Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 25 June 2012 09:19

Snapshot

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า กลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร หรือ ยูโรโซน จำเป็นต้องเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งสหภาพการธนาคารอย่างเต็มรูปแบบ และธนาคารกลางยุโรปต้องเคลื่อนไหวเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างความต้องการให้มากขึ้น ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า การส่งเสริมความต้องการไม่จำเป็นต้องรอการปฏิรูปทั่วทั้งยูโรโซน และได้สนับสนุนความกดดันของนานาชาติในการประชุมสุดยอดจี 20 ที่ผ่านมาว่า ภูมิภาคจำเป็นต้องสร้างระบบที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อการเฝ้าติดตาม การลงมติ และการประกันเงินของธนาคาร

-  รัฐมนตรีคลังยุโรปอยู่ในระหว่างการหารือเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมวิกฤตหนี้ ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่าง โดยกลุ่มประเทศที่ปล่อยกู้ให้แก่กรีซยังไม่ได้ส่งสัญญาณที่จะขยายระยะเวลาผ่อนปรนเพิ่มเติมเพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่ของกรีซสามารถดำเนินการลดยอดขาดดุลงบประมาณได้ตามเป้าหมาย ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปก็ยังคงถกเถียงกันถึงวิธีการปรับโครงสร้างเงินทุน ขณะที่สเปนเตรียมที่จะขอความช่วยเหลือทางการเงิน 1 แสนล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือธนาคารในประเทศที่ประสบปัญหา โดยบรรดาผู้นำรัฐบาลยุโรปจะตัดสินใจเรื่องการกำหนดวงเงินช่วยเหลือสเปนในการประชุมสุดยอดวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้

 

เยอรมนี

-  ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ภาคเอกชนของเยอรมนีหดตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยกิจกรรมในภาคการผลิตดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีซึ่งบ่งชี้ว่า เยอรมนี ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป อาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจหดตัวในไตรมาสที่ 2 โดยได้รับผลกระทบจากวิกฤติยูโรโซน ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของมาร์กิตร่วงลงสู่ระดับ 48.5 ในเดือนมิถุนายน จาก 49.3 ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการหดตัว

-  รัฐบาลและฝ่ายค้านของเยอรมนีได้บรรลุข้อตกลงด้านการคลัง ซึ่งจะปูทางสำหรับรัฐสภาเยอรมนีในการให้สัตยาบันข้อตกลงสร้างวินัยด้านการคลังของสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนให้ความช่วยเหลือถาวร ทั้งนี้ นายซิกมาร์ กาเบรียล ผู้นำพรรคโซเชียล เดโมแครต (SPD) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ได้ออกมาขานรับข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งจะปูทางไปสู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในหมู่ประเทศสมาชิกอียู และจะผลักดันให้การบังคับใช้มาตรการภาษีธุรกรรมการเงินมีความคืบหน้ามากขึ้น

-  นางแมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ในรัฐสภา ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ เพื่อที่จะผลักดันให้กองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ควบคู่กับสนธิสัญญาสร้างวินัยการคลังของยุโรป (Fiscal Pact)

 

อิตาลี

-  สำนักงานสถิติของอิตาลี (Istat) เปิดเผยว่า อิตาลีมียอดเกินดุลการค้า 306 ล้านยูโรกับประเทศนอกกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ในเดือนพฤษภาคม หลังจากที่ขาดดุล 904 ล้านยูโรในเดือนเมษายน และยอดขาดดุล 1.89 พันล้านยูโรในเดือนพฤษภาคม 2554

-  นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติ ของอิตาลี เปิดเผยว่า อิตาลีอาจใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือของสหภาพยุโรป (อียู) ในการแก้ปัญหาหนี้สินของประเทศ โดยระบุว่า "เรากำลังแสดงถึงแนวทางส่งเสริมเสถียรภาพในยูโรโซน โดยผ่านกลไกต่างๆที่สามารถตอบแทนประเทศที่ปฏิบัติเหมาะสม เพื่อให้ประเทศต่างๆเคารพกฎข้อบังคับทางการเงิน"

