Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 08 June 2011 09:13

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  อีธาน แฮร์ริส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เขตอเมริกาเหนือของ Bank of America Merrill Lynch คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 8% โดยระบุว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงชะลอตัวลงและอยู่ในภาวะเปราะบาง พร้อมระบุว่า Fed จะต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ก่อนที่จะเริ่มใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงิน และกล่าวเสริมคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 3% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 และคาดว่าจะขยายตัว 2.4% ต่อปีในปี 2554

          -  ผลสำรวจของวอชิงตัน โพสต์-เอบีซี นิวส์บ่งชี้ว่า ความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อการจัดการของประธานาธิบดีบารัค โอบามาต่อภาวะเศรษฐกิจและยอดขาดดุลงบประมาณที่พุ่งขึ้นของสหรัฐนั้น ได้เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางความผิดหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้าโดยคะแนนนิยมด้านการทำงานของปธน.โอบามาลดลงกลับไปอยู่ที่ระดับ 47% ขณะที่ชาวอเมริกัน 49% ไม่พอใจผลงานของเขา ทั้งนี้ ชาวอเมริกัน 59% ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดครั้งใหม่ที่มีความเห็นในเชิงลบต่อการบริหารเศรษฐกิจของปธน.โอบามา เพิ่มขึ้นจาก 55% ในเดือนก่อนหน้านี้

          -  ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาชิคาโก รายงานผลสำรวจจากผู้เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยทิศทางอุตสาหกรรมรถยนต์ว่า ผู้เข้าร่วมประชุมคาดว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ อาจขยายตัว 2.6 % ในปีนี้ ชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 2.8 % ในปีที่แล้ว แต่อัตราการเติบโตอาจปรับขึ้นสู่ 2.9 % ในปี 2555 ทั้งนี้ จากรายงานผลการประชุมดังกล่าวพบว่าผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาคเอกชนมีความกังวลต่อเศรษฐกิจมากกว่าเจ้าหน้าที่ Fed โดยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจครั้งล่าสุดของเจ้าหน้าที่ Fed ที่ออกมาในวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา คาดว่า GDP อาจขยายได้ 3.1-3.3 % ในปีนี้ และ 3.5-4.2 % ในปี 2555 นอกจากนี้ ยังคาดว่าอัตราการว่างงานอาจลดลงสู่ระดับ 8.5 % ในไตรมาส 4/2554 ขณะที่อัตราการว่างงานในไตรมาส 4/2555 อาจอยู่ที่ 8.2%

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  ผลการสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินวันที่ 9 มิถุนายนนี้ และตลาดคาดว่านายฌอง-คล็อด ทริเชต์ ประธานอีซีบีจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นครั้งแรกในเดือนเมษายน 2554 นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงิน ก่อนที่จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% ในการประชุมเดือนพฤษภาคม แม้มีความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยเงินเฟ้อของยูโรโซนแตะระดับ 2.8% ในเดือนเมษายน สูงกว่าเป้าหมายในระยะกลางของอีซีบีที่ต่ำกว่าระดับ 2.0%

          -  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 6.7% (y-o-y) ในเดือนเมษายน ชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น 6.8% ในเดือนมีนาคม และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.6% ทั้งนี้ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price inflation) ของยุโรปในเดือนเมษายน ชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน จากภาวะที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 8.7% ชะลอลงจากในช่วง 2 เดือนก่อนไปอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้ผ่อนคลายแรงกดดันที่ว่าราคาต้นทุนจะส่งผลกระทบต่อรายรับของผู้ผลิต

 

อังกฤษ

          -  สำนักงานข้อมูล Markit และ The Chartered Institute of Purchasing and Supply รายงานว่า ดัชนี PMI ภาคบริการของอังกฤษลดลงจาก 54.3 (สูงกว่า 50 ถือว่าขยายตัว) ในเดือนเมษายน เหลือ 53.8 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือนและต่ำกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ที่ 54.1 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาคครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเศรษฐกิจอังกฤษที่ขยายตัวในระดับต่ำ อาจส่งผลให้ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ต่อไป

          -  ผลการสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ในการประชุมวันที่ 9 มิถุนายนนี้ แม้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินคาดก็ตาม ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า บีโออีจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ บีโออีตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% มานานกว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

          -  สหพันธุ์ผู้ค้าปลีกของอังกฤษรายงานว่า ยอดค้าปลีกของอังกฤษในเดือนพฤษภาคมลดลง 2.1% (y-o-y) จากปีก่อน โดยลดลงในกลุ่มอาหารเป็นสำคัญ ส่วนกลุ่มที่มิใช่อาหารเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการลดรายจ่ายภาครัฐ ส่งผลให้ความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

