Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 19 March 2012 10:37

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบ 10 เดือน อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 3.2% โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม2553 ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.1% จากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมกราคม และน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2% ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ดัชนี CPI ทั่วไป ขยายตัว 2.9% (y-o-y) และดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 2.2% จากที่เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนมกราคม

          -  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดย Reuters /มหาวิทยาลัยมิชิแกนในช่วงต้นเดือนมีนาคมลดลงสู่ระดับ 74.3 จุด จาก 75.3 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 76 จุด อันป็นผลมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งขึ้นทำให้ผู้บริโภควิตกเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้บริโภคได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีหน้าสู่ระดับ 4% ซึ่งสูงสุดนับแต่เดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับการสำรวจในเดือนมกราคมที่ 3.3% ส่วนการคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วง 5-10 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.0% จาก 2.9%

          -  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ไม่เปลี่ยนแปลง  หลังจากที่มีการปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่การผลิตในภาคเหมืองแร่ได้ลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ การลดลงของการผลิตในภาคเหมืองแร่สะท้อนถึงการลดลงของการผลิตก๊าซ เนื่องจากสภาพอากาศที่อบอุ่นได้ลดความต้องการลงอย่างไรก็ตามการผลิตเพิ่มมากขึ้นในด้านผลิตภัณฑ์พลังงาน, อิเลคทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่การผลิตรถยนต์ลดลงหลังจากที่เพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 78.7 จากระดับ 78.8 ในเดือนก่อน

          -  ประธานาธิบดีบารัค โอบามา รัฐสภาสหรัฐฯ ดำเนินการเพื่อยกเลิกมาตรการให้เงินอุดหนุนด้านภาษีแก่บริษัทน้ำมันในวงเงิน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ผู้มีสิทธ์เลือกตั้งในสหรัฐฯ เขียนหรือโทรไปยังสมาชิกรัฐสภาของเขตเลือกตั้งของตนเพื่อสนับสนุนความพยายามในการยกเลิกการสนับสนุนบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ ซึ่งเขาระบุว่า “กำลังทำกำไรได้สูงกว่าช่วงที่ผ่านๆ มา" อย่างไรก็ดี ปธน.โอบามาได้ย้ำว่า ไม่มีวิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพงได้อย่างรวดเร็ว และระบุว่า สิ่งที่เขาทำก็เพื่อช่วยให้ชาวอเมริกันประหยัดเงินในการซื้อน้ำมัน ซึ่งรวมไปถึงการลงนามปฏิรูปวอลล์สตรีทเพื่อป้องกันเทรดเดอร์ปั่นราคาในตลาดพลังงาน และการดำเนินการในเรื่องมาตรฐานเศรษฐกิจน้ำมันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้รถยนต์ต่างๆ ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า อีกทั้งยังย้ำถึงความจำเป็นในการในการพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อลดการพึ่งน้ำมันของสหรัฐฯ ลง ทั้งนี้ สหรัฐฯ ใช้น้ำมันมากกว่า 20% ของทั่วโลก ในขณะที่มีแหล่งน้ำมันสำรองเพียง 2% เท่านั้น

          -  สหรัฐขานรับความเคลื่อนไหวล่าสุดกรณีที่สมาคมการสื่อสารโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (SWIFT) ดำเนินการตัดขาดธนาคารอิหร่านที่ถูกขึ้นบัญชีดำออกจากระบบธุรกรรมการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ตามมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (อียู)

 

