| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 20 September 2012 09:07 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ยอดขายบ้านมือสองที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 7.8% สู่ระดับ 4.82 ล้านยูนิต จาก 4.47 ล้านยูนิตในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 และเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4.55 ล้านยูนิต ส่วนราคากลางของบ้านมือสองปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 187,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 9.5% จากปีที่แล้ว - ยอดการเริ่มสร้างบ้านเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 2.3% สู่ระดับ 750,000 ยูนิต จากระดับ 733,000 ยูนิตในเดือนกรกฎาคม น้อยกว่าที่นักเศรษฐสาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 765,000 ยูนิตขณะที่ตัวเลขการอนุญาตสร้างบ้านเดือนสิงหาคมลดลง 1.0% มาอยู่ที่ระดับ 803,000 ยูนิต จากระดับ 811,000 ยูนิตในเดือนก่อน แต่ยังน้อยกว่าที่นักเศรษฐสาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 790,000-796,000 ยูนิต
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นาย Karel De Gucht คณะกรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป (European Commission for Trade) กล่าวว่าสหภาพยุโรป เตรียมคืนสิทธิพิเศษทางการค้าแก่พม่า ซึ่งจะทำให้การนำเข้าสินค้าจากพม่าทุกชนิด (ยกเว้นอาวุธ) ของยุโรปไม่เสียภาษีอากรและไม่ถูกจำกัดโควตา ทั้งนี้ ข้อเสนอเพื่อคืนสิทธิพิเศษทางการค้าแก่พม่าดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมสมาชิก EU เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป
เยอรมนี - ZEW Center for European Economic Research รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของเยอรมนีเพิ่มขึ้นจาก -25.5 ในเดือนสิงหาคม เป็น -18.2 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นหลังจากธนาคารกลางยุโรปประกาศมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเทศในยูโรโซนที่ประสบวิกฤตการเงิน
สเปน - ธนาคารกลางสเปนรายงานว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของภาคธนาคารสเปนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.ปีนี้ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสเปนพุ่งขึ้นจาก 8.9% สู่ระดับ 9.86% ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 1.6933 แสนล้านยูโร (ราว 2.20 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) การพุ่งขึ้นของหนี้เสียดังกล่าวส่วนใหญ่มีสาเหตุจากกลุ่มธนาคารบีเอฟเอ-บังเกีย ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 4 ของสเปนและมีการแปรรูปกิจการเป็นของรัฐบาลในเดือนพ.ค. โดยบังเกียได้รับเงินอัดฉีด 9 พันล้านยูโร และจนถึงเดือนมิถุนายน ธนาคารเผชิญกับการขาดทุนเป็นวงเงิน 4.448 พันล้านยูโร ตัวเลขหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีการเปิดเผยเป็นผลมาจากหนี้เสียจากภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยภาคที่อยู่อาศัยมีหนี้ค้างชำระเป็นสัดส่วน 60% ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 78.582 ล้านยูโร
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษลดลงจาก 2.6% (m-o-m) ในเดือนกรกฎาคม เหลือ 2.5% ในเดือนสิงหาคม เนื่องจากราคาสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นไม่มากนัก
กรีซ - นายยานนิส สตูร์นาราส รมว.คลังกรีซ ปฏิเสธรายงานที่ว่า ผู้แทนกรีซประจำกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า กรีซต้องการได้รับมาตรการช่วยเหลือครั้งที่ 3 ขณะที่นายธานอส แคตแซมบัส ผู้อำนวยการบริหารในคณะกรรมการบริหารของไอเอ็มเอฟที่เป็นผู้แทนกรีซว่า กรีซจะมีความต้องการความช่วยเหลือรอบ 3 จากเจ้าหนี้ยุโรป และยังรายงานว่า กรีซไม่สามารถลดยอดขาดดุลได้ และบรรลุเป้าหมายเพียง 22% สำหรับเงื่อนไขในมาตรการช่วยเหลือรอบ 2
ออสเตรีย - นางมาเรีย เฟคเทอร์ รมว.คลังออสเตรีย กล่าวว่า กรีซจะได้เวลาเพิ่มขึ้นเพียง "ไม่กี่สัปดาห์" ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขในมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศ แต่กรีซจะไม่ได้รับเงินเพิ่มเติม ขณะนี้การหารือได้มุ่งเป้าไปยังประเด็นที่ว่าจะใช้วิธีการอย่างไรในการให้เวลาแก่กรีซมากยิ่งขึ้นในการบรรลุเป้าหมายโดยที่ไม่จำเป็นต้องให้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม
ไซปรัส - นายพานิคอส เดอมีเทรียเดส ประธานธนาคารกลางของไซปรัส เปิดเผยว่า ไซปรัสอาจจะต้องการเวลาอีก 5 ปีก่อนที่จะสามารถกลับเข้าสู่ตลาดพันธบัตร นายเดอมีเทรียเดส ซึ่งเป็นกรรมการสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ด้วยนั้น กล่าวว่า เขาหวังว่าไซปรัสอาจบรรลุข้อตกลงกับกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือถาวรของยูโรโซนในเดือนหน้า ซึ่งจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ของไซปรัสสามารถเพิ่มทุนได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2556
