| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 12 July 2011 09:12 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ดัชนีแนวโน้มการจ้างงาน (ETI) ที่จัดทำโดย สำนัก Conference Board ในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 100.0 จากระดับ 99.5 ในเดือนพฤษภาคม โดยเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 5.4% (y-o-y) - ที่ประชุมระหว่างคณะทำงานของประธานาธิบดี บารัค โอบามาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการปรับเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้สหรัฐเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ในเร็วๆนี้ ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการจัดการครั้งยิ่งใหญ่ “the largest possible deal” พร้อมทั้งมีแผนที่จะประชุมกับสภาคองเกรสทุกวันจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ
ยุโรป: เยอรมนี - สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานว่า ยอดส่งออกเดือนพฤษภาคมขยายตัว 4.3% (m-o-m) มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.5% หลังจากที่หดตัวลง 5.6% ในเดือนเมษายน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าเยอรมนียังคงเป็นที่ต้องการในตลาดโลก ส่วนยอดการนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่หดตัวลง 2.5% ซึ่งทำให้เยอรมนีมียอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.48 หมื่นล้านยูโร (2.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากเดือนเมษายนที่ระดับ 1.08 หมื่นล้านยูโร (1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.22 หมื่นล้านยูโร (1.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) - ผลสำรวจความเห็นชาวเยอรมันที่จัดทำโดยบริษัท Infratest-Dimap พบว่าชาวเยอรมนีถึง 70% ต้องการให้รัฐบาลลดการใช้จ่ายลงมากกว่าจะให้ลดภาษี ขณะที่ 24% ต้องการให้รัฐบาลลดภาษีตามแนวคิดของรัฐที่จะนำมาใช้ในปีที่เยอรมนีจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2556 ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจของชาวเยอรมนี เนื่องจากเยอรมนีต้องรับภาระในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ให้ความช่วยเหลือประเทศในยุโรปที่กำลังประสบกับวิกฤตทางการเงิน
ฝรั่งเศส - ฝรั่งเศสขาดดุลงบประมาณ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 68.37 พันล้านยูโร มากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดดุล 67.9 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายรับที่มากกว่าการลดลงของรายจ่าย ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายการขาดดุลไว้ที่ 5.7% ในปี 2554
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ รายงานว่าดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิถุนายนขยายตัว 5.7% (y-o-y) สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 จากที่เพิ่มขึ้น 5.4% ในเดือนก่อน และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.5% และเมื่อเทียบเป็นรายเดือน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) เทียบกับที่หดตัว 1.7% ในเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ ราคาปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนเดียวกัน - เดือนกันยายนนี้ ตามเงื่อนไขที่อียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศกำหนดไว้ และตามแผนดังกล่าว กรีซจะต้องทำรายได้จากการขายทรัพย์สินของรัฐบาลรวม 5 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2558 โดยภายในสิ้นปีนี้จะต้องขายสินทรัพย์ให้ได้ 5 พันล้านยูโi
เอเชีย: จีน - การเกินดุลการค้าของจีนเดือนมิถุนายนสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์และอยู่ในระดับที่สูงสุดใน 7 เดือนเนื่องจากการนำเข้าขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดนับจากปี 2552 โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจีนเกินดุลการค้า 22.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าในเดือนพฤษภาคมที่เกินดุลฯ13.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสูงกว่าเดือนมิถุนายนปีก่อนที่เกินดุลฯ 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาการส่งออกของจีนขยายตัว 17.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น19.3% ในช่วงเดียวกัน โดยในวันพุธนี้ทางการจีนจะเปิดเผยตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนไตรมาส2 ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 9.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน หลังจากไตรมาสที่1ขยายตัว 9.7% - นักวิเคราะห์จากแบงก์ ออฟ คอมมูนิเคชันส์ คาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้น 6.4% นั้น ถือเป็นระดับสูงสุดแล้วสำหรับปีนี้ และคาดว่าการขยายตัวของดัชนีฯจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อหลักภายในประเทศเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน โดยนักวิเคราะห์ของแบงก์ ออฟ คอมมูนิเคชันส์คาดว่าราคาอาหารและการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้การที่จีนใช้มาตรการควบคุมกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ ก็จะช่วยสกัดกั้นการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ภายในประเทศด้วย
ญี่ปุ่น - สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคญี่ปุ่นเดือนมิถุนายนฟื้นตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หลังจากลดลงอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อยอดค้าปลีกและการบริโภคในภาคเอกชน ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 35.3 จุด จากระดับ 34.2 จุดในเดือนพฤษภาคมอย่างไรก็ตาม ดัชนีที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 จุดบ่งชี้ว่าจำนวนผู้บริโภคที่มีมุมมองเป็นลบต่อเศรษฐกิจ มีมากกว่าผู้บริโภคที่มีมุมมองเป็นบวก ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นการสำรวจความคิดเห็นในภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นที่มีสมาชิกตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