ยุโรป: ฝรั่งเศส

          -  ฝรั่งเศสสามารถระดมทุนจากการประมูลขายตราสารหนี้ได้มูลค่าทั้งสิ้น 8.46 พันล้านยูโร (1.105 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีต้นทุนการกู้ยืมลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าโครงการปล่อยเงินกู้ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) สามารถกระตุ้นนักลงทุนให้เข้าซื้อตราสารหนี้ยูโรโซนอย่างคึกคัก ทั้งนี้ ยอดจำหน่ายตราสารหนี้อายุ 5 ปีอยู่ที่ 3.26 พันล้านยูโร ด้วยอัตราผลตอบแทน 1.78% ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของตราสารหนี้อายุ 4 ปีที่มีการประมูลเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ระดับ 1.93% ส่วนยอดจำหน่ายตราสารหนี้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนเมษายน 2557 อยู่ที่ 2.106 พันล้านยูโร ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 0.7% ต่ำกว่าเมื่อมีการประมูลในวันที่ 15 กันยายนที่ 1.14%

 

อังกฤษ

          -  ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษ กำลังหารือกันเกี่ยวกับเรื่องการระบายน้ำมันออกจากคลังยุทธภัณฑ์สำรอง (Strategic Petroleum Reserve - SPR) โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน เพราะเกรงว่าราคาที่ปรับตัวสูงจนเกินไปจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ปัจจุบันสหรัฐมีน้ำมันในคลัง SPR อยู่ปริมาณ 697 ล้านบาร์เรล ซึ่งรัฐบาลจะระบายน้ำมันออกจากคลังดังกล่าวก็ต่อเมื่อเกิดภาวะอุปทานตึงตัวที่เป็นผลมาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การโจมตีของผู้ก่อการร้าย และสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมือง

 

กรีซ

          -   กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อนุมัติการจ่ายเงิน 2.8 หมื่นล้านยูโร (3.67 หมื่นล้านดอลลาร์) เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับกรีซแล้ว โดยไอเอ็มเอฟจะจัดสรรเงินล็อตแรกจำนวน 1.65 พันล้านยูโรให้แก่รัฐบาลกรีซในทันที ซึ่งวงเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ

          -  S&P จัดอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรรัฐบาลกรีซที่ออกใหม่อยู่ที่ CCC เนื่องจากรัฐบาลกรีซต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะและยอดขาดดุลงบประมาณระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจกรีซยังคงเปราะบาง ทั้งนี้ S&P ประกาศว่าจะคงอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซ อยู่ที่ SD (Selective Default) จนกว่าการ swap พันธบัตรรัฐบาลกรีซจะเสร็จสิ้นลง

 

สเปน

          -  คณะกรรมาธิการยุโรปคาดว่าเศรษฐกิจของสเปนจะหดตัวลง 1% ในปีนี้ หลังจากขยายตัว 0.7% ในปีที่ผ่านมา โดยปรับลดลงอย่างมากจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าจะขยายตัว 0.7% ทั้งนี้ ขณะที่ปัญหาด้านการเงินของกรีซได้คลายความน่าวิตกลงนั้น สเปนก็ได้สร้างความท้าทายใหม่ หลังประกาศว่ารัฐบาลชุดก่อนไม่สามารถบรรลุเป้าการขาดดุลงบประมาณปี 2554 ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตกลงไว้กับอียูสำหรับปีนี้ด้วยเช่นกัน

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

          -  รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) บ่งชี้ว่า กรรมการกำหนดนโยบายการเงินบางคนของบีโอเจได้ระบุถึงความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้ออาจจะสูงกว่า 1% ในระยะยาว โดยจากรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วันจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งได้มีการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ชี้ว่าบีโอเจได้ดำเนินตามมาตรการเป้าหมายเสถียรภาพด้านราคาในระยะกลางและระยะยาวพร้อมกำหนดช่วงในการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ไว้ที่ไม่เกิน 2% นอกจากนี้คณะกรรมการยังเห็นด้วยว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในช่วงนี้ควรจะกำหนดไว้ที่ 1% ทั้งนี้บีโอเจจะยังยึดมั่นกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเกือบ 0% ไปจนกระทั่งธนาคารเห็นว่าราคามีเสถียรภาพแล้ว ในระหว่างการหารือสมาชิกคณะกรรมการคนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า บีโอเจควรจะกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกับที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ส่วนใหญ่กำลังดำเนินการ

