| สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย |
|
|
|
| Monday, 03 October 2011 11:41 | |||
|
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ
สรุปภาวะตลาดเงิน - USD/THB แข็งค่าอยู่ที่ระดับ 31.10 สวนทางกับตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาค คาดว่าธนาคารกลางแห่งประเทศไทยได้เข้ามาแทรกแซง วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 31.40 - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.334 โดยยูโรอ่อนค่าแรงจากการที่นักลงทุนกังวลว่ากรีซอาจไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือมากพอที่จะชำระหนี้ วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 1.330 - USD/JPY อยู่ที่ 77.14 โดยเงินเยนอ่อนค่า จากการที่เงินทุนไหลออกจากญี่ปุ่น และความกังวลว่ารัฐบาลอาจเข้าแทรกแซงค่าเงิน วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 77.50
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง2.94 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 79.20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนี้กรีซ และตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ชี้ว่าภาคการผลิตได้อ่อนแอลง โดยตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ PMI จีนอยู่ที่ 49.9 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเท่ากับเดือน ส.ค. - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 5.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,622.30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากความต้องการทองเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าตัวอื่น หลังปัญหาหนี้กรีซยังคงเป็นแรงกดดันตลาด อีกทั้งมีข่าวว่าธนาคารกลางหลายประเทศ รวมทั้งไทยได้ซื้อทองไว้เป็นเงินสำรองเพิ่มขึ้น
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ - ตลาดหุ้นไทย ปิดตลาดลดลงราว 1.08% จากแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน แม้เยอรมันได้ผ่านการรับรองการเพิ่มเงินสนับสนุนต่อกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) อย่างไรก็ดีตลาดยังคงรอความชัดเจนของกรีซในการชำระหนี้ - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงจากความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของยูโรโซน ที่ธนาคารหลายแห่งจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยไตรมาสที่สามนั้น ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P ลดลงราว 12% จากไตรมาสก่อน ในขณะที่ Nasdaq ลดลงมากกว่า 14%
อัตราดอกเบี้ย
ไทย ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate) 3.50% สหรัฐฯ Fed Funds rate 0-0.25% ยูโรโซน Refinancing Rate 1.50% อังกฤษ Repo Rate 0.50% ญี่ปุ่น Official Cash Rate 0.00-0.10%
ตลาดหุ้นที่สำคัญ - ตลาดหุ้นไทย ปิดตลาดลดลงราว 1.08% จากแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน แม้เยอรมันได้ผ่านการรับรองการเพิ่มเงินสนับสนุนต่อกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) อย่างไรก็ดีตลาดยังคงรอความชัดเจนของกรีซในการชำระหนี้ - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงจากความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของยูโรโซน ที่ธนาคารหลายแห่งจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยไตรมาสที่สามนั้น ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P ลดลงราว 12% จากไตรมาสก่อน ในขณะที่ Nasdaq ลดลงมากกว่า 14%
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง2.94 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 79.20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หนี้กรีซ และตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ชี้ว่าภาคการผลิตได้อ่อนแอลง โดยตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ PMI จีนอยู่ที่ 49.9 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเท่ากับเดือน ส.ค. - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 5.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,622.30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากความต้องการทองเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าตัวอื่น หลังปัญหาหนี้กรีซยังคงเป็นแรงกดดันตลาด อีกทั้งมีข่าวว่าธนาคารกลางหลายประเทศ รวมทั้งไทยได้ซื้อทองไว้เป็นเงินสำรองเพิ่มขึ้น
ตลาดเงินนิวยอร์ค - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.334 โดยยูโรอ่อนค่าแรงจากการที่นักลงทุนกังวลว่ากรีซอาจไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือมากพอที่จะชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ และจะกระทบต่อภาคธนาคารของยุโรปอย่างรุนแรง อีกทั้งตัวเลข PMI ของจีนที่แม้จะเท่ากับเดือนก่อนหน้า แต่สะท้อนว่าการผลิตของจีนกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ - USD/JPY อยู่ที่ 77.14 โดยเงินเยนอ่อนค่า จากการที่เงินทุนไหลออกจากญี่ปุ่น และความกังวลว่ารัฐบาลอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินในช่วงที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกไม่ดีนัก - GPB/USD อยู่ที่ระดับ 1.5567 โดยปอนด์อ่อนค่าแรงจากตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซน และจีนออกมาไม่ดีนัก โดยนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ หลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯพุ่งขึ้นสูง
ตลาดเงินเอเชีย - สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับอ่อนค่านำโดยสิงคโปร์ดอลลาร์ และวอน โดยนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากปัญหาหนี้กรีซ และความกังวลว่าการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซจะลุกลามไปยังประเทศอื่นในกลุ่ม PIIGS ที่มีปัญหาหนี้สูงอยู่แล้ว คาดว่านักลงทุนยังคงชะลอการลงทุนจนกว่าแนวทางแก้ปัญหากรีซจะชัดเจนขึ้น - USD/THB แข็งค่าอยู่ที่ระดับ 31.10 สวนทางกับตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาค คาดว่าธนาคารกลางแห่งประเทศไทยได้เข้ามาแทรกแซง อย่างไรก็ดีการที่เงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่ลดลง ได้ส่งผลเสียต่อความต้องการเงินบาท อีกทั้งราคาทองที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำได้กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าอยู่ หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด
ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้ .... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.twitter.com/KBankFX www.facebook.com/KBankFX
วารุณี สิทธิถาวร ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 1031 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 3 ตุลาคม 2554
|






![]() | Today | 1065 |
![]() | All days | 1065 |
Comments