| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Thursday, 04 October 2012 09:45 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ตัวเลขการจ้างงานทั่วประเทศที่จัดทำโดย ADP Employer Services ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง หลังเพิ่มขึ้น 189,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 143,000 ตำแหน่ง โดยเมื่อพิจารณารายขนาดของธุรกิจพบว่า ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีพนักงาน 500 คนขึ้นไป มีการจ้างพนักงานใหม่ 17,000 ตำแหน่ง. ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางจ้างงานเพิ่ม 64,000 ตำแหน่ง และธุรกิจขนาดย่อมที่มีพนักงานต่ำกว่า 50 คน จ้างงานเพิ่ม 81,000 ตำแหน่ง สำหรับการจ้างงานในภาคบริการเพิ่มขึ้น 144,000 ตำแหน่ง แต่การจ้างงานภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเพียง 4,000 ตำแหน่งเท่านั้น - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ ที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.1 จากระดับ 53.7 ในเดือนสิงหาคม มกกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 53.2 โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนี PMI เพิ่มขึ้นคือยอดสั่งซื้อใหม่ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.7 จากระดับ 53.7 ในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ดี ดัชนีการจ้างงานลดลงสู่ระดับ 51.1 จากระดับ 53.8 ในเดือนก่อน ขณะที่ดัชนีการส่งออกก็อยู่ที่ระดับ 50.5 จากระดับ 52 ในเดือนสิงหาคม
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ทาเคฮิโกะ นากาโอะ รมช.คลังญี่ปุ่น ด้านกิจการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ด้านการคลังระดับสูงจากประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่มจี 7 จะหารือเรื่องวิกฤตหนี้สาธารณะยูโรโซน นโยบายการคลังสหรัฐ และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของญี่ปุ่น ในการพบกันวันที่ 11 ตุลาคมที่กรุงโตเกียว โดยที่ผลกระทบของวิกฤตยุโรปต่อประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อาทิ จีน รวมทั้งราคาน้ำมันและอาหารจะอยู่ในวาระการประชุมของรมว.คลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากประเทศจี 7 ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน - ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซนปรับตัวลงที่ 46.1 ในเดือนกันยายน จาก 46.3 ในเดือนสิงหาคม ดัชนี PMI ภาคบริการอ่อนแรงลงแตะ 46.1 ในเดือนกันยายน จาก 47.2 ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ อยู่ที่ระดับ 46.1 ในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจากระดับ 45.1 ในเดือนสิงหาคม ดัชนี PMI ของยูโรโซนยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อที่ลดลงและอัตราว่างงานที่ระดับสูง ท่ามกลางวิกฤตหนี้ภูมิภาคที่ยืดเยื้อ - สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่ายอดค้าปลีกในยูโรโซนในเดือนสิงหาคมขยับขึ้น 0.1% จากเดือนกรกฎาคม แต่หากเทียบกับช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ยอดค้าปลีกปรับตัวลง 1.3% หลังจากที่ลดลง 1.4% ในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นในยูโรโซนนับว่าสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เมื่อพิจารณาจากอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการรัดเข็มขัดของภาครัฐบาลและอุปสงค์ที่อ่อนแอสำหรับสินค้าส่งออกของยูโรโซนได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางธุรกิจ - คณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในเขตยูโรโซนเดือนกันยายน ได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยลดลง 1.1 จุดจากเดือนก่อน มาอยู่ที่ 85 จุด ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7
เยอรมนี - สมาคมผู้นำเข้ารถยนต์ VDIK ของเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ขั้นต้นบ่งชี้ว่า ตลาดรถยนต์ใหม่ของเยอรมนีร่วงลง 11% ในเดือนกันยายน ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายรถยนต์ใหม่ - ในเยอรมนีปรับตัวลง 1.8% สู่ 2.36 ล้านคัน - สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ DIW เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะขยายตัว 0.9% ในปีนี้และ 1.6% ในปีหน้า โดยปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจลงอันเนื่องมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง และวิกฤติหนี้ยูโรโซนถ่วงเศรษฐกิจของเยอรมนี DIW ระบุว่า วิกฤติหนี้ยุโรปยังคงเป็นความเสี่ยงมากที่สุดต่อเศรษฐกิจของเยอรมนี ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา DIW คาดไว้ว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีจะขยายตัว1.0 และ 1.9% ในปีนี้และปีหน้าตามลำดับ - มาร์กิตระบุว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเยอรมนีในเดือนกันยายนปรับตัวขึ้นแตะ 49.7 จาก 48.3 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของเยอรมนียังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ภูมิภาคตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ ข้อมูล PMI ภาคบริการที่ย่ำแย่สอดคล้องกับการเปิดเผยของสถาบัน Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เมื่อปลายเดือนที่แล้วที่ระบุว่า ว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีเดือนกันยายนลดลงแตะ 101.4 จาก 102.3 ในเดือนสิงหาคม โดยเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน
ฝรั่งเศส - ภาคการผลิตของเยอรมนีหดตัวลงในอัตราสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่งในเดือนกันยายน ขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซน และอัตราว่างงานที่พุ่งขึ้นทำให้เศรษฐกิจของฝรั่งเศสหดตัวลงมากขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของขั้นสุดท้ายของ Markit/CDAF ร่วงสู่ระดับ 42.7 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 จาก46.0 ในเดือนสิงหาคม ดัชนี PMI ต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน - ธนาคารกลางฝรั่งเศส คาดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะหดตัวลง 0.1% ในไตรมาส 3 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางรายคาดว่า จีดีพีจะหดตัวลงถึง 0.6% - กลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายซ้ายเกือบแสนคนชุมนุมในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของสหภาพยุโรปที่ทำให้รัฐบาลสมาชิกอียูต้องใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อปฏิบัติตามข้อจำกัดยอดขาดดุลงบประมาณ โดยผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า การรวมตัวประท้วงครั้งนี้เป็นการต่อต้านข้อตกลงของอียู ไม่ใช่การประท้วงรัฐบาลนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ทั้งนี้ ผู้นำอียูบรรลุข้อตกลงเมื่อเดือนมีนาคม กำหนดให้ชาติสมาชิกที่ลงนามต้องบัญญัติเป็นกฎหมาย ระดับประเทศเรื่องการจำกัดยอดขาดดุลงบประมาณเชิงโครงสร้างไม่ให้เกินร้อยละ 0.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายใต้สภาพการณ์ปกติ - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของฝรั่งเศสร่วงลงสู่ระดับ 45.0 ในเดือนกันยายน จาก 49.2 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคบริการของฝรั่งเศสอยู่ในภาวะย่ำแย่กว่าเดือนก่อนหน้า - ดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจบริการเผชิญกับภาวะหดตัว การหดตัวลงของดัชนี PMI ภาคบริการเป็นไปในทิศทางเดียวกับ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของฝรั่งเศสที่ร่วงลงอย่างหนักมาอยู่ที่ 42.7 ในเดือนกันยายน จากระดับ 46.0 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งตัวเลขล่าสุดถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 41 เดือน - รัฐบาลฝรั่งเศสเปิดเผยว่าระดับหนี้สาธารณะในไตรมาส 2 ของปีนี้ได้พุ่งขึ้นแตะระดับ 91% ของจีดีพี โดยเพิ่มขึ้น 4.32 หมื่นล้านยูโรจากไตรมาสแรก ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่าจะลดการขาดดุลงบประมาณลงให้เหลือ 3% ของจีดีพีในปี 2556 จากปัจจุบันที่ 4.5% ของจีดีพี
อิตาลี - ผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของอิตาลีหดตัวลงเป็นเดือนที่ 14 ติดต่อกันในเดือนกันยายน ขณะที่ยอดสั่งซื้อ, การผลิต และการจ้างงานร่วงลง ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคบริการของ Markit/ ADACI เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 45.7 ในเดือนกันยายน จาก 43.6 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ร่วงลง 3 ครั้งติดต่อกัน และเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้ แต่ดัชนีก็ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวลง ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของอิตาลียังคงเผชิญกับภาวะถดถอยรุนแรง ซึ่งเริ่มขึ้นในกลางปีที่แล้ว แต่เศรษฐกิจอาจจะผ่านพ้นภาวะถดถอยที่รุนแรงที่สุดไปแล้ว - ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของอิตาลีในเดือนกันยายนขยับขึ้นแตะ 44.5 จาก 44.0 ในเดือนสิงหาคม แต่กิจกรรมภาคบริการยังอยู่ในภาวะหดตัว เนื่องจากดัชนีต่ำกว่าระดับ 50
