| สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย |
|
|
|
| Thursday, 15 September 2011 10:59 | |||
|
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ
สรุปภาวะตลาดเงิน - USD/THB อ่อนค่าเล็กน้อยที่ 30.23 โดยปรับตัวอ่อนค่าในช่วงเช้าตามตลาดในภูมิภาค โดยนักลงทุนเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯจากการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.35 - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.374 โดยยูโรแข็งค่าราว 0.46% จากการคลายความกังวลของนักลงทุนต่อการให้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่กรีซ วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 1.379 - USD/JPY อยู่ที่ 76.71 ทั้งนี้เงินเยนแข็งค่าจากความต้องการเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาหนี้ในยุโรป วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 76.40
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 1.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 88.91 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หลัง EIA ประกาศว่าสต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันเพิ่มขึ้น (แต่สต็อกน้ำมันดิบลดลง) และอุปสงค์น้ำมันเบนซินอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ราคาน้ำมันผันผวนต่อจากการที่ลิเบียจะเริ่มส่งออกน้ำมันได้ - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,826.50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง หลังมีความคลี่คลายในตลาดยุโรป โดยนักลงทุนหันไปลงทุนในหุ้นมากขึ้น คาดว่านักลงทุนรอมาตรการจากเฟดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ - ตลาดหุ้นไทย ปิดลบราว 0.88% โดยยังคงมีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งกดดันให้ตลาดยังคงอยู่ในแดนลบ จากความกังวลต่อวิกฤติหนี้ยุโรป ที่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขอย่างชัดเจน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ดูเหมือนจะกระตุ้นตลาดทุนมากนัก ต่างชาติยังคงขายต่อเนื่อง - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นราว 1% จากความพยายามแก้ไขปัญหาหนี้ ยูโรโซน หลังมีการคาดว่ากรีซจะได้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม หากมีการใช้มาตรการเข้มงวดทางการคลังอย่างจริงจัง โดยจะเห็นว่าปัจจัยยุโรปเป็นแรงหนุนตลาดแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาไม่ดีนัก
อัตราดอกเบี้ย ไทย ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate) 3.50% สหรัฐฯ Fed Funds rate 0-0.25% ยูโรโซน Refinancing Rate 1.50% อังกฤษ Repo Rate 0.50% ญี่ปุ่น Official Cash Rate 0.00-0.10%
ตลาดหุ้นที่สำคัญ - ตลาดหุ้นไทย ปิดลบราว 0.88% โดยยังคงมีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งกดดันให้ตลาดยังคงอยู่ในแดนลบ จากความกังวลต่อวิกฤติหนี้ยุโรป ที่ยังไม่มีแนวทางแก้ไขอย่างชัดเจน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ได้ดูเหมือนจะกระตุ้นตลาดทุนมากนัก ต่างชาติยังคงขายต่อเนื่อง - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นราว 1% จากความพยายามแก้ไขปัญหาหนี้ ยูโรโซน หลังมีการคาดว่ากรีซจะได้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม หากมีการใช้มาตรการเข้มงวดทางการคลังอย่างจริงจัง โดยจะเห็นว่าปัจจัยยุโรปเป็นแรงหนุนตลาดแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาไม่ดีนัก
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 1.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 88.91 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หลัง EIA ประกาศว่าสต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันเพิ่มขึ้น (แต่สต็อกน้ำมันดิบลดลง) และอุปสงค์น้ำมันเบนซินอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ราคาน้ำมันผันผวนต่อจากการที่ลิเบียจะเริ่มส่งออกน้ำมันได้ใน 10 วันข้างหน้า - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,826.50 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง หลังมีความคลี่คลายในตลาดยุโรป โดยนักลงทุนหันไปลงทุนในหุ้นมากขึ้น คาดว่านักลงทุนรอมาตรการจากเฟดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ตลาดเงินนิวยอร์ค - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.374 โดยยูโรแข็งค่าราว 0.46% จากการคลายความกังวลของนักลงทุนต่อการให้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่กรีซ หลังเยอรมัน และฝรั่งเศสสร้างความเชื่อมั่นว่ากรีซยังอยู่ในยูโรโซน และจะได้เงินช่วยเหลือ โดยมีข้อแม้คือกรีซจะต้องปรับลดงบขาดดุล และสร้างวินัยทางการคลังให้ได้ อย่างไรก็ดียูโรยังคงมีแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกรีซ และประเทศที่มีปัญหาหนี้ที่ขึ้นสูง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการระดมทุนจากตลาด แม้จีนจะช่วยเหลือก็ตาม
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ - USD/JPY อยู่ที่ 76.71 ทั้งนี้เงินเยนแข็งค่าจากความต้องการเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาหนี้ในยุโรป อย่างไรก็ดีการที่เงินเยนแข็งค่าอย่างต่อเนื่องอาจสร้างแรงกดดันให้กระทรวงการคลังแทรกแซงค่าเงินเพื่อช่วยผู้ส่งออกญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดผันผวน - GPB/USD อยู่ที่ระดับ 1.5764 ทั้งนี้ปอนด์อ่อนค่าลงต่อจากความไม่มั่นใจในการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษ หลังตัวเลขที่ออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ส่งผลให้นักลงทุนต้องการสินทรัพย์เสี่ยงลดลง
ตลาดเงินเอเชีย - สกุลเงินเอเชีย ปรับอ่อนค่า โดยนักลงทุนยังคงกังวลต่อสภาพคล่องในตัวเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตลอดช่วงการซื้อขายเงินเอเชียยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซ โดยวานนี้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าแรงจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ส่วนสิงคโปร์ดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าต่อจากแรงซื้อกลับดอลลาร์ - USD/THB อ่อนค่าเล็กน้อยที่ 30.23 โดยปรับตัวอ่อนค่าในช่วงเช้าตามตลาดในภูมิภาค โดยนักลงทุนเข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯจากการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และจากการที่นักลงทุนต้องการเสริมสภาพคล่องในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ความไม่แน่นอนในการแก้ปัญหาระหว่างเยอรมัน และฝรั่งเศส ที่จะให้ความช่วยเหลือกรีซ ยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าเงินบาท และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ในภูมิภาค
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด
ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้ .... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.twitter.com/KBankFX www.facebook.com/KBankFX
วารุณี สิทธิถาวร ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 1031 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 15 กันยายน 2554
|






![]() | Today | 2167 |
![]() | All days | 2167 |
Comments