Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 17 May 2012 09:19

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

-  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ซึ่งครอบคลุมถึงผลผลิตในเหมืองแร่ โรงงาน และสาธารณูปโภคพื้นฐานในเดือนเมษายน ขยายตัว 1.1% จากที่หดตัว 0.6% ในเดือนมีนาคม และขยายตัว 0.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ จากเดิมที่รายงานว่าทรงตัวทั้งสองเดือน ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553 สำหรับการผลิตของภาคการผลิต ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดในผลผลิตอุตสาหกรรมโดยรวม เพิ่มขึ้น 0.6% จากที่ลดลง 0.5% ในเดือนมีนาคม โดยการผลิตของโรงงานขยายตัวอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวจากภาวะถดถอยเมื่อกว่า 2 ปีที่แล้ว ส่วนการผลิตในภาคสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 4.5% และการผลิตของภาคเหมืองแร่เพิ่มขึ้น 1.6% สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 79.2% ในเดือนเมษายน สูงสุดตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2551 โดยเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือนมีนาคม แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2515-2554 อยู่ 1.1%

-  ยอดการเริ่มก่อสร้างบ้านหใม่ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.6% (m-o-m) ที่ระดับ 717,000 ยูนิต จากระดับ 699,000 ยูนิตในเดือนมีนาคม และเมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง 29.9% (y-o-y) ส่งสัญญาณให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มฟื้นตัว สำหรับยอดการเริ่มก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว (single family) เพิ่มขึ้น 2.3% ส่วนการเริ่มสร้างบ้านสำหรับครอบครัวขยาย (multifamily) เพิ่มขึ้น 3.2% อย่างไรก็ตาม ยอดการอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 7% สู่ระดับ 715,000 ยูนิต จากระดับ 769,000 ยูนิต ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 หรือในรอบกว่า 3 ปีครึ่ง โดยยอดการอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น 1.9% สู่ระดับ 475,000 ยูนิต ส่วนการอนุญาตสร้างบ้านสำหรับครอบครัวขยายลดลง 20.8% สู่ระดับ 240,000 ยูนิต

-  รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ประชุมในวันที่ 24-25 เมษายนที่ผ่านมา ระบุถึงความเป็นไปได้ของการออกมาตรการกระตุ้นด้านการเงินรอบใหม่เพื่อหนุนเศรษฐกิจ

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนในไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัวที่ระดับ 0% เมื่อเทียบทั้งรายไตรมาสและรายปี หรือหมายความว่าเศรษฐกิจไม่มีการขยายตัวในช่วงดังกล่าว สำหรับเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (อียู) ในไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัว 0% เช่นกันเมื่อเทียบรายไตรมาส อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี เศรษฐกิจอียูขยายตัว 0.1%

-  องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า อัตราว่างงานในยุโรปขยับขึ้น 0.1% สู่ระดับ 10.9% ในเดือนมีนาคม สูงกว่าอัตราว่างงานต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.3% ในเดือนมีนาคม 2551 ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติของ OECD บ่งชี้ว่า อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นในบางประเทศในยุโรป เช่น โปรตุเกสเพิ่ม 0.3% เป็น 15.3%, อิตาลี 0.2% เป็น 9.8%, เนเธอร์แลนด์ 0.1% เป็น 5%

 

เยอรมนี

-  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป หรือ ZEW เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสภาพเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้า ทรุดลงแตะ 10.8 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 23.4 ในเดือนเมษายน ซึ่งลดลงมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 19 โดยดัชนีความเชื่อมั่นเดือนพฤษภาคม ถือเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และเป็นการร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม

-  หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส ดอยช์แลนด์ของเยอรมนีรายงานว่า เยอรมนีเรียกร้องให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ชำระคืนเงินประกันจำนวน 3.5 หมื่นล้านยูโร (4.46 หมื่นล้านดอลลาร์) แก่กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) ทั้งนี้ อีซีบีได้รับเงินประกันดังกล่าวจาก EFSF เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในระหว่างการสว็อปพันธบัตรรัฐบาลกรีซในเดือนมีนาคม

-  ข้อมูลเศรษฐกิจในเชิงบวกจากเยอรมนีได้ช่วยดึงเศรษฐกิจของยูโรโซนให้พ้นจากการใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงต้นปี 2555 แต่ภาวะเศรษฐกิจยุโรปก็ยังคงมีความแตกต่างกันอย่างมาก ในขณะที่ยุโรปใต้เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจหดตัว และฝรั่งเศสเผชิญภาวะชะงักงัน ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศโดยรวมของยูโรโซนไม่เปลี่ยนแปลงในไตรมาสแรกหลังร่วงลงเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งหมายความว่า ยูโรโซนสามารถหลีกเลี่ยงการถลำลงสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างเฉียดฉิว โดยภาวะดังกล่าวยังดีกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ถึงการหดตัวลง 0.2% ซึ่งหากจีดีพีหดตัวลง 2 ไตรมาสติดต่อกัน ก็จะหมายถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2552ส่วนจีดีพีของเยอรมนี ปรับตัวขึ้น 0.5% ต่อไตรมาส ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้และเป็นแรงหนุนยูโรโซน

