Error
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
Print
Thursday, 08 September 2011 11:25

สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ

 

สรุปภาวะตลาดเงิน

- USD/THB อ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 29.98 สวนทางกับตลาดส่วนใหญ่ แม้ตลาดหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขาย จากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.10

- EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.409 โดยยูโรแข็งค่าขึ้น หลังจากที่นักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาหนี้ โดยรัฐบาลเยอรมัน วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 1.411

- USD/JPY อยู่ที่ 77.21 ลดลงราว 0.45% ทั้งนี้เงินเยนแข็งค่า จากที่นักลงทุนเทขายดอลลาร์ทำกำไร หลังธ.กลางญี่ปุ่นไม่ได้มีแผนกระตุ้นทางการเงินใดใหม่เพิ่มเติม วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 77.07

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. พุ่งขึ้น 3.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 89.34 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อพายุที่อาจการทบการขนส่งน้ำมัน และการคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบน่าจะลดลง อีกทั้งนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้ยุโรป จึงมีการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง และหุ้น

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 55.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,817.60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากการที่นักลงทุนขายทองเพื่อเข้าซื้อหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ หลังศาลเยอรมันไม่ได้มีการห้ามรัฐบาลเยอรมันในการเข้าไปช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูโรโซน ซึ่งสร้างบรรยากาศในการลงทุนอีกครั้ง

 

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย วานนี้ปรับตัวขึ้นตลอดทั้งวัน โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อการเข้าช่วยเหลือยูโรโซนของเยอรมัน อีกทั้งการจัดตั้ง กสทช. ได้ช่วยสร้างความหวังที่ไทยจะมี 3 จีใช้

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นราว 2% โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้ยูโรโซน เมื่อศาลเยอรมันไม่ได้มีการห้ามรัฐบาลเยอรมันในการให้ความช่วยเหลือกรีซ และประเทศอื่นในยูโรโซน อย่างไรก็ดี การซื้อขายยังคงเบาบาง และตลาดยังคงผันผวนอยู่ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังอยู่บ้าง

 

อัตราดอกเบี้ย

ไทย          ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate)   3.50%

สหรัฐฯ        Fed Funds rate                      0-0.25%

ยูโรโซน       Refinancing Rate                      1.50%

อังกฤษ        Repo Rate                             0.50%

ญี่ปุ่น          Official Cash Rate               0.00-0.10%

 

ตลาดหุ้นที่สำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย วานนี้ปรับตัวขึ้นตลอดทั้งวัน โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อการเข้าช่วยเหลือยูโรโซนของเยอรมัน อีกทั้งการจัดตั้ง กสทช. ได้ช่วยสร้างความหวังที่ไทยจะมี 3 จีใช้

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นราว 2% โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้ยูโรโซน เมื่อศาลเยอรมันไม่ได้มีการห้ามรัฐบาลเยอรมันในการให้ความช่วยเหลือกรีซ และประเทศอื่นในยูโรโซน อย่างไรก็ดี การซื้อขายยังคงเบาบาง และตลาดยังคงผันผวนอยู่ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังอยู่บ้างต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้น

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. พุ่งขึ้น 3.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 89.34 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อพายุที่อาจการทบการขนส่งน้ำมัน และการคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบน่าจะลดลง นอกจากนี้ นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้ยุโรป จึงมีการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง และหุ้น

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ดิ่งลง 55.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,817.60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากการที่นักลงทุนขายทองเพื่อเข้าซื้อหุ้น และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ หลังศาลเยอรมันไม่ได้มีการห้ามรัฐบาลเยอรมันในการเข้าไปช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูโรโซน ซึ่งสร้างบรรยากาศในการลงทุนอีกครั้ง

 

ตลาดเงินนิวยอร์ค

- EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.409 โดยยูโรแข็งค่าขึ้น หลังจากที่นักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาหนี้ โดยรัฐบาลเยอรมัน อีกทั้งตัวเลขการผลิตของเยอรมันที่ขยายตัวดีเกินคาด ได้ชี้ว่าเศรษฐกิจเยอรมันยังคงแข็งแกร่งดีอยู่ คาดว่านักลงทุนคงรอคำปราศรัยของปธน.โอบามาด้านการกระตุ้นการจ้างงานคืนนี้

- เงินฟรังส์วานนี้ยืนในระดับ 1.20-1.21 ฟรังส์ ต่อยูโรได้ตามที่       ธ.กลางสวิสประกาศไว้

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

- USD/JPY อยู่ที่ 77.21 ลดลงราว 0.45% ทั้งนี้เงินเยนแข็งค่า จากที่นักลงทุนเทขายดอลลาร์ทำกำไร หลังธ.กลางญี่ปุ่นไม่ได้มีแผนกระตุ้นทางการเงินใดใหม่เพิ่มเติม อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ยังไม่ดีนัก สะท้อนว่าน่าจะมีคิวอี 3 เกิดขึ้นในไม่ช้า

- GPB/USD อยู่ที่ระดับ 1.5986 ทั้งนี้ปอนด์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากการคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้ยุโรป ที่ส่งผลให้นักลงทุนต้องการสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมออกมาหดตัวกว่าที่คาด ซึ่งน่าจะทำให้เงินปอนด์ไม่ได้แข็งค่ามากนัก

 

ตลาดเงินเอเชีย

- สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับแข็งค่าขึ้น นำโดยวอน และดอลลาร์สิงคโปร์จากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง หลังค่าเงินนี้อ่อนค่าต่อเนื่องหลายวัน ส่วนค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าเล็กน้อยจากการโอนเงินที่ได้จากการขายพันธบัตรระยะสั้นกลับประเทศ

- USD/THB อ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 29.98 สวนทางกับตลาดส่วนใหญ่ แม้ตลาดหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขาย จากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก อีกทั้งมีแรงซื้อดอลลาร์ที่คาดว่ามาจากผู้นำเข้าทองคำ ในช่วงที่ราคาทองโลกลดลง ส่งผลให้ค่าเงินบาทผันผวน อย่างไรก็ดี ราคาทองที่อาจรีบาวด์ขึ้น จะส่งผลให้ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าได้

 

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

 

ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้

.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.twitter.com/KBankFX

www.facebook.com/KBankFX

 

วารุณี สิทธิถาวร

ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

โทรศัพท์: 02 470 1031

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 8 กันยายน 2554

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment