| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 30 August 2012 09:24 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ตัวเลขประมาณการครั้งที่สองของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของสหรัฐอเมริกาประจำไตรมาส 2/2555 ขยายตัว 1.7% เพิ่มขึ้นจากตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่ขยายตัว 1.5% ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ สำหรับปัจจัยที่ทำให้ GDP ดีกว่าการประมาณการเบื้องต้นคือ ยอดส่งออกที่ดีเกินคาด ขณะที่ยอดนำเข้าลดลง รวมถึงการบริโภคส่วนบุคคลที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นตัวฉุดรั้ง GDP แต่ไม่มากเท่ากับที่คาดการณ์ในเบื้องต้น เช่นเดียวกันการใช้จ่ายภาคธุรกิจที่ลดลง ทั้งนี้ แม้ว่า ตัวเลขประมาณการครั้งที่สองของGDP จะสูงกว่าการประมาณการครั้งแรก แต่การขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงก็บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงซบเซาต่อไป - ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 2.4% (m-o-m) สู่ระดับ 101.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 ส่วนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายขยายตัว 12.4% (y-o-y) ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวนับเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ แข็งแกร่งขึ้น - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยในรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคง “ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป" ในเดือนกรกฎาคมและต้นเดือนสิงหาคมทั่วภูมิภาคและภาคธุรกิจส่วนใหญ่ แต่แนวโน้มการฟื้นตัวในภาคค้าปลีกและภาคการผลิตยังไม่มีความชัดเจน โดยข้อมูลจาก 6 เขตบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นมีการขยายตัวเล็กน้อย และอีก 3 เขตมีการเติบโตปานกลาง ส่วนภาพรวมในภาคอุตสาหกรรมการผลิตก็ยังคงไม่มีความชัดเจน เนื่องจาก 6 เขตรายงานว่าอุปสงค์สำหรับสินค้าภาคการผลิตปรับลดลง
ยุโรป: ฝรั่งเศส - นายมิเชล ซาแปง รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานของฝรั่งเศส คาดว่า สถานการณ์แรงงานในฝรั่งเศสจะยังคงย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง เพราะอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้บั่นทอนการสร้างตำแหน่งงาน โดยรัฐมนตรีแรงงานฝรั่งเศส กล่าวว่าจะหารือกับหน่วยงานทางสังคมเพื่อเจรจาเงื่อนไขในการดำเนินการตัดสินใจทำสัญญาสร้างงาน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนให้บริษัทต่างๆจ้างแรงงานวัยหนุ่มสาว โดยสัญญาเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้ในปี 2556 หลังจากที่กระทรวงแรงงานระบุว่าจำนวนผู้ที่หางานทำได้ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกันในเดือนกรกฎาคมและแตะสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2542 โดยผู้ว่างงานในฝรั่งเศสมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2.9 ล้านรายในเดือนกรกฎาคม หรือเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และพุ่งขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สเปน - สเปนจะมีการพิจารณาอนุมัติการจัดตั้งธนาคารสาธารณะแห่งหนึ่งในสเปนภายในวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ เพื่อจัดการสินทรัพย์ที่มีปัญหาในระบบการธนาคารของประเทศ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการล่มสลายของภาคที่อยู่อาศัยของสเปน
สเปน - นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอยของสเปนแสดงความคิดเห็นภายหลังการหารือกับนายเฮอร์มาน ฟาน รอมปาย ประธานอียูที่เดินทางเยือนสเปนว่า สเปนไม่ได้เจรจาเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเต็มรูปแบบจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยสเปนจะยังคงดำเนินมาตรการปฏิรูปต่อไป โดยระบุเสริมว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของสเปนจำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างใกล้ชิดภายในอียูและยูโรโซน - กระทรวงการคลังของสเปนประมูลขายตั๋วเงินคลังอายุ 3 และ 6 เดือน ได้รวมกัน 3.6 พันล้านยูโร ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายสูงสุดที่ระดับ 3.5 พันล้านยูโร โดยอัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือนอยู่ที่ 0.946% ซึ่งลดลงจากระดับ 2.434% ในการประมูลครั้งก่อนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ส่วนตั๋วเงินคลังอายุ 6 เดือนมีอัตราผลตอบแทนที่ 2.026% ซึ่งปรับลงจาก 3.691% ในเดือนที่แล้ว - สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปนเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ปรับตัวลดลง 0.4% จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งจีดีพีปรับตัวลง 0.3% บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของสเปนประสบภาวะถดถอยรุนแรงขึ้น โดยมีสาเหตุมาจากใช้จ่ายของผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากการดำเนินการปรับลดรายจ่ายครั้งใหญ่ของรัฐบาล เพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณ โดยยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคร่วงลง 1% ในไตรมาส 2 ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสเปนปี 2555 และปี 2556 มีแนวโน้มหดตัว 1.6% และหดตัว 0.9% ตามลำดับ