อังกฤษ - Hometrack Ltd. รายงานราคาบ้านของอังกฤษในเดือนกันยายนลดลง 0.1% (m-o-m) และ 0.5% (y-o-y) ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากวิกฤตการเงินยุโรปส่งผลให้ภาคครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย - ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของอังกฤษปรับตัวลงแตะ 52.2 ในเดือนกันยายน จาก 53.7 ในเดือนสิงหาคม โดยตัวเลขที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของอังกฤษยังคงมีการขยายตัว แต่ในอัตราที่ช้าลง - มาร์กิตรายงานว่าดัชนี PMI ภาคก่อสร้างของอังกฤษปรับตัวขึ้นแตะ 49.5 ในเดือนกันยายน จาก 49.0 ในเดือนสิงหาคม แต่ตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคก่อสร้างยังอยู่ในภาวะหดตัว โดยเป็นการหดตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน จากการลดลงต่อเนื่องของคำสั่งซื้อใหม่ และตอกย้ำว่าเศรษฐกิจของอังกฤษยังคงมีความเปราะบาง
สเปน - เจ้าหน้าที่ยุโรปเปิดเผยว่า สเปนซึ่งเป็นประเทศ ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของยูโรโซนนั้น พร้อมที่จะขอความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเร็วที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่เยอรมนีส่งสัญญาณว่า สเปนควรชะลอการขอความช่วยเหลือ ในขณะที่นายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราจอยของสเปนออกมาปฏิเสธข่าว โดยระบุว่าการขอความช่วยเหลือจากยุโรปจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ และระบุว่ารัฐบาลกลางสเปนอยู่ระหว่างการตกลงกับผู้นำรัฐบาลระดับแคว้นของสเปนเกี่ยวกับการสร้างความแข็งแกร่งด้านการคลัง - มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ แถลงว่า มูดี้ส์จะเปิดเผยผลการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลสเปนในเดือนนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มูดี้ส์เคยระบุว่าจะเปิดเผยรายงานดังกล่าวก่อนสิ้นเดือนกันยายน โดยประเมินจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งรวมถึงความจำเป็นด้านเงินทุนของธนาคารพาณิชย์สเปน, ขนาดและลักษณะของกลไกช่วยเหลือ, ร่างงบประมาณประจำปี 2013 ที่เพิ่งมีการเปิดเผยออกมา และผลที่ตามมาจากความคืบหน้าในการจัดตั้งสหภาพธนาคารที่จะมีต่อกรอบการทำงาน - ในการรับมือกับวิกฤติยูโรโซน จากข้อมูลล่าสุด มูดี้ส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลงครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายนปีนี้โดยปรับลดลงจาก A3 สู่ Baa3 ซึ่งอยู่สูงกว่าสถานะ"ขยะ"เพียง 1 ขั้น ดังนั้น หากมูดี้ส์ตัดสินใจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลงสู่สถานะ"ขยะ" สเปนก็จะกลายเป็นประเทศที่ 2 ในบรรดาประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก 12 ประเทศที่สูญเสียอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน โดยอีกประเทศหนึ่งคืออินเดีย - สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ยังจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนไว้ที่ BBB+ ซึ่งอยู่สูงกว่าสถานะ"ขยะ" 3 ขั้น ส่วนฟิทช์จัดอันดับสเปนไว้ที่ BBB โดยสูงกว่าสถานะ"ขยะ" 2 ขั้น ทั้งนี้ หัวหน้าฝ่ายจัดอันดับความน่าเชื่อถือภูมิภาคยุโรป, แอฟริกา และตะวันออกกลางของ S&P เคยกล่าวในช่วงต้นเดือนกันยายนว่า S&P ไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลงสู่สถานะ"ขยะ" ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากอีซีบีมีแผนเข้าหนุนราคาพันธบัตรรัฐบาลสเปน ในขณะที่ทางด้าน DBRS ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออีกแห่งหนึ่ง ระบุว่า DBRS จะไม่เร่งรีบปรับอันดับความน่าเชื่อถือของสเปน ถึงแม้เศรษฐกิจสเปนอ่อนแอลง เพราะว่าอาจจะมีการประกาศใช้มาตรการสร้างเสถียรภาพต่อสเปนได้ทุกเมื่อ ซึ่งรวมถึงการที่อีซีบีอาจจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสเปน - รัฐบาลของ 5 แคว้นที่มีหนี้สินสูงในสเปน ได้แก่ คาตาโลเนีย บาเลนเซีย มูร์เซีย อันดาลูเซีย และคาสตีลลามันซา ได้ขอความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนของรัฐบาลกลางที่มีวงเงิน 1.8 หมื่นล้านยูโรแล้ว เนื่องจากรัฐบาลทั้ง 5 แคว้นดังกล่าวไม่สามารถกู้เงินจากตลาดพันธบัตรระหว่างประเทศ และจะต้องไถ่ถอนตราสารหนี้เกือบ 1.6 หมื่นล้านยูโร (2.07 หมื่นล้านดอลลาร์) ก่อนสิ้นปีนี้ - รัฐบาลกลางสเปนตั้งเป้าไว้ว่าจะปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณลงสู่ 6.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ และลดยอดขาดดุลงบประมาณลงสู่ 4.5% และ 2.7 %ของจีดีพีภายในปี 2556-2557 ตามลำดับ ส่วนรัฐบาลระดับแคว้นจะปรับลดยอดขาดดุลของตนลงสู่ 1.5 % ของจีดีพีในปีนี้ และลดยอดขาดดุลลงสู่ 0.1 % ของจีดีพีภายในปี 2557 - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสเปนในเดือนกันยายนปรับตัวลงแตะ 40.2 จาก 44.0 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคบริการของสเปนยังคงอยู่ในภาวะหดตัวต่อเนื่อง ตอกย้ำให้เห็นถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสเปน ท่ามกลางความไม่แน่นอนในประเด็นที่ว่าสเปนจะต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรปหรือไม่
