| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 04 May 2012 10:09 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เดือนเมษายนลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53.5 จุด จากระดับ 56 จุดในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ส่งสัญญาณว่าภาคบริการซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัว หลังมีการจ้างงานที่ลดลงในภาคบริการ โดยดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ในภาคบริการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53.5 จุด จากระดับ 58.8 จุดในเดือนก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่ดัชนีการจ้างงานในภาคบริการลดลงสู่ระดับ 54.2 จุด จากระดับ 56.7 จุดในเดือนก่อน และดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจในภาคบริการลดลงสู่ระดับ 54.6 จุด จากระดับ 58.9 จุดในเดือนมีนาคม - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 เมษายน ลดลง 27,000 ราย มาอยู่ที่ 365,000 ราย จากระดับ 392,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 388,000 รายในรายงานก่อนหน้านี้ ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 379,000 ราย สำหรับจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 750 ราย มาอยู่ที่ 383,500 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 เมษายน ลดลง 53,000 ราย สู่ระดับ 3.28 ล้านราย - ประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ในไตรมาส 1/2555 ลดลง 0.5% (q-o-q: annual rate) หลังจากเพิ่มขึ้น 1.2% ในไตรมาส 4/2554 และต้นทุนแรงงานต่อหน่วย (Unit labor cost) เพิ่มขึ้น 2.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.7% ในไตรมาสก่อน
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1% ตามคาด ขณะที่นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรปยังคงคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ โดยมีอุปสงค์จากต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ยต่ำในยูโรโซน และมาตรการทางนโยบายเป็นปัจจัยขับเคลื่อน แม้แนวโน้มเศรษฐกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้ยุโรปก็ตาม - อัตราว่างงานในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 10.9% ในเดือนมีนาคม จาก 10.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปีนับแต่เริ่มใช้เงินยูโรในปี 2542 ทั้งนี้ อัตราว่างงานยูโรโซนที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยถ่วงจากตัวเลขในสเปน ซึ่งครองแชมป์ว่างงานสูงสุดที่ 24.1% ทั้งนี้ เศรษฐกิจยูโรโซนกำลังเผชิญปัญหาการปรับตัวขาลง ขณะที่รัฐบาลประเทศต่างๆพยายามเดินหน้ามาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดเพื่อจัดการภาระหนี้สินของประเทศ แต่ในทางกลับกันก็ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ย่ำแย่
เยอรมนี - กระทรวงแรงงานเยอรมนีรายงานจำนวนผู้ว่างงานของเยอรมนีเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 19,000 คน ส่งผลให้ล่าสุดมีจำนวนผู้ว่างงาน 2.87 ล้านคน เนื่องจากวิกฤตการเงินในยูโรโซนส่งผลให้ภาคเอกชนชะลอการจ้างงาน ทั้งนี้ ปัจจุบันอัตราว่างงานของเยอรมนีอยู่ที่ 6.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี
อังกฤษ - นายเมอร์วิน คิง ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ กล่าวว่า เศรษฐกิจอังกฤษมีการฟื้นตัวที่อ่อนแอและเชื่องช้ากว่าที่คาด ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงเกินไป พร้อมเตือนว่าวิกฤติหนี้ของยุโรปยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลงและจะยังคงเป็นปัจจัยถ่วง ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อรายปีของอังกฤษอยู่ที่ 3.5% ในเดือนมีนาคม ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ธนาคารกลางอังกฤษตั้งไว้ที่ 2%
กรีซ - S&P ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซ 4 ขั้น จาก SD (Selective Default) เป็น CCC เนื่องจากการ Swap พันธบัตรรัฐบาลกรีซมูลค่า 107 พันล้านยูโรซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันที่ 25 เมษายน 2555 ส่งผลให้รัฐบาลกรีซสามารถลดหนี้สาธารณะลงได้ราว 1 ใน 3 ของจำนวนหนี้ทั้งหมด
สเปน - ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสเปนหดตัวลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีในเดือนเมษายน โดยร่วงลงสู่ระดับ 43.5 จาก 44.5 ในเดือนมีนาคม ซึ่งบ่งชี้ว่าภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจจะยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง - ธนาคารกลางสเปนระบุว่าสเปนมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 5.9 พันล้านยูโรในเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้นจากที่ขาดดุล 5.3 พันล้านยูโรในช่วงเดียวกันปีก่อน
เอเชีย: - จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ตกลงที่จะเพิ่มการลงทุนในพันธบัตรระหว่างกันมากขึ้น โดยทั้งสามประเทศต้องการที่จะเพิ่มความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยทั้งสามประเทศแถลงการณ์ดังกล่าวหลังการประชุมระหว่างผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีคลังของทั้งสามประเทศที่ฟิลิปปินส์ โดยรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวว่าญี่ปุ่นจะเริ่มต้นด้วยการซื้อพันธบัตรเกาหลีใต้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกระจายการลงทุนของทุนสำรองจำนวนมหาศาลของประเทศ โดยจะเริ่มซื้อในช่วงแรกในปริมาณที่ไม่มากนัก