 

อิตาลี

-  มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารของอิตาลี 26 แห่ง ซึ่งรวมธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อันดับ 1-5 ของอิตาลี ได้แก่ ยูนิเครดิต,อินเตซา ซานเปาโล,บังกา มอนเต เดอี ปาสกี, บังโก โปโปลาเร และยูเนียน ดิ บังคี อิตาเลียเน โดยระบุถึงการดำเนินงานที่ท้าทายมากขึ้นของธนาคารดังกล่าวเนื่องจากวิกฤตหนี้ยุโรปยังคงถ่วงเศรษฐกิจของอิตาลี ขณะที่ระบุว่าธนาคารทุกแห่งยังมีแนวโน้มในเชิงลบ โดยมูดี้ส์มีการปรับลดดังนี้:-

 

จำนวนธนาคาร  จำนวนขั้นที่ถูกปรับลดเครดิต

10 แห่ง           1  ขั้น

8 แห่ง           2  ขั้น

6 แห่ง           3  ขั้น

2 แห่ง           4  ขั้น

 

-  มูดี้ส์ระบุว่าธนาคารในอิตาลีเผชิญความท้าทายจากศักยภาพในการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาล รวมทั้งภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายมากขึ้นจากมาตรการรัดเข็ดขัดล่าสุด ขณะที่มีความเสี่ยงมากขึ้นด้านคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร ประกอบผลกำไรที่อ่อนแอ ท่ามกลางการเข้าถึงตลาดระดมทุนที่เป็นไปอย่างจำกัด

 

อังกฤษ

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษเปิดเผยว่า ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอังกฤษในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 2.7 พันล้านปอนด์ ปรับลดลงหลังจากที่ขาดดุล 2.9 พันล้านปอนด์ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยยอดขาดดุลการค้าสินค้าของอังกฤษอยู่ที่ 8.6 พันล้านปอนด์ในเดือนมีนาคม ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน แต่ภาคบริการกลับมียอดเกินดุลที่ราว 5.8 พันล้านปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากยอดเกินดุล 5.6 พันล้านปอนด์ในเดือนกุมภาพันธ์

 

กรีซ

-  นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินผลกระทบของการที่กรีซต้องออกจากยูโรโซน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ไอเอ็มเอฟจะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แต่ก็จะต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่อาจจะมีขึ้น

-  หลังจากที่กรีซประสบความล้มเหลวในการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งทำให้กรีซต้องเตรียมจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ของกรีซมีแนวโน้มว่าจะทำให้เกิดภาวะผันผวนทางการเมืองต่อไปอีก นอกจากนี้ โพลล์หลายสำนักชี้ว่า พรรค Syriza ซึ่งต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของกรีซในไตรมาสแรกปีนี้ ปรับตัวลดลง 6.2% (y-o-y) จากที่หดตัวลง 7.5% ในไตรมาส 4 ปี 2554 ทางด้านสหภาพยุโรป (อียู) คาดการณ์ว่าจีดีพีกรีซจะหดตัวลง 4.7% ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นภาวะถดถอยเป็นปีที่ 5 และคาดว่า เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวในปี 2557

-  ประธานาธิบดีคาโรลอส ปาปูลิอาสของกรีซ กล่าวว่า ชาวกรีซได้พากันถอนเงินฝากจำนวน 700 ล้านยูโร (898 ล้านดอลลาร์) จากธนาคารของประเทศแล้วตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับสภาพคล่องของภาคการธนาคาร ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองกรีซที่อยู่ในภาวะยุ่งเหยิง

 

เอเชีย: จีน

-  จีนถือครองตราสารหนี้ของสหรัฐฯในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นอีก 1.3% รวมเป็นการถือครองทั้งสิ้น 1.17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้จีนยังคงเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่อันดับสองมียอดการถือครองตราสารหนี้ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 1.08 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ญี่ปุ่น

-  ยอดคำสั่งซื้อเครื่องจักรของญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมลดลงน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เนื่องจากโครงการบูรณะความเสียหายจากแผ่นดินไหวปีก่อนช่วยสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นรายงานว่ายอดคำสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนมีนาคมลดลง 2.8% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 2.8% โดยนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่ายอดคำสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนมีนาคมจะลดลง 3.5%

-  นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวสูงในไตรมาสแรกปีนี้และค่อยๆขยายตัวในอัตราที่ลดลงต่อเนื่องในปีนี้เนื่องจากผลของการฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวลดลง โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะแถลงตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสแรกในวันพฤหัสบดี ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 3.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ( annualized) หลังจากไตรมาสที่ 4 ปีก่อนเศรษฐกิจหดตัว 0.7%

 

ออสเตรเลีย

-  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียในเดือนพฤษภาคมคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับที่ต่ำสุดของปีนี้แม้ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% โดยผู้บริโภคออสเตรเลียกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้Westpac Banking Corp และ Melbourne Institute survey แถลงว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 95.3 โดยหากเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนดัชนีฯลดลง 8.3%

 

