Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 02 September 2011 09:04

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ประสิทธิภาพการผลิตของสหรัฐในไตรมาส 2/2554 ปรับตัวลง 0.7% จากที่ลดลง 0.6% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2551 และลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงเพียง 0.5% ส่วนต้นทุนแรงงานต่อหน่วยในไตรมาส 2/2554 เพิ่มขึ้น 3.3% ชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกที่สามารถขยายตัวได้ถึง 6.2%

          -  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคอุตสาหกรรม ที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนสิงหาคมลดลงสู่ระดับ 50.6 จากระดับ 50.9 จุดในเดือนกรกฎาคม มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย consensus คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 48.5 จุด อย่างไรก็ตาม ดัชนียังเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 50 จุด ซึ่งยังบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงมีการขยายตัว ทั้งนี้ ดัชนีย่อยอื่น ๆ อาทิ ดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 49.6 จุด จากระดับ 49.2 จุดของเดือนก่อน ส่วนดัชนีการจ้างงานในภาคการผลิตร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 51.8 จุด จากระดับ 53.5 จุดในเดือนกรกฎาคม

          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 สิงหาคมลดลง 12,000 ราย สู่ระดับ 409,000 ราย ใกล้เคียงกับที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 410,000 ราย ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 1,750 ราย สู่ระดับ 410,250 ราย สำหรับยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานแบบต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 สิงหาคมลดลง 18,000 ราย สู่ระดับ 3.74 ล้านราย จากระดับ 3.75 ล้านรายในสัปดาห์ก่อน

          -  ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างในเดือนกรกฎาคมลดลง 1.3% (m-o-m) สู่ระดับ 7.895 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2549 ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิถุนายน โดยการใช้จ่ายเกี่ยวกับการก่อสร้างในภาครัฐลดลง 2.1% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบหนึ่งปี ซึ่งเป็นการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางและท้องถิ่นลดลง 1.9% ค่าใช้จ่ายการก่อสร้างของ Federal ลดลง 3.6% ส่วนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างภาคเอกชนลดลง 0.9% ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.1% (y-o-y)

 

สหภาพยุโรป

          -  สำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการคลังประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป วิเคราะห์ว่า การที่เศรษฐกิจเยอรมนีและฝรั่งเศส เริ่มขยายตัวชะลอลงอย่างมาก สะท้อนว่า เศรษฐกิจหลักในยุโรปอาจจะไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของยูโรโซนให้เติบโตได้ดีในระยะต่อไป และธนาคารกลางยุโรป ไม่น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกแล้วในปีนี้ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาแล้ว 2 ครั้งในรอบ 6 เดือน โดยอัตราดอกเบี้ยน่าจะตรึงอยู่ที่ร้อยละ 1.5 จนสิ้นปี

 

ฮังการี

          -  นายวิคเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี กล่าวว่า วิกฤตเงินยูโรจะไม่คลี่คลายลงภายในระยะเวลาอันสั้น โดยยูโรและเศรษฐกิจยุโรปจะได้รับผลกระทบไปอีก 8-10 ปี ดังนั้นฮังการีจำเป็นต้องปฏิรูปในด้านต่างๆ ซึ่งทางฮังการีได้มีการใช้มาตรการต่างๆเมื่อ 1 ปีมาแล้ว และต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อป้องกันไม่ให้ฮังการีเป็นเหมือนกรีซ นอกจากนี้ รัฐบาลฮังการีจะใช้เครื่องมือทุกอย่างเท่าที่มีเพื่อทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณอยู่ไม่เกิน 3% ของจีดีพี รวมถึงเดินหน้าสร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งภายในระยะเวลา 10 ปี

 

สวิสเซอร์แลนด์

          -  รัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์ประกาศเตรียมใช้มาตรการมูลค่า 870 ล้านฟรังก์สวิส (1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินสกุลฟรังก์สวิส ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2554 แข็งค่าขึ้นถึง 7.5% เมื่อเทียบกับเงินยูโร ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการแข็งค่าขึ้นของเงินฟรังก์สวิส ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวจะยิ่งซ้ำเติมภาคส่งออกของสวิสเซอร์แลนด์

 

เอเชีย: จีน

          -  ดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมจีนซึ่งจัดทำโดย the China Federation of Logistics and Purchasing เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.9 จากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนซึ่งเป็นระดับต่ำสุดใน 29 เดือน ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าดัชนี PMI เดือนสิงหาคมจะขึ้นมาอยู่ที่ 51 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงการขยายตัว

 

เกาหลีใต้

          -  อัตราเงินเฟ้อเกาหลีใต้เดือนสิงหาคมเร่งตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดใน 3 ปีจากการที่ราคาอาหารเพิ่มขึ้น โดยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 5.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากที่เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 4.7% ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 4.8% โดยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.9% ทั้งนี้ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาพลังงานและอาหารเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 4% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มสูงสุดนับจากเดือนเมษายน 2552 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของระดับราคาสินค้าดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางเกาหลีใต้ให้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก ขณะเดียวกันในวันนี้ทางการเกาหลีใต้รายงานว่าการส่งออกของเกาหลีใต้เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 27.1% สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 25%