 

สเปน

-  กระทรวงการคลังของสเปนจำหน่ายพันธบัตรระยะกลางมูลค่า 2.2 พันล้านยูโร (2.8 พันล้านดอลลาร์) ในวันนี้ สูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2 พันล้านยูโร โดยจ่ายผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปีที่ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี  ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสามารถขายพันธบัตรอายุ 2 ปีคิดเป็นมูลค่า 700 ล้านยูโร, พันธบัตรอายุ 3 ปีคิดเป็นมูลค่า 918 ล้านยูโรและพันธบัตรอายุ 5 ปีคิดเป็นมูลค่า 602 ล้านยูโร ขณะที่สัดส่วนความต้องการซื้อต่อปริมาณพันธบัตรที่ออกขายอยู่สูงกว่าการประมูลในรอบที่แล้ว  ส่วนพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนเม.ย.ปี 2014 มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 4.706% มากกว่า 2 เท่าในการประมูลเดือนมี.ค.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.069%   ส่วนพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนก.ค.ปี 2015 มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 5.457% เทียบกับเดือนพ.ค.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.876%  ขณะที่พันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนก.ค.ปี 2017 มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 6.072% เทียบกับเดือนพ.ค.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.960%

-  ผู้ตรวจสอบบัญชีระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สเปนต้องการความช่วยเหลือมากถึง 6.2 หมื่นล้านยูโร (ราว 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์) เพื่อเพิ่มทุนแก่ธนาคารต่างๆ โดยบริษัทโอลิเวอร์ ไวแมน และบริษัทโรแลนด์ เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นที่บริษัทที่ปรึกษาอิสระ ได้รายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบสถานภาพของธนาคารสเปน หลังจากที่รัฐบาลสเปนแปรรูปบังเกีย ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 4 ของสเปนเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยบังเกียต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นผลจากความเสี่ยงเกี่ยวกับหนี้เสีย ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินของสเปนจำนวนมาก ทั้งนี้ โรแลนด์ เบอร์เกอร์ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับความต้องการของธนาคารสเปนไว้ที่ 5.18 หมื่นล้านยูโร ขณะที่โอลิเวอร์ ไวแมนประเมินตัวเลขไว้ในช่วง 5.1-6.2 หมื่นล้านยูโร

-  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประมาณการว่า ระบบธนาคารของสเปนจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือราว 9 หมื่นล้านยูโร 1 แสนล้านยูโร หรือ 1.143- 1.270 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หากวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารทวีความรุนแรงขึ้น ฟิทช์คาดว่า มาตรการให้ความช่วยเหลือวงเงิน 1 แสนล้านยูโรที่สหภาพยุโรป (อียู) จะจัดสรรให้กับภาคธนาคารของสเปนนั้น เป็นวงเงินมากพอที่จะช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ แม้ฟิทช์เคยระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ภาคธนาคารของสเปนมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นก็ตาม ฟิทช์ระบุว่า ธนาคารบังโก ซานตานเดร์, ธนาคารบังโก บิลบาว วิซคายา อาร์เจนตาเรีย เป็นธนาคารที่มีสถานะทางการเงินดีที่สุด เมื่อพิจารณาจากการที่ธนาคารทั้ง 3 แห่งได้รับผลกระทบไม่มากนักจากปัญหาที่เกิดจากการปล่อยเงินกู้ให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้างของสเปน เหมือนกับที่สถาบันการเงินรายอื่นๆกำลังเผชิญอยู่

 

เอเชีย: ไต้หวัน

-  อัตราการว่างงานของไต้หวันเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองจากผลของเศรษฐกิจที่ชะลอลงของจีนและวิกฤติหนี้ยุโรปซึ่งส่งผลกระทบต่อไต้หวันซึ่งเป็นประเทศที่เน้นการเติบโตโดยพึ่งพาการส่งออก โดยสำนักงานสถิติของไต้หวันรายงานว่าอัตราการว่างงานของไต้หวันในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.25% จาก 4.19% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 4.2%

