Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 01 October 2012 09:25


Snapshot
สหรัฐอเมริกา
-  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนในช่วงท้ายเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนที่ระดับ 78.3 จากระดับ 74.3 ในเดือนสิงหาคมเนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองในแง่ลบต่อภาวะเศรษฐกิจน้อยลง แต่ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 79 หลังจากที่ข้อมูลในช่วงต้นเดือนอยู่ที่ 79.2 ทั้งนี้ จากมูลค่าอสังริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาหุ้นที่สูงขึ้น และความมีเสถียรภาพของราคาน้ำมันอาจเป็นปัจจัยที่หนุนให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยายตัว แต่ในขณะเดียวกัน อัตราว่างงานที่ยังคงอยู่สูงกว่า 8% และรายได้ที่ซบเซาเป็นปัจจัยลบต่อภาคครัวเรือนที่มีการใช้จ่ายราว 70% ของเศรษฐกิจ
-  รายได้ส่วนบุคคล (PCE) เดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% หรือ 1.50 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับรายได้ส่วนบุคคลเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้น 1.85 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรายได้ส่วนบุคคลสุทธิ (DPI) ขยายตัว 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.1% เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก่อนหน้านี้ ในส่วนของรายได้สุทธิที่แท้จริงลดลง 0.3% จากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกรกฎาคม
-  การใช้จ่ายผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ในเดือนสิงหาคม อันเป็นผลมาจากการซื้อสินค้าอายุการใช้งานสั้นที่เพิ่มขึ้น 1.7% ส่วนการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าคงทนขยายตัว 0.3% โดยเฉพาะยอดขายยานยนต์ที่ขยายตัว ส่วนการใช้จ่ายด้านการบริการปรับตัวขึ้นเพียง 0.2%ส่วนการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลที่แท้จริงขยายตัว 0.1% จากที่เพิ่มขึ้น 0.4%

ยุโรป: สหภาพยุโรป
-  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนในเดือนกันยายนปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 2.7% จากระดับ 2.6% ในเดือนสิงหาคม เนื่องจากต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรปอาจจะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้งนั้นแผ่วลง

สเปน
-  นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) แสดงความยินดีกับภาคธนาคารสเปนที่ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) โดยระบุว่า “การทดสอบภาวะวิกฤตและมูลค่าอิสระของสินทรัพย์อย่างละเอียดและโปร่งใสนี้จะมาตรวัดวัดความแตกต่างระหว่างสถาบันการเงิน" พร้อมระบุว่าปริมาณเงินทุนสมทบที่ภาคธนาคารต้องการจากรัฐบาลอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะต่ำกว่าจำนวนที่ระบุในการทดสอบภาวะวิกฤต สามารถอนุมัติได้อย่างสะดวกภายได้โครงการปรับโครงสร้างหนี้ของสหภาพยุโรป (EU) นอกจากนี้ ยังยืนยันที่จะสนับสนุนพันธกิจของเจ้าหน้าที่เพื่อรับประกันว่า ได้บรรลุเป้าหมายเงินทุนที่ต้องการตามระยะเวลาที่กำหนด และธนาคารที่มีฐานะทางการเงินที่อ่อนแอที่สุดได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนที่สำคัญนี้ ซึ่งได้แนะนำไว้ในรายงานการประเมินภาคการเงิน (Financial Sector Assessment Program หรือ FSAP) สำหรับสเปนในช่วงก่อนหน้านี้ของปีนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบธนาคารมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เริ่มมีทุนหมุนเวียนในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานได้อย่างทันเวลา ทั้งนี้ สเปนได้ดำเนินการทดสอบภาวะวิกฤตธนาคารตามเงื่อนไขของแผนให้ความช่วยเหลือของยุโรปแก่ภาคธนาคารสเปนที่ประสบกับวิกฤตในวงเงิน 1 แสนล้านยูโรเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปนคาดว่า อัตราเงินเฟ้อสเปนในเดือนกันยายนอาจจะขยายตัวถึง 3.5% โดยรายงานตัวเลขประมาณการณ์ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสเปนปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อสเปนอยู่ที่ 2.2% ในเดือนกรกฎาคม และสาเหตุที่ปรับตัวขึ้นเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของค่ายา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.5% หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนในเดือนกันยายน อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุมาจากการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยรัฐบาลสเปนได้ปรับขึ้นภาษี 1 รายการจาก 18% เป็น 21% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนดังกล่าว
-  รองนายกรัฐมนตรี โซรายา ซาเอนซ์ เดอ ซานตามาเรีย ของสเปน แถลงเกี่ยวกับรายละเอียดของงบประมาณปี 2556 ซึ่งเต็มไปด้วยมาตรการรัดเข็มขัดหลายด้าน รวมถึงการลดการใช้จ่ายของหน่วยงานต่างๆ การระงับการอุดหนุนเงินในภาคสาธารณะ การจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบทางการเงิน เพื่อควบคุมการใช้จ่ายภาคสาธารณะ และการเสนอกฎหมายใหม่ยกเครื่องระบบเศรษฐกิจของประเทศจำนวน 43 ฉบับ เพื่อเตรียมพร้อมขอรับความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ร่างงบประมาณดังกล่าวไม่ได้มีการปรับขึ้นภาษี และยังเพิ่มเงินกองทุนบำนาญอีกด้วย

