| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 24 April 2012 11:09 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - Citigroup ระบุว่า การประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ซึ่งได้รับการยืนยันจากชาติต่างๆ ในการให้เงินทุนสมทบกว่า 4.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยให้ IMF สามารถปกป้องเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ จากผลกระทบของวิกฤติหนี้ยุโรปนั้น ไม่ได้ทำให้นักลงทุนมองว่าเป็นเหตุผลหลักที่จะให้เข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ถึงแม้ว่าเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งสูงว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนการประชุม แต่ต่ำกว่าเป้าหมายเบื้องต้นจากก่อนหน้านี้ที่กำหนดไว้ที่ 5.0-6.0 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน จากการที่บราซิล, จีน, รัสเซีย และอินเดีย (BRIC) ได้ชะลอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายไปจนถึงเดือนมินายน ซึ่งความล้มเหลวในการมีส่วนร่วมในขั้นตอนนี้อาจจะทำให้เกิดความวิตกที่ว่า ประเทศดังกล่าวอาทิ จีน ยังคงมีท่าทีระมัดระวังจากผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากวิกฤติยุโรป และนั่นอาจจะทำให้เกิดความวิตกว่าไม่สามารถพึ่งพาการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจาก BRIC ในระยะสั้น เพื่อบรรเทาวิกฤติได้ ขณะที่กำลังรอสัญญาณการมีเสถียรภาพมากขึ้น
ยุโรป: เยอรมนี - มาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนี ขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตร่วงลงมาอยู่ที่ 50.9 ในเดือนเมษายน จากระดับ 51.6 ในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ ตัวเลขที่อยู่เหนือระดับ 50.0 บ่งชี้ถึงการขยายตัว ส่วนตัวเลขที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงการหดตัวลง - Ifo Institute for Economic Research สถาบันวิจัยชั้นนำของเยอรมนี รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นจาก 109.8 ในเดือนมีนาคม เป็น 109.9 ในเดือนเมษายน นับเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน สะท้อนเศรษฐกิจเยอรมนีแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยูโรโซน
ฝรั่งเศส - ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกในวันที่ 22 เมษายน 2555 นาย Francois Hollande หัวหน้าพรรค Socialist และนาย Nicolas Sarkozy ประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนปัจจุบัน ได้คะแนนเสียงสูงสุด 2 อันดับแรก โดยอยู่ที่ 28.5% และ 27.1% ของผู้มาลงคะแนนทั้งหมด ตามลำดับ ส่งผลให้นาย Hollande และนาย Sarkozy เตรียมเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม 2555
สเปน - สมาพันธ์ธนาคารออมทรัพย์แห่งสเปน (FUNCAS) คาดว่า เศรษฐกิจสเปนจะหดตัวลง 1.7% ในปี 2555 และจะหดตัวลงอีก 1.5% ในปี 2556 ซึ่งถือเป็นการคาดการณ์ที่ซบเซากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดว่าเศรษฐกิจของสเปนจะหดตัวลง 1.8% ในปีนี้ แต่อาจจะขยายตัวขึ้น 0.1% ในปีหน้า ขณะเดียวกัน FUNCAS คาดว่า อัตราว่างงานของสเปนจะสูงขึ้น 24.5% ในช่วงสิ้นปีนี้ และ 26.3% ในปีหน้า และย่ำแย่กว่าที่ IMF ได้จัดทำคาดการณ์เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ โดย IMF คาดว่า อัตราว่างงานของสเปนคาดว่า จะอยู่ที่ 24.2% ในปีนี้ และ 23.9% ในปีหน้า
สเปน - บรรดาสหภาพแรงงานของสเปนกำลังร่วมกันสนับสนุนการปะท้วงตามท้องถนนอีกครั้งเพื่อคัดค้านการปฏิรูปแรงงานและมาตรการรัดเข็มขัดในวันที่ 29 เมษายน นี้ หลังจากที่ประสบความล้มเหลวในการเจราจากับรัฐบาล ทั้งนี้ ผู้นำของสหภาพที่สำคัญ ซึ่งได้แก่ Union General de Trabajadores (UGT) และ Comisiones Obreras (CC.OO) ประกาศว่า นางฟาติมา ไบเนซ รมว.การจ้างงานของสเปนได้ปฏิเสธข้อเสนอที่จะเจรจาเกี่ยวกับการปฏิรูปแรงงานที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กัน โดยสหภาพระบุว่าการปฏิรูปแรงงานดังล่าวจะทำให้บริษัทต่างๆสามารถไล่พนักงานออกจากงานได้ง่ายขึ้น แทนที่จะมีจุดมุ่งหมายในการสร้างงานตามที่นายกรัฐมนตรีราจอยและบรรดารัฐมนตรีของเขาระบุไว้ เมื่อพิจารณาจากการที่การปฏิรูปดังกล่าวได้ลดค่าชดเชยที่บริษัทแห่งหนึ่งต้องจ่ายในการปลดพนักงานออกจากงาน
เอเชีย: จีน - ภาคอุตสาหกรรมของจีนหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยดัชนี PMI เบื้องต้นภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนเมษายนซึ่งจัดทำโดย HSBC Holdings Plc และ Markit Economics อยู่ที่ 49.1 เพิ่มขึ้นจาก 48.3 ในเดือนมีนาคม แต่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งชี้ถึงการหดตัว ทั้งนี้ดัชนีดังกล่าวส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม - นายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่าของจีนเปิดเผยระหว่างการเดินทางเยือนเยอรมนีว่า วิกฤติการเงินโลกยังไม่สิ้นสุด และนวัตกรรมด้านเทคนิคและการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเขากล่าวว่าจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกและมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก จะผลักดันการปฏิรูปโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการคุ้มครองทางกฏหมายที่ดีขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นความวิตกที่สำคัญสำหรับบริษัทของเยอรมนีที่กำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นในจีน ทั้งนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงสู่ 8.1% ในไตรมาสแรกของปี 2555 เมื่อเทียบรายปี จาก 8.9% ในไตรมาส 4/2554 โดยชะลอตัวลงเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน ทั้งนี้เศรษฐกิจของจีนและเยอรมนีซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกเช่นกันกำลังมีการเกี่ยวข้องกันมากขึ้น โดยการค้าทวิภาคีพุ่งขึ้นสู่ 1.30 แสนล้านยูโรในปี 2553จาก 9.4 หมื่นล้านยูโรในปี 2552 โดยเยอรมนีผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ซึ่งบริษัทของจีนจำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้า โดยจีนเป็นตลาดยักษ์ใหญ่สำหรับผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผลิตในเยอรมนี เช่น รถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าส่งออกของจีนไปยังเยอรมนีได้แก่เครื่องใช้ไฟฟ้า, ของเล่นและสิ่งทอ
เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่าความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเกาหลีใต้ชะลอตัวลงในปี 2554 เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นทั่วโลก รายงานของธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่าสัดส่วนโดยเฉลี่ยของกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท 1,488 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ และบริษัท 175 แห่งที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดนั้น อยู่ที่ระดับ 5.45% ของยอดขายในปี 2554 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลงจากระดับ 7.2% ของปี 2553 โดยต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในอุตสาหกรรมทุกประเภททำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตก็ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้รายงานของธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า ยอดขายของบริษัทเกาหลีใต้ขยายตัวขึ้น 14.1% ในปี 2554 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลงจากปี 2553 ที่สามารถขยายตัวได้ 16.9% ขณะที่อัตราการขยายตัวของสินทรัพย์ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 8.3% ในปี 2554 จากปี 2553 ที่ขยายตัวได้ 10.5%
ไทย - คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่าในวันที่ 25 เมษายน กกพ.จะพิจารณาเห็นชอบค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือค่า FT งวดใหม่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ซึ่งต้นทุนค่าไฟฟ้า FT งวดนี้อาจปรับเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 50 สตางค์ต่อหน่วย หลังราคาก๊าซธรรมชาติผันแปรตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น โดยแบ่งเป็นเฉพาะต้นทุนงวดนี้ปรับขึ้นกว่า 30 สตางค์ต่อหน่วย ขณะที่งวดที่แล้วไม่มีการปรับขึ้น 18 สตางค์ เพราะต้องการลดภาระผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมระบุว่าเพื่อเป็นการลดภาระประชาชน อาจให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมรับภาระส่วนหนึ่ง หลังงวดที่แล้วร่วมรับภาระไป 18 สตางค์ต่อหน่วย วงเงิน 8,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน จะนำวงเงินที่เหลือจากการลงทุนของ 3 การไฟฟ้า 3,000 ล้านบาท หรือประมาณ 6 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยเหลือลดต้นทุนในงวดนี้ด้วย
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 23 เม.ย.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการที่นักลงทุนผิดหวังกับตัวเลขผลประกอบการบริษัทในเอเซียรวมทั้งดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมของจีนเบื้องต้นเดือนเมษายนของ HSBC ที่ชี้ภาวะหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งในฝรั่งเศสซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงลง - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (23 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในวันนี้จากการที่ความต้องการถือเงินเยนมีมากขึ้นหลังจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกส่งผลให้นักลงทุนขายยูโรออกมาและถือสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้น - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (23 เม.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้จากการที่ตลาดการเงินกังวลว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศสจะส่งผลให้ความพยายามในการแก้วิกฤติหนี้ภูมิภาคชะงักลง โดยผลการเลือกตั้งรอบแรกนาย Francois Hollande ผู้ท้าชิงจากพรรคสังคมนิยมมีคะแนนนำประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าหากนาย Hollande ชนะการเลือกจะส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีในอนาคตในการแก้วิกฤติหนี้ยุโรป
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ ( 23 เม.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลง ขณะที่ความปั่นป่วนทางการเมืองในยุโรปทำให้เกิดความไม่แน่ใจเกี่ยวกับความสามารถของยูโรโซนในการผลักดันมาตรการต่างๆเพื่อยุติวิกฤติหนี้ และหุ้นวอลล์-มาร์ทดิ่งลงหลังมีรายงานว่าบริษัทขัดขวางการตรวจสอบการติดสินบน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 0.78% สู่ 12,927.17, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.84% สู่ 1,366.94 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 1.00% สู่ 2,970.45 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ ( 23 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของบริษัทในตลาดหุ้นแย่ลง เช่น Daewoo Engineering & Construction Co มีกำไรลดลง 38% ในไตรมาสแรก ขณะที่ Tokyo Steel Manufacturing Co มียอดการขาดทุนของทั้งปีสูงขึ้น ขณะเดียวกันดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนเมษายนเบื้องต้นที่จัดทำโดย HSBC ที่ชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมของจีนอาจหดตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และความกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในฝรั่งเศสก็ส่งผลลบต่อภาวะการลงทุนในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 0.20%, 0.76% และ 1.84% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (23 เม.ย)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้สวนทางกับทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มอาหารบางตัว ทั้งนี้แม้ปัจจัยแวดล้อมเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังเป็นลบ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับลดลงส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 5.25จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 เมษายน 2555
|






![]() | Today | 658 |
![]() | All days | 658 |
Comments