          -  กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.13952 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนเมษายน หลังจากมูลค่าพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น โดยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่นซึ่งประกอบไปด้วยหลักทรัพย์และเงินฝากในรูปสกุลเงินต่างประเทศ รวมทั้งเงินสำรองสำหรับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), SDR และทองคำนั้น ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนพฤษภาคม  ทั้งนี้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนพฤษภาคมของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากมูลค่าพันธบัตรในสหรัฐและประเทศอื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนเข้าถือครองพันธบัตรเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงไม่แน่นอน นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีกำไรจากการลงทุนด้านอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่มีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงสุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศจีน

 

ออสเตรเลีย

          -  ธนาคารกลางออสเตรเลียคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.75% เมื่อวันอังคาร โดยเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน ทั้งนี้ธนาคารกลางออสเตรเลียกล่าวว่าขณะนี้มีความจำเป็นไม่มากที่จะต้องเร่งเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งขึ้นช่วยจำกัดการเพิ่มของอัตราเงินเฟ้อ โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2552-พฤศจิกายน 2553 ธนาคารกลางออสเตรเลียได้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยไปแล้วรวม 1.75%

          -  ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของออสเตรเลียเดือนพฤษภาคมหดตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 จากผลของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมารวมทั้งการที่ผู้บริโภคในประเทศระมัดระวังในการใช้จ่ายและลงทุนมากขึ้น โดย Construction performance index เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 39.6 จากเดือนเมษายนซึ่งอยู่ที่ 37.9 โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่า 50 ชี้ถึงภาวะหดตัว

 

ไทย

          -  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) ระบุภายหลังการหารือร่วมกับคณะทำงานบูรณาการด้านแรงงานของ ส.อ.ท ว่า ภาคอุตสาหกรรมไม่เห็นด้วยกับนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ที่มีแนวทางในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด ตั้งแต่เป็นวันละ 240 บาท ถึง 300 บาท เนื่องจากเป็นตัวเลขที่ไม่ได้ผ่านกลไกการพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (ไตรภาคี) นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับกลไกการผลิต อาจส่งผลทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ โดยจากการสำรวจพบว่า มีธุรกิจที่มีแนวโน้มต้องปิดกิจการ 6.7-16.9% ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะมีต้นทุนค่าแรงสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม และธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ใช้แรงงานจำนวนมากถึง 80% ของภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า มีความเป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะ หลังจากได้รับทราบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่เน้นเรื่องประชานิยม เนื่องจากจะทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น พร้อมระบุว่ายังไม่ได้แจ้งข้อมูลต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีเงินออกจากระบบ 1 หมื่นล้านบาทในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่ในเช้าวันนี้ตามภาวะที่ตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ปรับลดลงจากการที่นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตลาดการเงินกังวลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวช้าลงของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ความต้องการถือเงินเยนเพื่อลดความเสี่ยงมีมากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียเงินเยนได้กลับมาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งสาเหตุหนึ่งคาดว่ามาจากการที่ค่าเงินยูโรที่แข็งขึ้น

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้จากการที่โฆษกรัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่านายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯว่ากลุ่มประเทศยูโรจะสามารถแก้วิกฤติหนี้ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ โดยขณะนี้ตลาดการเงินเริ่มมองแนวโน้มการแก้ปัญหาหนี้กรีซไปในทางบวกมากขึ้น

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลดลงในวันนี้จากการที่นักลงทุนวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังประธานธนาคารกลางสหรัฐฯยอมรับว่าเศรษฐกิจชะลอตัวแต่ไม่ได้บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นทางการเงินใดๆ

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นแกว่งตัวทั้งในแดนบวกและแดนลบในช่วงเช้าวันนี้ โดยหุ้น Tokyo Electric ฟื้นตัวหลังจากลดลง 28% เมื่อวันจันทร์ ขณะที่หุ้น Toyota ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 1 ของโลกก็มีราคาเพิ่มขึ้นหลังจากแถลงว่าจะเพิ่มการผลิต Hybrid cars ส่วนหุ้น Canon ซึ่งเป็นผู้ผลิตกล้องรายใหญ่สุดของโลกมีราคาลดลงตามแนวโน้มการฟื้นตัวช้าลงของเศรษฐกิจโลก โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.67% ในวันนี้ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดสูงขึ้น 0.60% โดยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง โดยหุ้นกลุ่มพลังงานมีราคาเพิ่มขึ้นจากการคาดการการสูงขึ้นของราคาถ่านหิน สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียหลายตลาดวันนี้ปิดลดลงเนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้าลง

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันอังคาร (7 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงจากการที่นักลงทุนกังวลเรื่องแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยแรงขายยังมีมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เช่นเดียวกับเมื่อวันจันทร์

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1120
mod_vvisit_counterAll days1120

We have: 1117 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 01, 2026

4184864