| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 21 February 2012 08:45 | |||
|
Snapshot
ยุโรป: สหภาพยุโรป - คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของยูโรโซน ยังคงเจรจาเกี่ยวกับการอนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซครั้งใหม่ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 หลังจากล่าสุดรัฐบาลกรีซสามารถบรรลุเงื่อนไขเพิ่มเติมของการขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน อาทิ การให้การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรในการดำเนินมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณและปฏิรูปเศรษฐกิจ และการอนุมัติมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณเพื่อลดรายจ่ายภาครัฐเพิ่มเติมอีก 325 ล้านยูโร ทั้งนี้ ความช่วยเหลือทางการเงินทั้งหมดที่กรีซจะได้รับอยู่ในรูปของเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู) มูลค่า 130 พันล้านยูโร และอยู่ในรูปของการปรับลดมูลหนี้ของเจ้าหนี้ภาคเอกชนมูลค่า 100 พันล้านยูโร เพื่อป้องกันปัญหาผิดนัดชำระหนี้จากการที่พันธบัตรรัฐบาลกรีซมูลค่า 14.5 พันล้านยูโรจะครบกำหนดชำระในวันที่ 20 มีนาคม 2555 - นักวิเคราะห์มองว่าแม้ว่ารัฐบาลกรีซจะสามารถรอดพ้นจากปัญหาผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าว แต่ยูโรโซนยังต้องเผชิญความเสี่ยงรุมเร้า ทั้งความเสี่ยงทางการเงินและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ความเสี่ยงจากความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนของนักลงทุน ตลอดจนความเสี่ยงจากประเด็นการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เยอรมนี - นายคริสเตียน วูล์ฟฟ์ ประธานาธิบดีเยอรมัน วัย 52 ปี ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังคณะอัยการแห่งแคว้นนีเดอร์ซัคเซน ที่นายวูล์ฟฟ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ยื่นเรื่องต่อรัฐสภาเพื่อขอให้ยกเลิกเอกสิทธิ์ความคุ้มกันทางกฏหมาย อันเนื่องมาจากกรณีอื้อฉาวในการรับสินบนเงินกู้เพื่อสร้างบ้านให้เพื่อนของภรรยา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของเยอรมัน
กรีซ - ชาวกรีซหลายพันคนได้รวมตัวกันบนถนนหลายสายในกรุงเอเธนส์อีกครั้ง เพื่อประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดก่อนที่จะมีการตัดสินใจเรื่องการอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่กรีซ รวมทั้งสถานภาพสมาชิกยูโรโซนของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ ผู้ประท้วงหลายรายได้ชูป้ายข้อความ "ต่อต้านอียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)" ที่หน้าตึกรัฐสภา เพื่อต่อต้านเงื่อนไขอันสุดหินในการให้เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศงวดที่ 2 เพื่อช่วยให้กรีซรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ - ผลการสำรวจความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์กรีซ ระบุว่า ชาวกรีซส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนการเป็นสมาชิกยูโรโซน เนื่องจากชาวกรีซตระหนักดีว่า หากแยกตัวออกจากยูโรโซนกรีซอาจจะต้องเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้จำนวนมาก ทั้งนี้ 7 ใน 10 ของผู้ที่ตอบแบบสอบถามของหนังสือพิมพ์ซันเดย์ส เรียลนิวส์ ระบุว่ายังอยากให้กรีซเป็นสมาชิกยูโรโซนต่อไป แต่อย่างไรก็ดี มีจำนวนผู้ที่ตอบแบบสอบถามน้อยกว่าครึ่งหนึ่งที่เชื่อว่า กรีซจะยังคงเป็นสมาชิกยูโรโซนในปี 2558 นอกจากนี้ ประมาณ 95% ของชาวกรีซที่ตอบแบบสอบถามมีมุมมองที่เป็นลบเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ โดยวิจารณ์ว่ามาตรการรัดเข็มขัดระยะเวลา 2 ปี และการปฏิรูปเป็นยาที่ผิดขนานในการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้สิน
เอเชีย: จีน - ธนาคารกลางจีนสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ลดการสำรองสภาพคล่องลง 0.5%โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์จีนขยายการให้สินเชื่อมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจจีนรักษาระดับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในภาวะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีแนวโน้มชะลอลงและวิกฤติหนี้ยุโรปส่งผลลบต่อภาคการส่งออกของจีน ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มจะลดอัตราการสำรองสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในประเทศลงอีก โดย Standard Chartered Plc คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจีนจะลดอัตราการสำรองฯลงอีกอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ HSBC Holdings Plc คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจีนจะลดอัตราการสำรองฯลงอีกอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่าราคาบ้านใน 70 เมืองสำคัญของจีนในเดือนมกราคมไม่มีเมื่องใดเลยที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้น โดย 47 เมืองใน 70 เมืองมีราคาลดลง ในขณะที่อีก 23 เมืองที่เหลือมีราคาไม่เปลี่ยนแปลง จากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ราคาบ้านใน 4 เมืองสำคัญ ได้แก่ Shanghai, Beijing, Shenzhen และ Guangzhou ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ทั้งนี้สาเหตุของการที่ราคาบ้านในจีนลดลงหรือคงที่ต่อเนื่องดังกล่าวเป็นผลจากการที่รัฐบาลจีนดำเนินมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง - นายสี จิ้นผิง รองประธานาธิบดีจีน กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อทางการของจีนว่า จีนได้กำหนดเป้าหมายอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) สำหรับปีนี้ต่ำกว่าระดับ 8% ของปีที่แล้ว อย่างไรก็ดีนายสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นว่าที่ประธานาธิบดีจีน ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ดิ ไอริช ไทม์สว่า เศรษฐกิจจีนจะไม่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ โดยตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปจีนได้ปรับลดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลงอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้จีนลดแรงกดดันในแง่ของเงินเฟ้อ, พลังงาน, ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้นักวิจัยของรัฐบาลจีนเปิดเผยกับรอยเตอร์ก่อนหน้านี้ว่าจีนได้กำหนดเป้าหมายการขยายตัวของจีดีพีที่ระดับ 7.5% ในปีนี้
ญี่ปุ่น - กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนมกราคมลดลง 9.3 % จากเดือนเดียวกันปีก่อนจากการที่ค่าเงินเยนแข็งและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทั้งนี้การส่งออกไปยังจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่สุดของญี่ปุ่นลดลง 20% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการการลดลงมากที่สุดนับจากเดือนสิงหาคม 2552 ขณะที่การส่งออกไปยังสหภาพยุโรปลดลง 7.7% ส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 0.6% ทั้งนี้จากการที่การส่งออกหดตัว ขณะที่การนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนมกราคมทั้งสิ้น 1.48 ล้านล้านเยน (19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หลังจากที่ทั้งปี 2554 ญี่ปุ่นขาดดุลการค้ารวม 2.49 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการขาดดุลการค้ามากเป็นอันดับสองนับจากสงครามโลกครั้งที่สอง - สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นที่ AA- และคงแนวโน้มเชิงลบโดยระบุว่า ปัญหาทางโครงสร้าง อาทิ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่หดตัวลง และต้นทุนด้านสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้น กำลังถ่วงความสามารถของประเทศในการลดยอดขาดดุลงบประมาณ โดย S&P เตือนว่า อาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นลงหากเศรษฐกิจขยายตัวน้อยกว่าคาดหรือหนี้สาธารณะยังคงขยายตัว ขณะที่รัฐบาลเผชิญกับความยากลำบากในการขอเสียงสนับสนุนในรัฐสภาสำหรับการปรับขึ้นภาษี ขณะเดียวกัน S&P เตือนด้วยว่า ภาษีที่สูงขึ้นจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาด้านโครงสร้างซึ่งการใช้จ่ายด้านสวัสดิการของญี่ปุ่นกำลังเพิ่มขึ้น และเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นต่อฐานะการคลังของประเทศ - รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวว่าญี่ปุ่นและจีนจะให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขวิกฤติหนี้ยุโรปผ่านทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศหากกลุ่ม Euro สามารถดำเนินการแก้วิกฤติหนี้ได้ด้วยตนเองบางส่วน โดยญี่ปุ่นและจีนเห็นร่วมกันว่ายุโรปจำเป็นต้องพยายามมากขึ้นในป้องกันการขยายตัวของปัญหา ทั้งนี้เขาย้ำว่าญี่ปุ่นและจีนจะดำเนินการร่วมกันโดยมีความเป็นไปได้ที่ IMF อาจจะขอให้สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และ จีน ช่วยเหลือในการเพิ่มเงินทุนที่ใช้ในการให้สินเชื่อของ IMF
ไทย - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) รายงานว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในไตรมาส 4/2554 หดตัว 9% จากที่ขยายตัว 3.7% ในไตรมาส 3/2554 และเมื่อปรับฤดูกาลแล้วเหลือหดตัวถึง 10.7% เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยเกิดผลกระทบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้นโดยการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือนหดตัว 3.0% เช่นเดียวกับการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของรัฐบาลและการลงทุนที่หดตัวลง 3.1% และ 3.6% ตามลำดับ ส่งผลให้ GDP ทั้งปี 54 ขยายตัวเหลือเพียง 0.1% จากก่อนหน้านี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.5% พร้อมประเมินว่ามูลค่าความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยอยู่ที่ 3.2 แสนล้านบาท เนื่องจากมีผลกระทบทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม ภาคบริการ - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2555 จะขยายตัวได้ถึง 5.5-6.5% สูงกว่าจากที่เคยคาดว่าจะเติบโต 4.5-5.5% ซึ่งปัจจัยสำคัญ 4 ประการที่เป็นตัวสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจคือ 1. การลงทุนด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อซ่อมแซมและป้องกันความเสียหายจากผลกระทบของน้ำท่วมจากทั้งภาครัฐและเอกชน 2. การท่องเที่ยวและการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัว 3.