 

ญี่ปุ่น

-  รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจพบว่าบริษัทญี่ปุ่นมากกว่าครึ่งระบุว่าพวกเขาไม่เห็นประโยชน์จากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงข้อจำกัดของนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยผลสำรวจพบว่า บริษัทญี่ปุ่นเกือบ 25% มีความวิตกว่า การซื้อพันธบัตรรัฐบาลของบีโอเจอาจถูกมองว่าเป็นการสนับสนุนนโยบายการคลัง ทั้งนี้บีโอเจกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ ขณะที่วิกฤติหนี้ยุโรปสร้างความเสี่ยงมากขึ้นต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทั้งนี้บีโอเจซื้อพันธบัตรระยะยาวคิดเป็นมูลค่า 21.6 ล้านล้านเยนต่อปี นอกจากนี้บีโอเจยังตั้งเป้าที่จะซื้อพันธบัตรรัฐบาล 29 ล้านล้านเยนภายในเดือนมิถุนายนปีหน้าตามโครงการซื้อสินทรัพย์ โดยบีโอเจได้ผ่อนคลายนโยบายในเดือนกุมภาพันธ์และกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 1% เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบีโอเจในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประสบกับภาวะเงินฝืดในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา บีโอเจได้ผ่อนคลายนโยบายอีกครั้งในเดือนเมษายน แต่ได้คงนโยบายตั้งแต่นั้นมาจากมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังจะฟื้นตัวในระดับปานกลาง ทั้งนี้บีโอเจจะประชุมนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 11-12 กรกฎาคม

-  นายยาซูชิ คิมูระ ประธานสมาคมปิโตรเลียมแห่งญี่ปุ่นกล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่สหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐฯประกาศใช้กับอิหร่าน จะไม่ส่งผลทำให้การขนส่งน้ำมันของญี่ปุ่นตกอยู่ในภาวะชะงักงันในอนาคตอันใกล้นี้ นายคิมูระซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัทเจเอ๊กซ์ นิปปอน ออยล์แอนด์เอเนอร์จี้ คอร์ป กล่าวเพิ่มเติมว่าอุปทานน้ำมันของญี่ปุ่นในปัจจุบันมีมากกว่าอุปสงค์ ซึ่งญี่ปุ่นจะสามารถคงความสมดุลของอุปทานและอุปสงค์เอาไว้ได้อย่างมีเสถียรภาพแม้ถึงเวลาที่มาตรการคว่ำบาตรจะเริ่มขึ้นแล้วก็ตาม ทั้งนี้เขาออกแถลงการณ์ดังกล่าวเนื่องจากสหภาพยุโรปจะประกาศสั่งห้ามการเข้าออกเรือขนส่งน้ำมันของอิหร่านโดยเด็ดขาดในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ทางด้านสหรัฐฯก็สั่งห้ามไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐฯทำธุรกรรมทางการค้ากับธนาคารต่างชาติที่ทำธุรกรรมกับธนาคารกลางอิหร่าน โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนนี้ เนื่องจากมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

 

ไทย

-  ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัยได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนแก่ 11 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 5,227.6 ล้านบาท โดยมี 6 ราย จะลงทุนในพื้นที่เดิม หลังมั่นใจในแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ขณะที่มี 2 รายเป็นโครงการลงทุนใหม่ที่ย้ายเข้ามาลงทุนในพื้นที่ที่เคยท่วม ส่วนอีก 3 รายที่เคยประสบภัยขอย้ายไปที่ใหม่ เพื่อบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ บริหารจัดการขนส่ง (logistic) รวมทั้งการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและบริษัทในเครือมากขึ้น

-  กรมสรรพากรระบุว่า พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 538) พ.ศ. 2555 มีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2555 โดยให้สิทธิบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินปันผลจากบริษัทจัดตั้งในต่างประเทศและมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เลือกที่จะให้ผู้จ่ายเงินปันผลหักกภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 โดยไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ปลายปีก็ได้ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายฉบับนี้คือสร้างความ เท่าเทียมกันระหว่างเงินปันผลที่จ่ายจากบริษัทไทยและบริษัทต่างประเทศที่มาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนักลงทุนไทยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาสามารถเลือกเสียภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าก็ได้ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย .นขณะเดียวกันก็เป็นการดึงดูดให้บริษัทต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วย เนื่องจากบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ใน 2 ตลาดหลักทรัพย์ (Dual listing) ขึ้นไป จะได้รับประโยชน์จากการมีต้นทุนในการระดมทุนที่ต่ำลงเพราะมีฐานนักลงทุนมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการต้องพึ่งพิงตลาดหลักทรัพย์เพียงแห่งเดียว

-  ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบให้ปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล 0.40 บาท/ลิตร โดยมีผลตังแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2555 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้จะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 175 ล้านบาท/วัน เป็น 201 ล้านบาท/วัน คาดว่าผลจากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้ จะทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในกลุ่มน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลคงเดิม ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอลจะลดลงประมาณ 0.40 บาท/ลิตร

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (22 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกหลังจากข้อมูลภาคการผลิตของจีนและเยอรมนีชี้ถึงภาวะหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯยังซบเซา รวมทั้งการลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารขนาดใหญ่ 15 แห่งในต่างประเทศ โดยนักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาและถือดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มขึ้น

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (22 มิ.ย.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินเยนถูกกดดันจากการที่สมาชิกสภาล่างของญี่ปุ่นเตรียมที่จะลงคะแนนกฎหมายเกี่ยวกับการเพิ่มภาษีการขายเป็นสองเท่า ขณะเดียวกันวันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯยังได้ปัจจัยหนุนจากการขายสินทรัพย์เสี่ยงในสกุลเงินอื่นๆจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 22 มิ.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนถือดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ตลาดยังคาดการณ์ว่าข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเยอรมนีเดือนมิถุนายนที่จะประกาศในวันนี้จะชี้ถึงความเชื่อมั่นที่ลดลง อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (22มิ.ย.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.53% ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.72% และ 1.17% ตามลำดับ โดยนักวิเคราะห์มองว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลจากการขายออกมามากเกินไปเมื่อวันพฤหัสหลังข้อมูลการผลิตในประเทศต่างๆส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

-  ตลาดหุ้นเอเชีย  เมื่อวันศุกร์ (22 มิ.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.29% ในวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลกับข้อมูลที่ชี้ว่าภาคการผลิตของประเทศสำคัญเช่น เยอรมนี และจีนชะลอตัวต่อเนื่อง รวมทั้งข้อมูลยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐฯเดือนพฤษภาคมที่ลดลง 1.5% ซึ่งชี้ภาวะซบเซาในตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันการที่ Moody’s ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารขนาดใหญ่ 15 แห่งทั้งในสหรัฐฯและยุโรปก็ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในวันนี้ สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ปิดทำการ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.40% จากปัจจัยเกี่ยวกับความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเช่นกัน

-  ตลาดหุ้นไทย  เมื่อวันศุกร์ (22 มิ.ย) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนวันพฤหัสและตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้นหลังข้อมูลภาคการผลิตของจีนและเยอรมนีชี้ถึงภาวะหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯยังซบเซา รวมทั้งการลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารขนาดใหญ่ 15 แห่งในต่างประเทศ โดยปิดตลาดวันนิ้ SET INDEX ลดลง 6.14 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday520
mod_vvisit_counterAll days520

We have: 519 guests online
Your IP: 216.73.216.157
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 12, 2026

4220712