เอเชีย: ญี่ปุ่น
-  ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นเดือนสิงหาคมลดลง 0.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบ 16 เดือน และยังคงห่างไกลจากเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ตั้งเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 1% ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวตรงกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่คาดว่าดัชนีราคาฯจะลดลง 0.3% ขณะเดียวกันรายงานตัวเลขอัตราการว่างงานของญี่ปุ่นในเดือนในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 4.2% ลดลงจากเดือนกรกฎาคมซึ่งอยู่ที่ 4.3%
-  การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้เนื่องจากความต้องการสินค้าจากจีนและยุโรปชะลอลงซึ่งส่งผลให้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจช้าออกไป โดยกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตอุตสากรรมเดือนสิงหาคมลดลง 1.3% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนกรกฎาคมลดลง 1% ทั้งนี้เป็นการลดลงมากที่สุดใน 3 เดือน และลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.5% ส่วนยอดขายปลีกของญี่ปุ่นเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 1.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน
-  ผลสำรวจพบว่า ดัชนีภาคการผลิตของญี่ปุ่นขยับขึ้นในเดือนกันยายนและแม้ว่ายังคงต่ำกว่าระดับ 50 แต่ก็ได้บ่งชี้ภาวะหดตัวในอัตราที่ช้ากว่าเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอุปสงค์ที่ชะลอตัวในต่างประเทศอาจจะกำลังเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของญี่ปุ่นโดย Markit/JMMA เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 48.0 ในเดือนกันยายน จาก 47.7 ในเดือนสิงหาคม แต่ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 4  ทั้งนี้ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะการส่งออกลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและผลกระทบจากเยนที่แข็งค่า ขณะที่มีสัญญาณว่าอุปสงค์ในประเทศกำลังชะลอตัวลงโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ผ่อนคลายนโยบายการเงินในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่โอกาสที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวในระยะใกล้ได้ลดลง และบีโอเจระบุว่าจะดำเนินการอีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหากจำเป็น
-  นายจุน อาซูมิ รมว.คลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่าผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งต่อจากเขามีแนวโน้มที่จะหารือถึงความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญจากเยนที่แข็งค่าในการประชุมรมว.คลังกลุ่มจี-7 ในเดือนหน้า ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง นายอาซูมิเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเขาหวังว่ารมว.คลังคนใหม่จะหารือเกี่ยวกับค่าเงินเยนในการประชุมจี-7 และการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งจะจัดขึ้นในกรุงโตเกียว ทั้งนี้นายอาซูมิจะลาออกจากตำแหน่งรมว.คลังเพื่อเข้ารับตำแหน่งรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปไตย เนื่องจากนายโยชิฮิโกะ โนดะนายกรัฐมนตรีทำการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ด้านนายโนดะยังไม่ได้ประกาศว่าใครจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งรมว.คลังแทนนายอาซูมิ การแข็งค่าของเยนอย่างต่อเนื่องถือเป็นผลข้างเคียงของวิกฤตการณ์ต่างๆซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะเข้าซื้อเยนเนื่องจากเป็นสกลุเงินที่ปลอดภัยในภาวะที่ตลาดเกิดความปั่นป่วน

เวียดนาม
-  มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเวียดนามลง 1 ขั้น สู่อันดับ B2 โดยระบุถึงภาวะตึงตัวในภาคธนาคารจากการขยายตัวของสินเชื่อเป็นระยะเวลายาวนาน และจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง มูดี้ส์ระบุว่าแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพในขณะนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าความเสี่ยงที่จะมีการปรับเพิ่มและปรับลดอันดับมีความสมดุลกัน การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ได้ถูกผลักดันโดยความเปราะบางที่เพิ่มขึ้นในระบบธนาคาร อันเนื่องจากภาวะการขยายตัวของสินเชื่อเป็นเวลานาน และการคุมเข้มนโยบายที่ตามมา อันดับความน่าเชื่อถือของเวียดนามที่ได้รับการจัดอันดับโดยมูดี้ส์ในขณะนี้นั้นนับเป็นอันดับความน่าเชื่อที่ต่ำที่สุดของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศทั้ง 3 แห่ง โดยต่ำกว่าของ S&P อยู่ 2 ขั้น และต่ำกว่าของฟิทช์อยู่ 1 ขั้น ซึ่งอันดับความน่าเชื่อถือทั้งหมดดังกล่าวบ่งชี้ว่า พันธบัตรของเวียดนามมีระดับความเสี่ยงสูง

