| สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย |
|
|
|
| Tuesday, 13 September 2011 10:48 | |||
|
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ
สรุปภาวะตลาดเงิน - USD/THB อ่อนค่าเล็กน้อยที่ 30.13 โดยปรับตัวอ่อนค่าตั้งแต่ช่วงเช้าตามตลาดในภูมิภาค และเงินทุนที่ไหลออก จากความกังวลต่อปัญหาหนี้ยูโรโซน สัปดาห์นี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.25 - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.367 โดยยูโรแข็งค่าเล็กน้อย หลังมีข่าวว่าอิตาลีได้ขอให้จีนช่วยซื้อพันธบัตรจำนวนมาก อย่างไรก็ดียังมีความเป็นไปได้ที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ ได้ส่งผลลบต่อค่าเงินยูโรซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงกดดันตลอดช่วงสัปดาห์นี้ วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 1.356 - USD/JPY อยู่ที่ 77.15 ทั้งนี้เงินเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า โดยปรับตัวลงทะลุระดับ 77 เยนในช่วงบ่าย ก่อนมีแรงซื้อดอลลาร์กลับให้เงินเยนทะยานขึ้น วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 76.75
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 0.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 88.19 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากการทำสเปรดระหว่างสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐฯกับน้ำมันดิบเบรนท์ โดยมีความกังวลว่าวิกฤติหนี้ยุโรปจะกดดันอุปสงค์น้ำมัน อีกทั้งทาง EIA อาจประกาศว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 46.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,813.30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากแรงเทขายทองคำเพื่อชดเชยการขาดทุนในหุ้น ในช่วงที่นักลงทุนยังคงไม่มีความมั่นใจในเศรษฐกิจยูโรโซน
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ - ตลาดหุ้นไทย ปิดลบกว่า 2% ตามทิศทางในภูมิภาคที่ลดลง จากแรงเทขายในหุ้นขนาดใหญ่ โดยได้แรงกดดันจากความกังวลในปัญหานี้ยุโรป และยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา คาดว่าปัจจัยต่างประเทศยังคงกดดันการเคลื่อนไหวของตลาดอยู่ แต่จากการที่ดัชนีลดลงมากวานนี้ อาจมีการรีบาวด์ในวันนี้ - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาด จากความหวังที่จีนจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่อิตาลีซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้ยูโรโซน อย่างไรก็ดีตลาดกังวลว่าทางมูดีส์จะประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารชั้นนำฝรั่งเศส
อัตราดอกเบี้ย
ไทย ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate) 3.50% สหรัฐฯ Fed Funds rate 0-0.25% ยูโรโซน Refinancing Rate 1.50% อังกฤษ Repo Rate 0.50% ญี่ปุ่น Official Cash Rate 0.00-0.10%
ตลาดหุ้นที่สำคัญ - ตลาดหุ้นไทย ปิดลบกว่า 2% ตามทิศทางในภูมิภาคที่ลดลง จากแรงเทขายในหุ้นขนาดใหญ่ โดยได้แรงกดดันจากความกังวลในปัญหานี้ยุโรป และยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหา คาดว่าปัจจัยต่างประเทศยังคงกดดันการเคลื่อนไหวของตลาดอยู่ แต่จากการที่ดัชนีลดลงมากวานนี้ อาจมีการรีบาวด์ในวันนี้ - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาด จากความหวังที่จีนจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่อิตาลีซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อปัญหาหนี้ยูโรโซน อย่างไรก็ดีตลาดกังวลว่าทางมูดีส์จะประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารชั้นนำฝรั่งเศส
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 0.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 88.19 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากการทำสเปรดระหว่างสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐฯกับน้ำมันดิบเบรนท์ โดยมีความกังวลว่าวิกฤติหนี้ยุโรปจะกดดันอุปสงค์น้ำมัน อีกทั้งทาง EIA อาจประกาศว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 46.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,813.30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากแรงเทขายทองคำเพื่อชดเชยการขาดทุนในหุ้น ในช่วงที่นักลงทุนยังคงไม่มีความมั่นใจในเศรษฐกิจยูโรโซน
ตลาดเงินนิวยอร์ค - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.367 โดยยูโรแข็งค่าเล็กน้อย หลังมีข่าวว่าอิตาลีได้ขอให้จีนช่วยซื้อพันธบัตรจำนวนมาก อย่างไรก็ดียังมีความเป็นไปได้ที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ ได้ส่งผลลบต่อค่าเงินยูโรซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงกดดันตลอดช่วงสัปดาห์นี้
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ - USD/JPY อยู่ที่ 77.15 ทั้งนี้เงินเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า โดยปรับตัวลงทะลุระดับ 77 เยนในช่วงบ่าย ก่อนมีแรงซื้อดอลลาร์กลับให้เงินเยนทะยานขึ้น คาดว่านักลงทุนยังคงกังวลต่อการแทรกแซงทางการเงินของรัฐบาล - GPB/USD อยู่ที่ระดับ 1.5861 ทั้งนี้ปอนด์อ่อนค่า หลังนักลงทุนทยอยลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อปัญหาหนี้ยุโรป โดยตลาดหุ้นลดลงหนักอีกวันหนึ่งราว 1.6% คาดว่านักลงทุนยังคอยความชัดเจนในการแก้ปัญหาหนี้
ตลาดเงินเอเชีย - สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับอ่อนค่า โดยนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสิงคโปร์(MAS) จะผ่อนคลายมาตรการทางการเงินในเดือนหน้า ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ร่วงลง นอกจากนี้นักลงทุนยังคงต่อปัญหาหนี้กรีซ ที่อาจลามไปกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ของฝรั่งเศสที่ได้ส่งผลเสียต่อความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค - USD/THB อ่อนค่าเล็กน้อยที่ 30.13 โดยปรับตัวอ่อนค่าตั้งแต่ช่วงเช้าตามตลาดในภูมิภาค และเงินทุนที่ไหลออก จากความกังวลต่อปัญหาหนี้ยูโรโซน โดยทิศทางค่าเงินบาทยังคงไปตามการร่วงลงของเงินยูโร หลังตลาดคาดว่ากรีซอาจผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด
ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้ .... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.twitter.com/KBankFX www.facebook.com/KBankFX
วารุณี สิทธิถาวร ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 1031 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 13 กันยายน 2554
|






![]() | Today | 2178 |
![]() | All days | 2178 |
Comments