เอเชีย: ญี่ปุ่น - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวันพุธตามความคาดหมาย โดยขยายวงเงินในการซื้อสินทรัพย์อีก 10 ล้านล้านเยน สู่ระดับ 80 ล้านล้านเยน บีโอเจได้ผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการเพิ่มวงเงินในการซื้อสินทรัพย์ขณะที่อุปสงค์ชะลอตัวทั่วโลก และสถานการณ์กับจีนที่ตึงเครียดมากขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อโอกาสที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะฟื้นตัวขึ้นในระยะใกล้ ทั้งนี้บีโอเจได้ปรับเพิ่มวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์และการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่สำคัญขณะนี้ โดยเพิ่มขึ้น 10 ล้านล้านเยน (1.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เป็น 80 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการเพิ่มวงเงินสำหรับการซื้อพันธบัตรรัฐบาล และตั๋วเงินคลัง นอกจากนี้บีโอเจยังได้ขยายกำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุเป้าหมายโดยรวมออกไปอีก 6 เดือนเป็นเดือนธันวาคมปีหน้าขณะเดียวกันบีโอเจมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0-0.1% ตามคาด ทั้งนี้บีโอเจได้กำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 1% และผ่อนคลายนโยบายในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและได้เพิ่มวงเงินซื้อสินทรัพย์อีกครั้งในเดือนเมษายนขณะที่บีโอเจได้คงนโยบายนับตั้งแต่นั้นมา และลงความเห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะฟื้นตัวอีกครั้งในไม่ช้า โดยได้แรงหนุนจากงบรายจ่ายเพื่อการฟื้นฟูประเทศจากเหตุแผ่นดินไหวในปีที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่บีโอเจลดความเชื่อมั่นที่ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในระยะใกล้เนื่องจากมีสัญญาณมากขึ้นที่แสดงถึงการอ่อนตัวลงของภาคการส่งออกและการผลิต ขณะที่ผลกระทบที่ขยายวงกว้างมากขึ้นจากการประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นในจีน ซึ่งคาดว่าจะกระทบการส่งออกของญี่ปุ่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ได้เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่เปราะบางของญี่ปุ่น - นายจุน อาซูมิ รมว.คลังญี่ปุ่น ขานรับมติของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ได้ประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินเมื่อวันพุธ โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการที่แข็งขันกว่าที่คาดไว้ เขากล่าวว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินของบีโอเจมีแนวโน้มที่จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงการทำให้ค่าเงินมีเสถียรภาพด้วย นายอาซูมิแสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากบีโอเจผ่อนคลายนโยบายด้วยการเพิ่มวงเงินในการซื้อสินทรัพย์สู่ระดับ 80 ล้านล้านเยน หลังจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง และเยนที่แข็งค่าได้ลดแนวโน้มที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
จีน - การลงทุนทางตรงของต่างประเทศในจีนในเดือนสิงหาคมลดลงเป็นเดือนที่ 9 ใน 10 เดือนหลังสุดขณะที่ปัญหาขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงมากขึ้น โดยทางการจีนรายงานว่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในเดือนสิงหาคมลดลง 1.4% จากเดือนเดียวกันปีก่อนมาอยู่ที่ 8.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ไทย - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย(Thai Industries Sentiment Index:TISI) ในเดือนสิงหาคมลดลงสู่ระดับ 98.5 จากระดับ 98.7 ในเดือนกรกฎาคม โดยเป็นการปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 100 ติดต่อกันเป็นเดือนที่สองและอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าดัชนีลดลงเกิดจากองค์ประกอบด้านยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ สะท้อนว่าผู้ประกอบการไม่มั่นใจต่อการประกอบการ สอดคล้องกับหลายหน่วยงานที่ได้ปรับเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงจากเดิมที่ประมาณการไว้ช่วงต้นปี จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ขณะที่การผลิตเพื่อขายภายในประเทศขยายตัวขึ้น เห็นได้จากดัชนียอดขายภายในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างและกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 105.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 104.8 ในเดือนกรกฎาคม - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) รายงานว่า ยอดการส่งออกรถยนต์ในเดือนสิงหาคมรวมทั้งสิ้น 85,279 คัน เพิ่มขึ้น 18% (y-o-y) โดยมีมูลค่าการส่งออก 41,360.