 

สิงคโปร์

          -  สำนักงานส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าการส่งออกของสิงคโปร์ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 30.5% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากในเดือนมกราคมลดลง 2.4% โดยการขยายตัวสูงดังกล่าวเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของการส่งออกสินค้าเวชภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้การส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวในอัตราที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 16.2%

          -  จากการสำรวจโดยธนาคารกลางสิงคโปร์นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์ในปีนี้จะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งอาจส่งผลให้ทางการสิงคโปร์ยอมให้ค่าเงินของสิงคโปร์แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์ปีนี้อาจสูงถึง 3.5% เพิ่มขึ้นจากการสำรวจไตรมาสก่อนที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.1%

 

ไทย

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดการให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินกับลูกค้าหลังเกิดอุทกภัย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2555  ว่า มีสถาบันการเงินจำนวน 41 แห่งได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รวม 626,250 ล้านบาท คิดเป็น 7.23% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งระบบ (ไม่รวม Interbank) แยกเป็นลูกหนี้ภาคธุรกิจจำนวน20,256 ราย และลูกหนี้รายย่อยรวม 903,889 บัญชีและเมื่อพิจารณาตามประเภทสินเชื่อพบว่า ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อภาคธุรกิจจำนวน 461,202 ล้านบาทหรือคิดเป็น 7.47% ของสินเชื่อภาคธุรกิจรวม ที่เหลือเป็นสินเชื่ออุปโภคบริโภคประมาณ 165,048 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อ ขณะที่ลูกหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือมีจำนวน 13,840 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 0.56% ของสินเชื่ออุปโภคบริโภคทั้งสิ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ ธปท. ได้มีมาตรการผ่อนปรนในการชำระหนี้ขั้นต่ำ (ต่ำกว่าร้อยละ 10) ไปแล้ว และนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 มีผู้ประสบภัยที่ร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. จำนวน 199 ราย และสามารถยุติปัญหาได้ 167 ราย คิดเป็น 84% ส่วนรายที่เหลือนั้นสถาบันการเงินยังไม่ได้ชี้แจงกลับมายัง ธปท. โดยเกือบทั้งหมดติดต่อเพื่อให้ ธปท. ประสานงานกับสถาบันการเงินเกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ การลดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่ง ธปท. ได้ดำเนินการโดยประสานงานตรงไปยังสถาบันการเงินและ Non-bank เป็นรายกรณี เพื่อให้กระบวนการติดตามแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ผู้ประสบอุทกภัยลุล่วงโดยเร็ว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินด้วยดี

          -  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และจะขยายตัวต่อเนื่องได้ช่วงปลายไตรมาส 2 ของปี 2555 (พ.ค.-มิ.ย.) โดยปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในช่วงนี้ เกิดจากผลกระทบปัญหาน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะดีขึ้นตามลำดับ ปัญหาอุปสรรคจะลดลง เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น ค่าครองชีพจะกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมระบุว่า ขณะนี้สินค้าหลายรายการไม่ขาดแคลน แต่มีปริมาณที่ออกสู่ตลาดน้อย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีปัญหาช่วงร้อนเท่านั้น

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ได้รับอนุญาตจากทางการจีนให้เป็นผู้ลงทุนในหลักทรัพย์สกุลเงินหยวนในจีนที่ซื้อขายในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอนุญาตลงทุนได้ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ วงเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้แบงก์ชาติลงทุนในหุ้น  พร้อมระบุว่า นอกจากนี้ทางการจีนยังอนุญาตให้ซื้อขายในอินเตอร์บอนด์มาร์เก็ต วงเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยที่ ธปท.เตรียมพิจารณาลงทุนเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ การนำเงินสำรองระหว่างประเทศไปลงทุนในตลาดพันธบัตรของจีน เนื่องจากมองว่าในอนาคตสกุลเงินหยวนจะมีบทบาทมากขึ้นและจะเป็นสกุลเงินที่มีความมั่นคงพอสมควร รวมทั้งถือเป็นการกระจายการลงทุนเพื่อประโยชน์ของแบงก์ชาติ