ไทย
-  สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม(MPI) เดือนสิงหาคม ลดลง 11.32% (y-o-y) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 174.11 และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนลดลง 2.57% (m-o-m) อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า จีน ญี่ปุ่น และยุโรปชะลอ โดยอุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านลบ ได้แก่ HDD ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ ปิโตรเลียม อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง เสื้อผ้าสำเร็จรูป ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งผลด้านบวกต่อดัชนี ฯ ได้แก่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน น้ำตาล ปูนซีเมนต์ ขณะเดียวกัน สศอ.คาดว่าแนวโน้มช่วงที่เหลือของปี อุตสาหกรรมที่น่าจะยังส่งผลบวกต่อเนื่อง คือ ยานยนต์ ซึ่งเป็นผลจากจากนโยบายรถยนต์คันแรกที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องถึงกลางปี 56 และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นและมีแนวโน้มผลผลิตอาหารโลกอาจขาดแคลน แต่อย่างไรก็ตามในกลุ่มอาหารทะเล น่าจะยังติดลบอยู่ เพราะตลาดหลัก คือยุโรปยังมีปัญหาและอาจหันไปนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศอื่นที่มีค่าขนส่งถูกกว่า เช่น แอฟริกา สำหรับภาพรวมทั้งปี ยังคงคาดการณ์ MPI ที่ 6-7% แต่ สศอ. เตรียมจะประเมินตัวเลขอีกครั้งหลังจากผ่านไตรมาส 3/55 ไปแล้ว หรือหลังจากสิ้นเดือนกันยายน 55 แต่โดยรวมคาดว่า MPI น่าจะยังใกล้เคียงกับเดือนสิงหาคม 55 โดยอาจจะติดลบ 2 digit ปัจจัยหลักยังมาจากผลกระทบวิกฤติยูโรโซน ประกอบกับฐานในเดือนกันยายนอยู่ในระดับสูง เพราะเป็นช่วงที่ภาคการผลิตฟื้นตัวหลังเกิดสึนามิและแผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น
-  นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ระบุว่า มาตรการ QE3 ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ประกาศใช้ในรอบนี้ ทำให้ทั่วโลกเกิดความหวั่นไหว โดยกังวลว่าเงินดอลลาร์ที่สหรัฐจะไหลเข้าไปยังประเทศของตัวเอง ดังนั้นแต่ละประเทศจึงต้องเตรียมมาตรการรับมือครั้งใหญ่ และการที่หลายประเทศออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะทำให้สภาพคล่องในระบบมีมากขึ้น และย่อมต้องมีเงินบางส่วนไหลเข้ามาในประเทศไทยด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น จึงขึ้นกับว่า ธปท.จะมีเครื่องมืออะไรบ้างในการดูแล และในฐานะคณะกรรมการแบงก์ชาติได้ให้คำแนะนำกับแบงก์ชาติไปบ้างแล้ว

Money Market
-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมสูงขึ้นจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และข่าวรัฐบาลสเปนอนุมัติมาตรการลดการขาดดุลงบประมาณ นอกจากนี้โดยภาพรวมมาตรการ QE3 ของธนาคารกลางสหรัฐฯก็ส่งผลให้มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯ
-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.ย.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ปัจจัยเกี่ยวกับความกังวลเรื่องความเสี่ยงที่ลดลงส่งผลให้มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมา อีกทั้งการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯดำเนินมาตรการ QE3 ก็เป็นปัจจัยที่กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนลง อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับตัวแข็งขึ้น
-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (28 ก.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ค่าเงินยูโรได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่สเปนยืนยันในการที่จะลดการขาดดุลงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายซึ่งจะช่วยให้สเปนสามารถได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศได้ นอกจากนี้วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯยังถูกขายออกมาจากหลายปัจจัยอื่นๆอีกเช่น ผลของมาตรการ QE3 การลดลงของความกังวลเรื่องความเสี่ยงของนักลงทุน เป็นต้น อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับตัวแข็งขึ้น

Capital Market
-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ ( 28 ก.ย.)  ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 0.36%, ดัชนี S&P500 ลดลง 0.45% และ Nasdaq ลดลง 0.65% หลังมีรายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อชิคาโกลดลง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดเผยว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนสิงหาคมหลังปรับตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.1%
-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ ( 28 ก.ย.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.89% ในวันนี้ โดยวันนี้กระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมลดลง 1.3% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดใน 3 เดือน และเป็นการลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.5% ขณะที่ตัวเลขยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมลดลง 0.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดใน 16 เดือน และยังห่างไกลจากเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่นซึ่งกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ 1% ซึ่งตัวเลขโดยรวมชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าดัชนี Tankan ของธนาคารกลางญี่ปุ่นซึ่งจะเผยแพร่ในวันจันทร์จะชี้ว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมีความเชื่อมั่นลดลง สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนิ้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.45% จากความหวังที่ว่าทางการจีนจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น  ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.38%
-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ ( 28 ก.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมที่เพิ่มขึ้นจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และข่าวรัฐบาลสเปนอนุมัติมาตรการลดการขาดดุลงบประมาณ 13,000 ล้านยูโรซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขในการขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศในอนาคต โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวในแดนบวก ส่งผลให้วันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 12.68 จุด

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday629
mod_vvisit_counterAll days629

We have: 628 guests online
Your IP: 216.73.217.38
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 21, 2026

4225232