จีน - สหพันธ์การจัดซื้อฯ ของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนในเดือนเมษายนปรับตัวลดลง 1.9 จุดจากเดือนมีนาคมมาอยู่ที่ระดับ 56.1 จุด อย่างไรก็ตาม ดัชนีที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 จุดบ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยนายไค จิน รองประธาน CFLP กล่าวว่าราคานำเข้าสินค้าและราคาสินค้าที่ใช้ในการคำนวณดัชนีปรับตัวลดลงจากเดือนมีนาคมและอยู่ต่ำกว่าระดับเฉลี่ย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของจีนเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์ในวงกว้างว่าการขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 3.3% ในเดือนเมษายน ก่อนหน้านี้ CFLP ระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนเมษายนของจีนขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 53.3 จุด เพิ่มขึ้น 0.2 จุดจากเดือนมีนาคม และมากกว่าเดือนเมษายนปีที่แล้วที่ระดับ 52.9 จุด - นายเซิน เจียงกวาง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของมิซูโฮ ซิเคียวริตีส์ เอเชีย กล่าวว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่ทรุดตัวลงอย่างรุนแรง เนื่องจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตชี้ถึงการขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางการจีนรายงานก่อนหน้านี้ว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 53.3 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันและแตะสถิติสูงสุดในรอบ 12 เดือน โดยเขากล่าวว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2 หรือไม่จะขึ้นอยู่กับการปรับนโยบายในระดับมหภาค เช่น การปรับโครงสร้างเงินกู้ในระยะกลางและระยะยาว และการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
ไทย - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า มีความเป็นห่วงปริมาณการสำรองไฟฟ้าในปี 2556 เนื่องจากยังไม่มีโรงไฟฟ้าใหม่เข้าระบบเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 31,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา มีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) อยู่ที่ 26,121 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 2,100 เมกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติจำนวน 3 โรง ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงมาก ทั้งนี้คาดว่าในปีนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวกว่า 6%
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (3 พ.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในวันนี้ตามทิศทางที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเช่นเยนและยูโรจากการที่ความต้องการถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีมากขึ้นท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับยุโรปรวมทั้งการลดการคาดการณ์แนวโน้มเกี่ยวกับการใช้มาตรการทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (3 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธ ทั้งนี้ภาวะที่ตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการใช้มาตรการทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯให้แข็งขึ้นในช่วงนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (3 พ.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธจากการที่ดัชนีภาคการผลิตและตัวเลขการจ้างงานในยุโรปสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนมากขึ้น โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้จะมีการพูดเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการทางการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันการที่สเปนจะมีการประมูลพันธบัตรอายุ 3 ปีและ 5 ปีในวันนี้ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าสเปนจะตามหลัง กรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส ในการขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศก็ส่งผลกดดันค่าเงินยูโรในช่วงนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (3 พ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง หลังข้อมูลเศรษฐกิจส่งสัญญาณไร้ทิศทางต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก่อนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนเมษายน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 61.98 จุด หรือ 0.47% สู่ 13,206.59, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 10.74 จุด หรือ 0.77% สู่1,391.57 และดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลง 35.55 จุด หรือ 1.16% สู่ 3,024.30 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (3 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ดัชนี PMI ภาคบริการของจีนชี้ถึงการเติบโตที่ชะลอลง ขณะเดียวกันตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯและยุโรปก็เพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยวันนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการ ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นฮ่องกงได้ปัจจัยลบจากรายงานข่าว Temasek Holdings ขายหุ้นของ China Construction Bank โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.28% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.07% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (3 พ.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงแรกก่อนที่จะลดลงในเวลาต่อมา โดยปัจจัยในต่างประเทศโดยรวมส่งผลลบต่อตลาดในวันนี้ เช่น ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ เดือนเมษายนที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาด และดัชนี PMI ภาคบริการของจีนที่ชี้การเติบโตในอัตราที่ชะลอลง อย่างไรก็ดีในช่วงเช้าดัชนีปิดเป็นบวกเล็กน้อย โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มปิโครเคมี และมีแรงขายมากในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ สำหรับในช่วงบ่ายดัชนีแกว่งตัวในช่วงแคบๆ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.97 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม 2555
|






![]() | Today | 645 |
![]() | All days | 645 |
Comments