ฮังการี - ธนาคารกลางฮังการี (Magyar Nemzeti Bank: MNB) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 7% เหลือ 6.75% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฮังการีที่เปราะบาง
เอเชีย: จีน - ผลการสำรวจของรอยเตอร์พบว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการของจีนอาจลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนที่ระดับ 50 ในเดือนสิงหาคม โดยดัชนี PMI ที่ระดับ 50 แบ่งแยกระหว่างการหดตัวลงและการขยายตัว ขณะที่จีนกำลังเผชิญกับปัญหารุนแรงจากเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้จีนจะประกาศข้อมูล PMI อย่างเป็นทางการในวันเสาร์นี้ ก่อนการประกาศข้อมูล PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของเอชเอสบีซีในวันที่ 3 กันยายน ทั้งนี้หลังจากที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมธนาคารกลางจีนก็ได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าตลาดเงินเพื่อบรรเทาการตึงตัวของภาวะสินเชื่อ ขณะที่เศรษฐกิจแทบไม่สามารถฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ชะลอตัวเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันในไตรมาส 2 ทั้งนี้ดัชนี PMI เบื้องต้นที่เอชเอสบีซีประกาศในสัปดาห์ที่แล้วนั้นพบว่า ภาคการผลิตของจีนหดตัวลงมากที่สุดในรอบ 9 เดือนในเดือนสิงหาคม ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกลดลง และสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงว่าการดำเนินนโยบายใหม่อาจเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ - นายจาง ผิง ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผยว่า การเพิ่มขึ้นของราคายังคงชะลอลงตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นผลจากความสัมพันธ์ด้านอุปทาน-อุปสงค์ที่ดีขึ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางกลุ่มในตลาดโลกที่ปรับลดลง โดยเขาได้รายงานสรุปต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติในการประชุมที่มีขึ้นทุกๆ 2 เดือนของสภาประชาชนแห่งชาติจีนว่า นโยบายและมาตรการของรัฐบาลมีประสิทธิภาพและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังมีเสถียรภาพอย่างช้าๆ โดยระบุว่าความต้องการด้านการเก็งกำไรและการลงทุนถูกยับยั้งอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากนโยบายควบคุมของรัฐบาลสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยในเดือนกรกฎาคมราคาอาคารที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ที่ปลูกสร้างใหม่ได้ปรับลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปีใน 58 จาก 70 เมืองหลักของจีน ทั้งนี้สภานิติบัญญัติของจีนได้เริ่มการประชุมรายสองเดือนในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยนายจาง ผิงได้แสดงความคิดเห็นข้างต้นในระหว่างการนำเสนอรายงานว่าด้วยการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติช่วงครึ่งปีแรก
เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่ายอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของเกาหลีใต้แตะระดับสูงสุดทำสถิติใหม่ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากการนำเข้าหดตัวในอัตราที่เร็วกว่าการส่งออก โดยเกาหลีใต้เกินดุลบัญชีเดินสะพัด 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นจากยอดเกินดุล 5.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯที่มีการปรับทบทวนแล้วในเดือนก่อนหน้า โดยยอดเกินดุลดังกล่าวถือเป็นการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงสุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ ทั้งนี้ดุลบัญชีเดินสะพัดถือเป็นมาตรวัดการค้าระหว่างประเทศที่กว้างที่สุด ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากสินค้า บริการ และการลงทุน
ไทย - กระทรวงพาณิชย์ เผยภาวะการค้าต่างประเทศของไทยในเดือนกรกฎาคม ยอดการส่งออกมีมูลค่า 19,544 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวลดลง 4.46% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 21,290 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.73% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 1,746 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจยุโรปและการลุกลามของปัญหาซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องและสร้างความวิตกกังวลต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าในภาคเศรษฐกิจจริงในหลายประเทศ ทำให้มีการนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นวัตถุดิบการผลิตจากไทยลดลง เช่น ยางพารา, ผลิตภัณฑ์ยาง, แผงวงจรไฟฟ้า, เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ ภาวะการค้าต่างประเทศในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ก.ค.55) การส่งออกมีมูลค่ารวม 131,809 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวลดลง 0.40% (y-o-y) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่ารวม 143,895 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10.50% (y-o-y) ขาดดุลการค้าทั้งสิ้น 12,086 ล้านดอลลาร์สหรัฐ - นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คาดภาวะการส่งออกในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้(ก.