          -  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง รายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ว่ารัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 138,979 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 7,310 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 55(ต.ค.54-ก.พ.55) รายได้รัฐบาลสุทธิมีจำนวนเท่ากับ 670,664 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 25,320 ล้านบาทโดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากอุทกภัย ทำให้การนำเข้าเพิ่มขึ้นมากและส่งผลให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาเข้าสูงกว่าเป้า โดยยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาเข้าสูงกว่าประมาณการ 5,781 และ 1,679 ล้านบาทตามลำดับ นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ได้นำส่งค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT) จำนวน 1,247 ล้านบาท ซึ่งเลื่อนมาจากเดือน ธันวาคม 2554 ส่วนภาษีน้ำมันจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 2,100 ล้านบาท หรือ 28.6% เป็นผลจากการขยายเวลาลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลเหลือลิตรละ 0.005 บาท จากเดิมที่ประมาณการว่าจะทยอยปรับอัตราภาษีขึ้นตั้งแต่เดือน มกราคม 2555 พร้อมระบุยอมรับว่า การขยายเวลาการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลของรัฐบาลจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2555 นี้

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 16 มี.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยในช่วงบ่ายค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงอ่อนลงเมื่อเทียบกับเมื่อวันพฤหัส อย่างไรก็ดีโดยรวมในสัปดาห์นี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท โดยในช่วงนี้ความต้องการซื้อดอลลาร์สหรัฐฯมีมากขึ้นจากการที่ตลาดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯไปในทางบวกมากขึ้น

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (16 มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่เยนจะอ่อนลงในช่วงบ่าย โดยภาพรวมขณะนี้ค่าเงินเยนถูกกดดันให้อ่อนค่าลงต่อเนื่องจากการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นเพื่อจัดการกับภาวะเงินฝืด ขณะที่ทางด้านสหรัฐฯดัชนีเศรษฐกิจชี้ไปในทางบวกอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนปรับตัวแข็งขึ้น

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (16 มี.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะอ่อนค่าลงในช่วงบ่าย โดยวันนี้ประธานกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) กล่าวว่า EFSF จะสมทบเงิน 1.091 แสนล้านยูโรให้แก่เงินทุนช่วยเหลือกรีซรอบสอง ซึ่งส่งผลให้โดยรวมแล้ว EFSF ได้สมทบเงิน 1.92 แสนล้านยูโรให้แก่โครงการช่วยเหลือ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และกรีซ ซึ่งจะทำให้เหลือเงินทุนอยู่อีก 2.48 แสนล้านยูโร โดยในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งขึ้น

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (16มี.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 0.15% ในขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.11% และ Nasdaq ลดลง 0.04% โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ปัจจัยลบจากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯวันนี้ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ อย่างไรก็ดีโดยรวมสัปดาห์นี้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวสูงขึ้น 2.40%จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ไปในทางบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (16มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นแกว่งตัวทั้งในแดนบวกและแดนลบในช่วงเช้าวันนี้จากผลของทั้งปัจจัยบวกและลบที่กระทบตลาด โดยปัจจัยบวกมาจากการที่ข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่รายสัปดาห์ของสหรัฐฯลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าและต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ ในขณะที่ปัจจัยลบมาจากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัส โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.06% สำหรับดัชนีตลาดหุ้นจีนในช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าบริษัทเหล่านี้จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการที่รัฐบาลจีนมุ่งเน้นจะสนับสนุนการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคในประเทศเพื่อที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง โดยวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.30%

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (16 มี.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี รับเหมาก่อสร้างและค้าปลีกบางบริษัท โดยในช่วงบ่ายดัชนียังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้วันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 18.24 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday767
mod_vvisit_counterAll days767

We have: 767 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 06, 2026

4234112