Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 02 May 2012 10:25

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ 8.0807 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯหลังจากลดลง 1.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5%

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.8 จากระดับ 53.4 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 53

- ยอดการใช้จ่ายส่วนบุคคลในเดือนมีนาคมขยายตัว 0.3% จากที่ขยายตัว 0.9% ในเดือนก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 0.4% และเมื่อพิจารณาร่วมกับเงินเฟ้อ การใช้จ่ายส่วนบุคคลจะขยายตัว 0.1% ขณะที่รายได้ส่วนบุคคล (Personal Income) ปรับตัวสูงขึ้น 0.4% จากที่ขยายตัว 0.3% ในเดือนก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 3 เดือน และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนรายด้หลังหักภาษีเพิ่มขึ้น 0.2% ทั้งนี้ อัตราการบริโภคที่ขยายตัวช้ากว่ารายได้ ส่งผลให้อัตราการออมขยายตัว 3.8% จากที่ขยายตัว 3.8% ในเดือนกุมภาพันธ์

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ในเดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 56.2 ลดลงจากระดับ 62.2 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 61.0 เนื่องจากยอดสั่งซื้อใหม่ลดลง อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่อยู่เหนือ 50 ยังถือว่ามีการขยายตัวสำหรับดัชนีการจ้างงานซึ่งเป็นองค์ประกอบในการคำนวณดัชนี PMI นั้น ขยายตัวสู่ระดับ 58.7 จากระดับ 56.3 แต่ยอดสั่งซื้อใหม่ลดลงสู่ระดับ 57.4 จากระดับ 63.3 ในเดือนก่อน

- ยอดขายปลีกซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการทบทวนแล้วในเดือนมีนาคมขยายตัว 0.8% (m-o-m) (ซึ่งเท่ากับตัวเลขที่ประกาศเบื้องต้นก่อนหน้านี้) จากที่ขยายตัว 1.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ยอดขายปลีกที่ไม่นับรวมหมวดยานยนต์และพาหานะขยายตัว 0.8% (m-o-m) จากที่ขยายตัว 1.0% ในเดือนกุมภาพันธ์

- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คาดว่า รัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะระดมทุนผ่านการกู้ยืมเงินจากตลาดทุน เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น 1.82 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าที่มีการประมาณการไว้ก่อนหน้าที่ 1.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้สำนักงานงบประมาณแห่งรัฐสภาสหรัฐ (CBO) คาดการณ์ว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.079 ล้านล้านดอลลาร์ในงบประมาณ 2555 ซึ่งเป็นสถิติที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยระบุว่า แม้ยอดขาดดุลงบประมาณในปีงบ 2555 จะน้อยกว่าในปีงบ 2554 ที่อยู่ ณ ระดับ 1.296 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเคลื่อนไหวที่ระดับต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากรัฐบาลกลางสหรัฐมีเงินได้จากการจัดเก็บภาษีน้อยลง หลังเศรษฐกิจชะลอตัว

- ยอดขายรถใหม่ที่จัดทำโดย Autodata Corp. ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านอุตสาหกรรมรถยนต์ชั้นนำของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% สู่ระดับ 1,184,447 คัน ทำสถิติปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 11 เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยGeneral Motors (GM) ยังคงเป็นค่ายรถยนต์ที่ทำยอดขายอันดับ 1 แม้ว่ายอดขายจะลดลง 8.2% มาอยู่ที่ระดับ 213,387 คัน แต่มีส่วนแบ่งตลาด 18% ตามมาด้วย Ford Motors ที่ทำยอดขายลดลง 5.1% สู่ระดับ 179,658 คัน ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 15.2% ขณะที่อันดับต่อไปยังคงเป็นยอดขายรถของค่าย Toyota Motor Chrysler Group และ Honda Motor ตามลำดับ

 

อังกฤษ

- นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวเตือนว่า วิกฤติหนี้ยูโรโซนยังไม่ได้ผ่านพ้นแม้ช่วงครึ่งทาง ในขณะที่ระบุว่า ยูโรโซนเป็นสาเหตุของภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำสองของอังกฤษ เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นในยูโรโซนเป็นความตึงเครียดอย่างมากระหว่างเงินยูโรที่ประเทศต่างๆพบว่าปรับตัวรับได้ยากลำบากมาก พร้อมกับนโยบายเศรษฐกิจแบบเดียว