มาตรการของรัฐบาล ส่งผลให้รายได้ภาคครัวเรือนสูงขึ้นจากการปรับขึ้นเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ รวมทั้งการรับจำนำสินค้าเกษตร ทั้งข้าว, มันสำปะหลัง นอกจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการลดค่าครองชีพและกระตุ้นการบริโภค เช่น การชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของเบนซินและดีเซล, การคืนเงินภาษีแก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก 4.อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ระดับต่ำในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงและข้อจำกัดสำคัญ 5 ประการ คือ 1.ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีแนวโน้มผันผวนและรุนแรงมากขึ้น 2. เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะสหภาพยุโรปที่ยังมีความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สาธารณะ 3. ตลาดเงินตลาดทุน รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนยังมีความเสี่ยงที่จะผันผวน ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนและความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น 4.ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะจากกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่มีความรุนแรงมากขึ้น และ 5.การขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมบางประเภท เนื่องจากการตึงตัวของตลาดแรงงาน รวมทั้งการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานสูง
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (20ก.พ.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ จากการที่นักลงทุนมองในแง่บวกมากขึ้นเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกรีซรอบสองและธนาคารกลางจีนผ่อนคลายมาตรการการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (20ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนมีความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯและเยนลดลงและเปลี่ยนมาถือครองสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นจากการมองในแง่บวกมากขึ้นเกี่ยวกับกรีซรวมทั้งการที่ธนาคารกลางจีนลดอัตราสำรองสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ลง 0.50% เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจีนก็ส่งผลบวกต่อความมั่นใจของตลาดการเงินในวันนี้ ทั้งนี้วันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนมกราคมลดลง 9.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อนจากผลของค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นมากก่อนหน้านี้รวมถึงผลของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (20ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปในวันนี้เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปีวงเงิน 130 พันล้านยูโร
Capital Market - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (20ก.พ.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดี - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (20ก.พ.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เปิดตลาดสูงขึ้นในเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางจีนลดอัตราสำรองสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ลง 0.50%โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็จับตาดูการประชุมของรัฐมนตรีคลังยุโรปในวันนี้เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปีวงเงิน 130 พันล้านยูโร โดยวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.08% โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้ปัจจัยบวกจากการที่ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนมกราคมลดลง 9.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่ดุลการค้าขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.27% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 0.31% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (20 ก.พ)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากปัจจัยบวกเรื่องการลดอัตราการสำรองสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จีน อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็ยังจับตาการประชุมของรัฐมนตรีคลังยุโรปเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซในวันนี้ โดยวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,135.92 เพิ่มขึ้น 5.99 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555
|






![]() | Today | 775 |
![]() | All days | 775 |
Comments