 

ออสเตรเลีย

          -  ยอดขายปลีกออสเตรเลียในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนมิถุนายนลดลง 0.1% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกใน 3 เดือน ขณะที่การลงทุนในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้เนื่องจากโครงการลงทุนในภาคเหมืองแร่เพิ่มขึ้นมาก โดยการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 4.9% จากไตรมาสแรก หลังจากที่ไตรมาส 1 ขยายตัว 7.7% ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดลดการคาดการณ์แนวโน้มที่ที่ธนาคารกลางออสเตรเลียจะลดอัตราดอกเบี้ยลง ทั้งนี้ธนาคารกลางออสเตรเลียได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.75% ในการประชุม 8 ครั้งหลังสุดหลังจากที่ได้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องก่อนหน้านั้น

 

ไทย

          -  กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปหรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 4.3% (y-o-y) จากที่เพิ่มขึ้น 4.1% ในเดือนกรกฎาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 4% ขณะที่เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.4% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อ เฉลี่ย 8 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค.) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.7% สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.9% (y-o-y) และเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 8 เดือนของปีนี้ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.1% (y-o-y) โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทั้งในหมวดอาหารและไม่ใช่อาหาร พร้อมคาดว่าอัตราเงินเฟ้ในเดือนกันยายนจะขยายตัว 3.8-3.9% หลังรัฐลดราคาน้ำมันลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 4 คาดว่าจะปรับตัวลดลงตามวัฏจักรเหลือเฉลี่ย 3.6% ประกอบกับราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อลดลง 0.9% ทำให้มั่นใจอัตราเงินเฟ้อทั้งปีนี้จะไม่เกิน 3.7%

          -  ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจทั่วโลกและภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นความเสี่ยงที่สำคัญ และอาจจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการขยายตัวและสถานะการคลังสาธารณะในระยะยาวได้ พร้อมระบุว่าแม้ช่องว่างของไทยกับประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วลดลง ซึ่งคล้ายกับตลาดเกิดใหม่หลายประเทศ แต่จังหวะของการพัฒนากำลังชะลอตัวเนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ รวมทั้งปัจจัยเฉพาะประเทศ เช่น ปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง แต่ขณะนี้ อันดับความน่าเชื่อถือยังคงถูกจำกัดด้วยความไม่แน่นอนต่างๆ ในประเด็นที่ว่า การเลือกตั้งที่ผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานนี้ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองลงได้มากหรือไม่ นอกจากนี้ ฟิทช์เชื่อว่า การรอดูสัญญาณที่ชัดเจนกว่านี้เกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่จะเป็นการดำเนินการที่รอบคอบมากกว่า

          -  กระทรวงการคลัง คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาแนวทางการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่เกิน 3 แสนบาทจากการซื้อบ้านหลังแรก ซึ่งน่าจะเริ่มได้ในปีงบประมาณ 55 โดยระยะเวลาของมาตรการเป็นเวลา 1 ปี ส่วนมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการมีรถคันแรก คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า เพื่อจะเสนอครม.พิจารณาในสัปดาห์ถัดไป และให้มีผลภายในตุลาคมนี้

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 1 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ ตามทิศทางที่ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในช่วงเช้าวันนี้

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (1 ก.ย.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนเพิ่มขึ้นหลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีนส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดังนั้นความต้องการถือเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจึงลดลง   

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (1 ก.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตลาดเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรป โดยในวันนี้สำนักงานสถิติของเยอรมนีรายงานว่าเศรษฐกิจเยอรมนีไตรมาส 2 ขยายตัว 0.1% หลังจากไตรมาสแรกขยายตัว 1.3% ซึ่งเป็นการยืนยันตัวเลขเบื้องต้นที่แถลงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (1 ก.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงในวันนี้จากการที่นักลงทุนระมัดระวังก่อนการประกาศตัวเลขรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯในวันศุกร์ซึ่งคาดว่าจะย้ำความวิตกที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (1ก.ย.) ดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.18% จากข้อมูลการคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานสหรัฐฯที่ขยายตัวในอัตราสูงขึ้น การขยายตัวของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมจีน รวมทั้งค่าเงินเยนที่อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งส่งผลบวกต่อการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของการส่งออกญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.44% จากการที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่าการควบคุมเงินเฟ้อจะยังคงเป็นภารกิจที่สำคัญสูงสุดในช่วงหลายเดือนข้างหน้า สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียส่วนใหญ่ปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้จากปัจจัยบวกเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีน

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพฤหัส (1 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดตลาดสูงขึ้นจากปัจจัยบวกข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดัชนีฯค่อยๆปรับลดลง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 0.92จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 กันยายน  2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday558
mod_vvisit_counterAll days558

We have: 2269 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 03, 2026

4316944