 

สเปน

- ชาวสเปนกว่า 40,000 คนได้ออกมาชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านมาตรการลดงบประมาณการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและการศึกษาของรัฐบาลภายใต้การนำของนายมาริอาโน ราฮอย ซึ่งรัฐบาลสเปนประกาศใช้มาตรการลดการใช้จ่าย ได้แก่ การงบประมาณด้านสาธารณสุขและการศึกษาลง 1 หมื่นล้านยูโร หรือ 1.32 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมาก

 

กรีซ

- นายอีแวนเจลอส เวนิเซลอส ผู้นำพรรคสังคมนิยมของกรีซ (PASOK)  ให้คำมั่นในการนำพากรีซให้รอดพ้นจากวิกฤติหนี้ภายในปี 2558 หากพรรค PASOK ชนะการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้นอกจากนี้ ยังให้คำมั่นที่จะผ่อนคลายภาระด้านภาษีสำหรับชาวกรีซที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง และจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขยายตัวของประเทศที่ประสบปัญหาหนี้สิน

 

เนเธอร์แลนด์

- รัฐบาลเนเธอร์แลนด์และพรรคฝ่ายค้านเห็นชอบมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณ ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 19% เป็น 21% การคงเงินเดือนข้าราชการ เพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ให้เหลือ 3% ตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ การตกลงเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างเร่งด่วนหลังจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ประกาศยุบสภาในวันที่ 23 เมษายน 2555 เนื่องจากมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณมูลค่า 14 พันล้านยูโรไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ

 

ไอร์แลนด์

- นายไมเคิล นูนัน รมว.คลังไอร์แลนด์ ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่า ไอร์แลนด์อาจจะติดต่อขอเงินทุนช่วยเหลือต่อไปจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หากประชาชนลงมติปฏิเสธสนธิสัญญาการคลังของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งการลงมติปฏิเสธสนธิสัญญาการคลังอียู จะทำให้ไอร์แลนด์ไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือภายใต้กลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) แต่จะทำให้ไอร์แลนด์ต้องหันไปพึ่งไอเอ็มเอฟ ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ของไอเอ็มเอฟกล่าวว่า ไอร์แลนด์จะขอการสนับสนุนด้านเงินทุนต่อไป หลังจากที่แผนในปัจจุบันสิ้นสุดลงในปี 2556

 

เอเชีย: จีน

- ผู้อำนวยการสำนักงานชำระบัญชี ในสังกัดสำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) กล่าวว่า ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศของจีน ขยายตัวขึ้นในอัตรา 32% ในปี 2554 สู่ระดับ 1.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเขากล่าวว่า SAFE จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเงินหยวนในบัญชีทุนให้เป็นไปอย่างรอบคอบและมีแบบแผน และส่งเสริมให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยของจีนลงทุนในต่างประเทศ

- ดัชนี PMI ของจีนจากการจัดทำของ China’s statistics bureau and logistics federation ชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัวในอัตราที่เร่งตัวขึ้นในเดือนเมษายน โดยดัชนี PMI เดือนเมษายนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 53.3 จากระดับ 53.1 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดใน 1 ปี  แต่ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดว่าจะอยู่ที่ 53.6 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงการขยายตัว

 

สิงคโปร์

- อัตราการว่างงานของสิงคโปร์ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดหมายเนื่องจากผลของวิกฤติหนี้ในยุโรป โดยกระทรวงแรงงานของสิงคโปร์รายงานว่าอัตราการว่างงานของสิงคโปร์ในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.1% จากระดับ 2% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยภาคอุตสาหกรรมมีการลดการจ้างงานลงหลังจากความต้องการสินค้าลดลง โดยการส่งออกสินค้าอิเลคทรอนิกส์ในเดือนมีนาคมลดลงอย่างไม่คาดหมาย ขณะที่ความต้องการสินค้าปิโตรเคมีจากจีนลดลง

- ธนาคารกลางสิงคโปร์กล่าวว่าการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาไม่สามารถลดแรงกดดันจากเงินเฟ้อได้มากนัก เนื่องจากความพยายามของทางการสิงคโปร์ในการลดแรงงานต่างชาติส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น ทั้งนี้ธนาคารกลางสิงคโปร์ดำเนินมาตรการควบคุมอัตราเงินเฟ้อโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือ โดยเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมาธนาคารกลางสิงคโปร์แถลงว่าธนาคารกลางฯจะยอมให้ค่าเงินของสิงคโปร์แข็งเร็วขึ้นเนื่องจากข้อมูลชี้ว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์ฟื้นตัวขึ้นในไตรมาสแรก  โดยธนาคารกลางสิงคโปร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์ปีนี้จะขยายตัวประมาณ 1-3%

