้าย้อนหลุด 728 จุดลงก่อน...ควร ถอยไปรอดูแรงซื้อใหม่แถว 722-716 จุดอีกครั้ง!” แนวรับ : 728*** , 722-716** , 713-703* แนวต้าน : 735-738** , 745-749***
Technical Picks: KK (Bt 25.25 เป้าเทคนิค 27.50 cut loss ถ้าหลุด 24.80) MINT (Bt 11.20 เป้าเทคนิค 12.40 cut loss ถ้าหลุด 10.80) SMT (Bt 6.25 เป้าเทคนิค 6.50-6.80 cut loss ถ้าหลุด 6.10)
|
Comments