ไทย - กรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตใน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 54 (ตุลาคม 2553-มิถุนายน 2554) สามารถจัดเก็บได้ 315,280 ล้านบาท สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน 9,035 ล้านบาท หรือ 2.95% (ปีก่อนจัดเก็บได้ 306,245 ล้านบาท) แต่ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 322,907 ล้านบาท หรือ 2.36% เนื่องจากมีการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคม 2554 หดตัว 3.9% ซึ่งเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยการผลิตลดลงจากอุตสาหกรรมสำคัญ คือ การผลิตยานยนต์ เครื่องแต่งกาย โทรทัศน์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ทั้งนี้ผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในญี่ปุ่นยังทำให้เกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์มีระดับการผลิตลดลง สำหรับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 6.6% จากที่ขยายตัว 22.7% ในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมยอดการส่งออกทองคำ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่รวมทองคำขยายตัว 16.5% - มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในไตรมาส 3/2554 จะมีทิศทางชะลอลง โดยจะขยายตัวได้ในระหว่าง 11.3 -18.1% หรือเฉลี่ยที่ประมาณ 14.7% ที่มูลค่า 57,444 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากที่ขยายตัว 15.4% ในไตรมาส 2/2554 สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการส่งออกไทยในไตรมาส 3 ประกอบด้วย 5 ปัจจัย ได้แก่ การชะลอตัวลงของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, ทิศทางราคาน้ำมันดิบและราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง, แนวโน้มค่าแรงงานที่สูงขึ้น และการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าเกษตร รวมทั้ง การค้าในกลุ่มอาเซียนที่ยังขยายตัวได้ดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออกไทย
อื่นๆ - คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการคนใหม่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับ "ผลกระทบที่เลวร้าย" หากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ นางลาการ์ด ซึ่งรับตำแหน่งผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา กล่าวในการสัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐว่า หากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ สหรัฐจะต้องเผชิญกับการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก และเศรษฐกิจต้องได้รับผลกระทบที่เลวร้าย ไม่เพียงแค่ในสหรัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจโลกทั้งหมดด้วย เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่และมีความสำคัญมากต่อประเทศอื่น
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (11 ก.ค.) ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าตามภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับลดลงหลังข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐฯชี้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอลง ซึ่งส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกในเอเซีย - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (11 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในเช้าวันนี้หลังจากที่ในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้อ่อนลงมากเมื่อเทียบกับเยน โดยในวันนี้ค่าเงินดอลลาร์ฯได้รับปัจจัยบวกจากการที่ดัชนีหุ้นในญี่ปุ่นและเอเซียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดีในช่วงปิดตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์ฯอ่อนลงจากการที่รัฐสภาสหรัฐฯยังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการลดการขาดดุลงบประมาณ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (11 ก.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าววันนี้จากการที่ตลาดการเงินวิตกว่าวิกฤติหนี้ยุโรปจะแพร่กระจายไปยังอิตาลี นอกจากนี้ประเทศในยุโรปยังมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับการจัดโครงสร้างการให้ความช่วยเหลือกรีซ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (11 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงในวันนี้จากการที่ตลาดกังวลเรื่องการแพร่กระจายปัญหาหนี้ยุโรปและการที่รัฐสภาสหรัฐฯยังมีความเห็นต่างกันเรื่องการลดการขาดดุลงบประมาณ - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (11 ก.ค.) ดัชนีนิกเกอิลดลงในเช้าวันนี้ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ลดลงวันศุกร์จากอัตราว่างงานสหรัฐฯเดือนมิถุนายนที่เพิ่มสู่ระดับสูงสุดใน 6 เดือน และการจ้างงานภาคเกษตรเพิ่มน้อยกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนคาดแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไปในทางลบ และส่งผลลบต่อหุ้นของบริษัทส่งออก นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อจีนเดือนมิถุนายนที่สูงสุดใน 3ปี ก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นเช่นกันเนื่องจากจีนเป็นตลาดส่งออกใหญ๋สุดของญี่ปุ่น โดยวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.67% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้เพิ่มขึ้นสวนทางตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียจากการที่หุ้นกลุ่มสายการบินได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าจีนจะลงทุน 2.32 แสนล้านดอลลาร์ฯในอุตสาหกรรมการบินในช่วง 5 ปีข้างหน้า - ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันจันทร์ (11 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดลดลงในเช้าวันนี้ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนวันศุกร์และตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมในช่วงเช้า อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดัชนีได้ปรับสูงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะลดลงอีกอย่างต่อเนื่องโดยวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,077.24ลดลง 11.22จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2554
|






![]() | Today | 1211 |
![]() | All days | 1211 |
Comments