กรีซ - กรีซตั้งเป้าหมายสำหรับการเกินดุลเบื้องต้นก่อนที่จะชำระหนี้ โดยยอดเกินดุลจะอยู่ที่ 1.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีหน้าซึ่งเป็นภาวะสมดุลที่เป็นบวกครั้งแรกตั้งแต่ปี 2545 หลังจากที่มียอดขาดดุล 1.5% ในปีนี้ - ผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของกรีซดิ่งลงต่อเนื่องในเดือนกันยายน ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงทำให้ธุรกิจต่างๆต้องปลดพนักงาน และลดการผลิต ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของ Markit เพิ่มสู่ระดับ 42.2 ในเดือนกันยายน จาก 42.1 ในเดือนสิงหาคม โดยดัชนี PMI อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2552
เอเชีย - ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประกาศปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้และปีหน้าของประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชีย ขณะที่การทรุดตัวของอุปสงค์โลก ส่งผลกระทบต่อจีนและอินเดีย รวมทั้งประเทศที่พึ่งพาการส่งออก ทั้งนี้เอดีบีคาดว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียซึ่งประกอบด้วย 45 ประเทศในเอเชียกลาง, เอเชียตะวันออก, เอเชียใต้,เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิก จะขยายตัว 6.1% ในปีนี้ และ 6.7% ในปีหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงอย่างมากจากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 6.9% และ 7.3% ตามลำดับ และชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 7.2% ในปีที่แล้ว ในส่วนของประเทศไทยนั้น เอดีบีได้ลดคาดการณ์จีดีพีของไทยปีนี้โตเพียง 5.2% จากเดิมที่คาดการณ์ที่ระดับ 5.5% ขณะที่ปีหน้าโต 5.0% จากเดิมที่ระดับ 5.5%
จีน - ดัชนี PMI ภาคบริการของจีนจากการจัดทำของ สำนักงานสถิติจีนและ China Federation of Logistics and Purchasing ในเดือนกันยายนชี้ว่าภาคบริการของจีนขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดนับจากเดือนมีนาคม 2554 โดยดัชนี PMI เดือนกันยายนลดลงมาอยู่ที่ 53.7 จาก 56.3 ในเดือนสิงหาคม โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะขยายตัว
สิงคโปร์ - สถาบันบริหารการจัดซื้อและวัสดุของสิงคโปร์ (SIPMM) เปิดเผยผลสำรวจทางธุรกิจบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของสิงคโปร์หดตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนกันยายน ขณะที่ยอดสั่งซื้อใหม่ลดลงอีก โดย SIPMM เปิดเผยว่าดัชนี PMI ของสิงคโปร์ในเดือนกันยายนลดลงสู่ระดับ 48.7 จากระดับ 49.1 ของเดือนสิงหาคม และยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งแบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว
ไทย - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในเดือนกันยายนลดลงสู่ระดับ 67.5 จากระดับ 68.4 ในเดือน สิงหาคม ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ระดับ 68.9 ลดลงจากระดับ 69.6 ในเดือนก่อนและดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 94.8 ลดลงจาก 95.8 ในเดือนก่อน โดยปัจจัยลบที่ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลง ได้แก่ ความกังวลต่อปัญหาน้ำท่วม, กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ในปี 55 จาก 5.7% เหลือ 5.5%, ตัวเลขการส่งออกในเดือน ส.ค.55 ยังขยายตัวติดลบ, ความกังวลที่มีต่อสถานการณ์ทางการเมือง หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างคนเสื้อแดง-เหลืองที่หน้ากองปราบปราม, สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น, เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น, ความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจโลกถดถอย, ความกังวลต่อปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้า และความกังวลต่อปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของภาครัฐบาลตามระบบ สศค.(Government Finance Statistics:GFS) ในไตรมาสที่ 3(เม.ย.-มิ.