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 30.59%(y-o-y) ส่วนการส่งออกรถยนต์ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ส.ค.55) มียอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 639,986 คัน เพิ่มขึ้น 16.03% (y-o-y) คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 304,782.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.01% (y-o-y) ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนสิงหาคมมีจำนวนทั้งสิ้น 129,509 คัน เพิ่มขึ้น 63.9% (y-o-y) แต่เมื่อเทียบกับเดือนก่อนลดลง 1.62% (m-o-m) ส่วนยอดการผลิตรถยนต์มีทั้งสิ้น 210,333 คัน เพิ่มขึ้น 37.31% (y-o-y) ทั้งนี้จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ใน 8 เดือนแรก มีจำนวนทั้งสิ้น 1,477,888 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 33.02%
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (19 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นหลังธนาคารกลางญี่ปุ่นดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มขึ้น - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (19 ก.ย.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมวันนี้ตามความคาดหมาย โดยขยายวงเงินในการซื้อสินทรัพย์อีก 10 ล้านล้านเยนมาอยู่ที่ 80 ล้านล้านเยน ขณะเดียวกันก็ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0-0.1% ทั้งนี้การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯดำเนินมาตรการ QE3 เมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในวันนี้ เนื่องจากทางการญี่ปุ่นกังวลว่ามาตรการ QE3 อาจจะส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งขึ้นไปอีกซึ่งจะส่งผลลบอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากอยู่แล้วจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกรวมทั้งความขัดแย้งในขณะนี้กับจีน อย่างไรก็ดีเยนแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (19 ก.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่ยูโรจะอ่อนลงในช่วงบ่าย ทั้งนี้ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันค่าเงินยูโรแม้ว่าจะมีข่าวในทางบวกเกี่ยวกับการแก้วิกฤติฯออกมาบ้าง
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (19 ก.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นในตลาดหลังจากการเทขายในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.10%, ดัชนี S&P 500 ปิดขยับขึ้น 0.12% และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.15% หุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยนำตลาดขึ้นหลังการเปิดเผยยอดขายบ้านที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยดัชนีหุ้นกลุ่มตลาดที่อยู่อาศัยพุ่งขึ้น 2.2% ทั้งนี้ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้น 7.8% ในเดือนส.ค.ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในรอบมากกว่า 2 ปี ขณะที่ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดสร้างบ้านกำลังฟื้นตัว - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (19 ก.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.19% ในวันนี้จากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญปัญหาจากการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวรวมทั้งผลกระทบจากความขัดแย้งกับจีน โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติให้ขยายวงเงินในการซื้อสินทรัพย์อีก 10 ล้านล้านเยนมาอยู่ที่ 80 ล้านล้านเยน ขณะเดียวกันก็ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0-0.1% ตามคาด สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.40% โดยมีปัจจัยบวกจากข่าวที่ว่าทางการจีนจะผลักดันการปฏิรูปตลาดทุนในช่วงแผนระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยปัจจัยดังกล่าวกลบความกังวลของตลาดที่ว่าความวิตกเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้ออาจส่งผลให้ธนาคารกลางจีนยังไม่ดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.16% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (19 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการสูงขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการทางการเงินมากขึ้นสอดคล้องกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯได้ดำเนินมาตรการ QE 3 ไปก่อนหน้านี้ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก ส่งผลให้วันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 12.60 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 20 กันยายน 2555
|






![]() | Today | 615 |
![]() | All days | 615 |
Comments