 

เกาหลีใต้

- การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงเนื่องจากความต้องการสินค้าจากยุโรปลดลง โดยสำนักงานสถิติของเกาหลีใต้รายงานว่าผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 14.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 2.2%

- การส่งออกของเกาหลีใต้ในเดือนเมษายนลดลง 4.7% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากลดลง 1.4% ในเดือนมีนาคม ทั้งนี้การลดลงดังกล่าวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 1.1%

 

ออสเตรเลีย

- ธนาคารกลางออสเตรเลียลดอัตราดอกเบี้ยลง  0.50% จากการที่แรงกดดันจากเงินเฟ้อลดลง โดยอัตราดอกเบี้ยเป้าหมาย overnight cash rate ลดลงจาก 4.25% มาอยู่ที่ 3.75% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดใน 2 ปี

 

อินโดนีเซีย

- อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียเร่งตัวขึ้นมาอยุ่ที่ระดับสูงสุดใน 7 เดือน โดยสำนักงานสถิติของอินโดนีเซียรายงานว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนอยู่ที่ 4.5% สูงขึ้นจากเดือนมีนาคมซึ่งอยู่ที่ 3.97% และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ซึ่งอยู่ที่ 4.46%

 

อินเดีย

- การส่งออกของอินเดียในเดือนมีนาคมลดลงเป็นครั้งแรกนับจากปี 2552 ทั้งนี้เป็นผลมาจากวิกฤติหนี้ในยุโรปและการขยายตัวชะลอลงของเศรษฐกิจจีนซึ่งส่งผลให้ความต้องการสินค้าลดลง โดยทางการของอินเดียรายงานว่าการส่งออกในเดือนมีนาคมลดลง 5.7% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 24.3% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 13.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ไทย

- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือนมีนาคม 2555 ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยระดับการผลิตในหลายอุตสาหกรรมปรับขึ้นมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดอุทกภัย ส่งผลให้การส่งออกในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ต่อเนื่อง ขณะที่เสถียรภาพเศรษฐกิจ หนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อการค้าและการกู้ของธนาคารพาณิชย์เพื่อปรับฐานะเงินตราต่างประเทศ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้นจากราคาพลังงานเป็นสำคัญ พร้อมระบุ ในไตรมาสแรกเศรษฐกิจฟื้นตัวทุกภาค การจ้างงานก็กลับมาปกติ รถยนต์ฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดจากเดิมที่คาดว่าจะฟื้นในไตรมาส 2 ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟก็ฟื้นตัวในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ภาครัฐยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น หลังพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ การจ้างงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง

- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ยอดการส่งออกในเดือนมีนาคม 2555 หดตัว 6.8% (y-o-y) ตามการลดลงของยอดการส่งออกสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ จากราคายางพาราที่ลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณการส่งออกข้าวที่ลดลงเนื่องจากราคาส่งออกของไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ขณะที่ยอดการนำเข้าขยายตัว 21.5 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า อีกทั้งในเดือนนี้ยังมีปัจจัยพิเศษที่ทำให้การนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในประเทศสำรองน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อปัญหาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับมีโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งนำเข้าเพื่อเร่งผลิตก่อนการปิดซ่อมบำรุงในเดือนพฤษภาคมสำหรับภาคการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างประเทศมีจำนวน 1.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12.2% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ญี่ปุ่น และลาว ส่งผลให้อัตราการเข้าพักที่ปรับฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่กลับมาแม้จะมีเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนก่อน

- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนมีนาคม 2555 อยู่ที่ระดับ 55.5 โดยความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทั้งในกลุ่มผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมและมิใช่อุตสาหกรรมปรับดีขึ้นในเกือบทุกองค์ประกอบ ยกเว้นองค์ประกอบด้านต้นทุนที่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ต่อเนื่อง ขณะที่ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการเห็นว่าภาวะธุรกิจจะปรับดีขึ้นจากปัจจุบัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 54.7

- ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.47% (y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 114.78 ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 2.9% ขณะที่เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 0.42% (m-o-m) สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงานเพิ่มขึ้น 2.13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 107.84 และเพิ่มขึ้น 0.10% จากเดือนก่อนหน้า พร้อมระบุยังคงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในไตรมาส 2/2555 ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังมองว่าความผันผวนของราคาน้ำมันน้อยลงในไตรมาสนี้

- ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบต่ออายุมาตรการรถเมล์และรถไฟฟรี ไปจนถึงสิ้นสุดปีงบประมาณ 2555 (ในวันที่ 30 กันยายน 2555) เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเบื้องต้นประเมินว่ารัฐบาลจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายครั้งนี้ราว 1.67 พันล้านบาท  โดยแบ่งเป็น โครงการรถเมล์ฟรี 800 คัน/วันใน 73 เส้นทางจำนวน 1,208 ล้านบาท ขณะที่โครงการรถไฟฟรี ในส่วนรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม จำนวน 164 ขบวน/วัน และรถไฟชั้น 3 ระยะทางไกล ในขบวนรถเชิงพาณิชย์ จำนวน 8 ขบวน/วัน ประเมินค่าใช้จ่ายในวงเงิน ประมาณ 458 ล้านบาท  โดยระบุมอบหมายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กู้เงินเพื่อชดเชยการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ และให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ให้แก่ขสมก.และรฟท.ต่อไป

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์-อังคาร ( 30 เม.ย.-1 พ.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันจันทร์โดยจากการคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯอาจใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบสามส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ สำหรับในวันอังคารค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ในช่วงเช้า อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันอังคาร

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์-อังคาร ( 30 เม.ย.-1 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในวันจันทร์ โดยจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสแรกขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าและต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับมาตรการ QE รอบที่สาม สำหรับในวันอังคารค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าหลังจากที่เงินเยนแข็งขึ้นมากในวันจันทร์

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์-อังคาร ( 30 เม.ย.-1 พ.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯแต่อ่อนลงเมื่อเทียบกับเยนในช่วงเช้าวันจันทร์ ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสเปนไตรมาสแรกที่จะเผยแพร่ในวันจันทร์จะชี้ว่าเศรษฐกิจสเปนหดตัว 0.4% หลังจากไตรมาสก่อนหน้าหดตัว 0.3% โดยตัวเลขที่ออกมาในช่วงบ่ายเศรษฐกิจสเปนหดตัว 0.3% สำหรับในวันอังคารค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้า โดยดอลลาร์สหรัฐฯช่วงนี้ถูกกดดันให้อ่อนค่าลงหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยช่วงบ่ายค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์-อังคาร ( 30 เม.ย.-1 พ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงในวันจันทร์จากการที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯและสเปน สำหรับในวันอังคารดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯสูงขึ้นจากการที่ข้อมูลชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯขยายตัวสูงเกินคาดในเดือนเมษายน

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์-อังคาร ( 30 เม.ย.-1 พ.ค.) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและจีนปิดตลาดในวันจันทร์ โดยตลาดเอเซียอื่นๆส่วนใหญ่ดัชนีปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากรายงานผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่งทั้งในสหรัฐฯและเอเซีย ประกอบกับนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียจะลดอัตราดอกเบี้ยในวันอังคาร โดยดัชนีอั่งเส็ง และดัชนีคอมโพสิตเกาหลีใต้ปิดเพิ่มขึ้น 1.70% และ 0.34% ตามลำดับ สำหรับในวันอังคารดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.78% จากการที่บริษัทญี่ปุ่นลดการคาดการณ์กำไรและมองแนวโน้มการส่งออกแย่ลงหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวชะลอลงรวมทั้งเงินเยนแข็งค่าขึ้น สำหรับตลาดหุ้นอื่นๆในเอเชียส่วนใหญ่ปิดตลาดในวันอังคาร

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (30 เม.ย)ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดวันจันทร์เพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศโดยตลาดได้ปัจจัยบวกจากการที่รายงานผลประกอบการบริษัททั้งในสหรัฐฯและเอเซียที่ออกมาในทางบวก โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงาน ทั้งนี้ในช่วงบ่ายดัชนียังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 16.71 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1035
mod_vvisit_counterAll days1035

We have: 1032 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 07, 2026

4243048