ย.55)ปีงบประมาณ 2555 เกินดุลกว่า 1.4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1.2% ของ GDP และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 16,484 ล้านบาท โดยรัฐบาลมีรายได้ทั้งสิ้น 837,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 21,314 ล้านบาท ขณะที่ยอดการเบิกจ่ายของภาครัฐบาลรวมทั้งสิ้น 693,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 4,830 ล้านบาท หรือ 0.7% เป็นผลจากการเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2555(ตุลาคม 54 - มิถุนายน 55) มียอดขาดดุลการคลังภาครัฐบาลทั้งสิ้น 2.5 แสนล้านบาท - ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในปีนี้ เหลือ 5.2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.5% และปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีหน้าลงสู่ระดับ 5% จาก 5.5% ในการประเมินก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ADB คาดว่าการส่งออกของไทยจะโตแค่ 5% ในปีนี้ ก่อนที่ขยายตัวดีขึ้นในปีหน้า สำหรับผลิตภัณฑ์ส่งออกของไทยที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอจากต่างประเทศ ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ยางธรรมชาติ และข้าว
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 3 ต.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ โดยปัจจัยจากความไม่แน่นอนต่างๆทางเศรษฐกิจโลกส่งผลบวกต่อความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 3 ต.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยปัจจัยจากความกังวลความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกของนักลงทุนส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในวันนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 3 ต.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็จับตาดูการประชุมธนาคารกลางยุโรปในสัปดาห์นี้ว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาชี้ว่าเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่ายอดขายปลีกของ euro-area เดือนสิงหาคมจะลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนกรกฎาคม โดยตัวเลขจะเปิดเผยในวันนี้ ขณะที่ก่อนหน้านี้รายงานดัชนี PMI ภาคบริการของเยอรมนีชี้ภาวะหดตัวลงเกินคาดในเดือนกันยายน โดยในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลง
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ ( 3 ต.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันพุธโดยได้แรงหนุนจากข้อมูลการจ้างงานและข้อมูลภาคบริการของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด แต่ดัชนีดาวโจนส์ถูกถ่วงลงตามการร่วงลงของหุ้นฮิวเลตต์-แพคการ์ด ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 12.25 จุด หรือ 0.09% สู่ 13,494.61, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 5.24 จุด หรือ 0.36% สู่ 1,450.99 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 15.19 จุด หรือ 0.49% สู่ 3,135.23 ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า การขยายตัวของภาคบริการในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.ย. และภาคเอกชนเพิ่มการจ้างงานมากเกินคาด - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ ( 3 ต.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.45% ในวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะส่งผลให้กำไรของบริษัทในตลาดหุ้นต่ำกว่าที่คาดไว้เดิม โดยนักวิเคราะห์มองว่าขณะนี้มีปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยที่ต้องจับตา เช่น สเปนจะขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศหรือไม่ รวมทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในเดือนหน้า และโอกาสที่สหรัฐฯจะเผชิญภาวะ fiscal cliff ปลายปีนี้ซึ่งอาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวต่ำลงกว่าที่คาดไว้ ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียในวันนี้ส่วนใหญ่ก็ได้รับผลลบจากปัจจัยข้างต้นเช่นเดียวกัน โดยดัชนี PMI ภาคบริการของจีนจากการจัดทำของทางการจีนเดือนกันยายนลดลงมาอยุ่ที่ 53.7 จาก 56.3 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งแม้จะสูงกว่า 50 ซึ่งชี้ถึงการขยายตัว แต่ก็เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับจากเดือนมีนาคม 2554 - ตลาด0หุ้นไทย เมื่อวันพุธ ( 3 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมาและปรับสูงขึ้นอีกหลังจากนั้น โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนรอดูข้อมูลการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯเดือนกันยายนที่จะเผยแพร่ในวันศุกร์นี้ รวมถึงความชัดเจนเรื่องการขอความช่วยเหลือทางการเงินของสเปน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.89 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2555
|
Comments