ค.-ก.ย.55) อาจมีอัตราขยายตัวติดลบในรูปของเงินดอลลาร์ และเป็นบวกเล็กน้อยในรูปของเงินบาท โดยพิจารณาจากสถิติที่ผ่านมาที่ในช่วงปลายปีจะมีสัญญาณการส่งออกที่ดีขึ้น พร้อมระบุ ในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้(ส.ค.-ธ.ค.55) จะพยายามเร่งผลักดันการส่งออกให้มีมูลค่าเฉลี่ยสูงกว่าเดือนละ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนจะมีการพิจารณาปรับเป้าหมายการส่งออกอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนกันยายน - ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุขณะนี้มีความเสี่ยงที่ทำให้การส่งออกของไทยอาจขยายตัวได้ไม่ถึง 7% ตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะหากจะให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ มูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังจะต้องทำให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ มูลค่าการส่งออกในเดือนกรกฎาคมนี้ไม่ถึงระดับดังกล่าว หลังวิกฤตเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปเริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย โดยกำลังซื้อที่ลดลงทำให้ยอดส่งออกลดลง 12% และน่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องอีกสักระยะ ทั้งนี้ หากจะให้การส่งออกขยายตัวถึง 7% ในช่วง 5 เดือนที่เหลือจะต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมคาดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP)ของประเทศน่าจะอยู่ที่ระดับ 5.7%
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 29 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยปัจจัยจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯไปในทางบวกมากขึ้น ขณะที่ยังระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มวิกฤติหนี้ยุโรป ส่งผลให้มีแรงซื้อสกุลเงินความเสี่ยงต่ำ เช่นดอลลาร์สหรัฐฯและเยนมากกว่าปกติ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 29 ส.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเยนแข็งขึ้นเมื่อวันอังคาร ทั้งนี้ปัจจัยจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงของวิกฤติหนี้ยุโรปยังสนับสนุนให้นักลงทุนถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้น - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 29 ส.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ยูโรแข็งขึ้นมากเมื่อวันอังคารเพราะได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหาในยูโรโซนรวมทั้งข่าวสเปนประมูลขายตั๋วเงินคลังได้สูงกว่าเป้าหมาย ทั้งนี้ในวันนี้ค่าเงินยูโรอ่อนลงมาเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าตัวเลขยอดขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันมากขึ้นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังฟื้นตัว และอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (29 ส.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นท่ามกลางการซื้อขายเบาบางที่สุดในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนรอการแถลงสุนทรพจน์ของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันศุกร์นี้ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด 0.03%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.13% ปริมาณการซื้อขายต่อวันในสัปดาห์นี้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งสะท้อนถึงความลังเลของนักลงทุนที่จะเข้าทำการซื้อขายล็อตใหญ่ก่อนการแถลงสุนทรพจน์ของนายเบอร์นันเก้ในวันศุกร์นี้ - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (29 ส.ค.) ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้โดยนักวิเคราะห์จาก Toyota Asset Management มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังฟื้นตัวนำโดยภาคธุรกิจที่อยู่อาศัย ทั้งนี้เมื่อคืนวันอังคารรายงานดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐฯเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.9% จากเดือนก่อนหน้า เป็นการเพิ่มขึ้น 5 เดือนติดต่อกัน โดยนักวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลจากการที่ทางการสหรัฐฯดำเนินมาตรการทางการเงินซึ่งกดให้อัตราดอกเยี้ยระยะยาวอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้นักลงทุนรอดูการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ ซึ่งปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.40% สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ได้รับปัจจัยลบจากการที่รายงานกำไรของบริษัทในตลาดหุ้นจีน เช่น Air China Ltd, Zhongjin Gold Co ในครึ่งปีแรกลดลง โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.97% และ 0.12% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ ( 29 ส.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา โดยนักลงทุนรอดูวันศุกร์นี้ว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับเศรษฐกิจอย่างไร รวมถึงเรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 13 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2555
|






![]() | Today | 615 |
![]() | All days | 615 |
Comments