เกาหลีใต้

-  การจ้างงานในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน อย่างไรก็ดีอัตราการว่างงานไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน โดยสำนักงานสถิติของเกาหลีใต้รายงานว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมาจำนวนผู้มีงานทำในประเทศเพิ่มขึ้น1.9% จากเดือนเดียวกันปีก่อนมาอยู่ที่ 24.76 ล้านคน ขณะที่อัตราการว่างงานคงที่อยู่ที่ 3.4%

 

ไทย

-  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) รายงานว่า ยอดการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้(ม.ค.-เม.ย.55) มีทั้งสิ้น 407 โครงการ ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 155,489 ล้านบาท โดยมีจำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 336 โครงการ ขณะที่เงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 108,027 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขยายการลงทุนจากกิจการเดิมที่ได้ลงทุนอยู่แล้ว จำนวน 240 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 113,099 ล้านบาท และโครงการลงทุนใหม่มีทั้งสิ้น 167 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 42,390 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุดอยู่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า  94 โครงการ เงินลงทุน 51,090 ล้านบาท รองมาเป็นผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง, กิจการเคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติก, กิจการบริการและสาธารณูโภค รวมทั้งเกษตรกรรมและผลิตผลทางการเกษตร ตามลำดับสำหรับประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุดยังเป็นประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนทั้งสิ้น 228 โครงการ เงินลงทุน 93,068 ล้านบาท รองมาเป็นประเทศมาเลเซีย, สหรัฐอเมริก, เนเธอร์แลนด์ และฮ่องกง

-  กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้สำรองเหรียญกษาปณ์ทุกชนิดเพื่อใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและร้านค้า พร้อมระบุว่าจะไม่เกิดปัญหาที่เป็นสาเหตุทำให้ร้านค้าใช้ปรับขึ้นราคาสินค้าโดยอ้างว่าไม่มีเหรียญทอน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเหรียญแต่ละชนิดราคาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ดังนี้ เหรียญ 10 บาท มีหมุนเวียนประมาณ 1,580 ล้านเหรียญ, เหรียญ 5 บาท มีหมุนเวียนประมาณ 2,400 ล้านเหรียญ, เหรียญ 2 บาท มีหมุนเวียนประมาณ 995 ล้านเหรียญ, เหรียญ 1 บาท มีหมุนเวียนประมาณ 12,000 ล้านเหรียญ, เหรียญ 50 สต. มีหมุนเวียนประมาณ 2,040 ล้านเหรียญ และเหรียญ 25 สต. มีหมุนเวียน ประมาณ 3,000 ล้านเหรียญ

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (16 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและถือดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยในช่วงที่ความกังวลเกี่ยวกับกรีซเพิ่มขึ้น

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (16 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารตามภาวะที่นักลงทุนขายยูโรและสกุลเงินเอเซียและถือดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเมืองในกรีซซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจดำเนินมาตรการทางการคลังตามที่ได้สัญญาไว้ในการขอความช่วยเหลือทางการเงิน 2 ครั้งนับจากเดือนพฤษภาคม 2553 ทั้งนี้ในวันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่าคำสั่งซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นเดือนมีนาคมลดลง 2.8% จากเดือนก่อนหน้าหลังจากเดือนก่อนเพิ่มขึ้น 2.8% ซึ่งเป็นอัตราการลดลงที่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 16 พ.ค.)  ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารจากการที่กรีซกำล้งจะมีการเลือกตั้งใหม่ซึ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะส่งผลให้กรีซตัดสินใจออกจากกลุ่มยูโรโซน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก่อนที่จะอ่อนลงอีกในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (16พ.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศกรีซในฐานะสมาชิกของยูโรโซน ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า ได้ยุติการอัดฉีดสภาพคล่องให้กับธนาคารบางแห่งของกรีซซึ่งไม่ได้ทำการเพิ่มทุน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวได้สร้างความสับสนและผันผวนให้กับตลาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.26% สู่ 12,598.55, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.44% สู่ 1,324.80 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.68% สู่ 2,874.04

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (16 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่กรีซกำล้งจะมีการเลือกตั้งใหม่ซึ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะส่งผลให้กรีซตัดสินใจออกจากกลุ่มยูโรโซน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง  1.12% โดยทางการญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ว่าคำสั่งซื้อเครื่องจักรญี่ปุ่นเดือนมีนาคมลดลง 2.8% จากเดือนก่อนหน้าหลังจากเดือนก่อนเพิ่มขึ้น 2.8% ซึ่งเป็นอัตราการลดลงที่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ได้รับปัจจัยลบจากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 1.2% และ 3.19% ตามลำดับ

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (16 พ.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางของตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากความกังวลเกี่ยวกับการที่กรีซกำลังจะมีการเลือกตั้งใหม่ซึ่งถึงที่สุดแล้วกรีซอาจตัดสินใจออกจากกลุ่มยูโรโซน โดยมีแรงขายออกมามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และเทคโนโลยี โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 13.32จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 พฤษภาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday906
mod_vvisit_counterAll days906

We have: 906 guests online
Your IP: 216.73.216.31
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 09, 2026

4223864